คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 920/2502
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับทรัพย์อันได้มาโดยการกระทำความผิด จะเป็นความผิดฐานรับของโจรได้นั้น ทรัพย์นั้นจะต้องเป็นทรัพย์ที่ได้มาโดยการกระทำความผิดตามที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น หากไม่มีการกระทำความผิดมูลฐานเกิดขึ้น ก็ไม่สามารถเป็นความผิดฐานรับของโจรได้
ย่อคำพิพากษา
ประมวล ก.ม. อาญา ม. 357 บัญญัติเกณฑ์ความผิดฐานรับของโจรไว้ว่า การรับด้วยประการใด ๆ ซึ่งทรัพย์อันได้มาโดยการกระทำความผิดอันจำกัดไว้ว่า ความผิดนั้น ต้องเข้าลักษณะความผิดฐานลักทรัพย์, วิ่งราวทรัพย์ ฯลฯ ซึ่งหมายความว่า ทรัพย์นั้นจะต้องเป็นทรัพย์ที่ถูกลักฯลฯ มาเสียก่อนจึงจะเกิดความผิดฐานรับของโจรต่อไปได้ เมื่อกรณีเป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ว่ามิได้มีการกระทำผิดฐานลักทรัพย์เกิดขึ้น ก็ย่อมไม่อาจมีความผิดฐานรับของโจรเกิดขึ้นได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่ามีผู้ร้ายลักไม้ซุง ๒ ต้นราคา ๔๐๐ บาทของบริษัทบอร์เนียวไป ต่อมาจำเลยทั้งสี่คนได้เอาไม้ซุงเหล่านี้ขึ้นจากแม่น้ำไว้บนตลิ่ง ทั้งนี้โดยจำเลยทั้งสี่คนนี้สมคบกันลักไม้ซุงดังกล่าวหรือมิฉนั้นก็สมคบกันรับไม้ซุยรายนี้ไว้จากผู้ร้าย โดยรู้ว่าเป็นของร้าย อันได้จากการกระทำผิดกฎหมาย ขอให้ลงโทษฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา ม.๓๓๕, ๓๕๗, ๘๓ และขอให้สั่งคืนไม้ของกลางแก่เจ้าทรัพย์
จำเลยทั้งสี่ปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์ไม่มีพยานรู้เห็นว่าพวกจำเลยได้สมคบกันลักไม้ของกลางและข้อเท็จจริงก็ไม่ปรากฏว่า จำเลยได้ทำอะไรแก่ไม้นั้น อันจะเป็นทางพิเคราะห์ว่าจำเลยได้รับไม้ของกลางนั้นไว้โดยรู้ว่าเป็นของร้ายได้มาแต่การกระทำผิดกฎหมาย อันจะเป็นความผิดฐานรับของโจร จึงพิพากษายกฟ้อง
อัยการและโจทก์ร่วมอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ไม่ของกลางที่จับได้นั้น โจทก์มิได้นำสืบว่า ถูกผู้ร้ายลักไป จะหายไปโดยอย่างไรแต่เมื่อใดก็ไม่ได้ความ จึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยกระทำผิดฐานรับของโจทก์หรือไม่ เพราะประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๗ บัญญัติความผิดฐานรับของโจรไว้เกี่ยวกับทรัพย์ที่ได้มาต้องโดยการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ วิ่งราว ฯลฯ พิพากษายกฟ้อง
โจทก์ร่วมฝ่ายเดียวฎีกา เฉพาะข้อหาฐานรับของโจร ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย
ศาลฎีกาเห็นว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๗ บัญญัติเกณฑ์ ความผิดฐานรับของโจรไว้ว่า การรับด้วยประการใด ๆ ซึ่งทรัพย์อันได้มาโดยกระทำความผิดโดยจำกัดไว้ว่า ความผิดนั้นต้องเข้าลักษณะความผิดฐานลักทรัพย์ ฯลฯ ซึ่งหมายความว่า ไม้ซุง ๒ ต้น นั้นจะต้องเป็นทรัพย์ที่ถูกลัก ฯลฯ จึงจะเกิดกรณีความผิดฐานรับของโจรต่อไปได้เมื่อกรณีเป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ว่า มิได้มีการกระทำผิดฐานลักทรัพย์เกิดขึ้น ก็ย่อมไม่อาจมีความผิดฐานรับของโจรดังโจทก์กล่าวหาได้
ศาลฎีกาพิพากาษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 920/2502
อัยการนครสวรรค์และบริษัทบอร์เนียว จำกัด สาขา ปากน้ำโพ โดยนายแจ๊ก
เบน ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์
นายเชาว์ นาคะภากร กับพวกรวม 4 คน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โดยนายแจ๊ก - อัยการนครสวรรค์และบริษัทบอร์เนียว จำกัด สาขา ปากน้ำโพ · โจทก์ - เบน ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นายเชาว์ นาคะภากร กับพวกรวม 4 คน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วุฒิศักดิ์เนตินาท · ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · การุณย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายแก้ว ปริญญานุสรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงเจริญฤทธิศาสตร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา