⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1142/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1142/2503

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำเบิกความของโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องเป็นพยานเอกสารที่ศาลต้องจดไว้ และอาจนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้

ย่อคำพิพากษา

คำพยานในชั้นไต่สวนมูลฟ้องซึ่งศาลต้องจดไว้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญานั้น เป็นพยานเอกสารอย่างหนึ่ง ซึ่งน่าจะพิสูจน์ได้ว่า จำเลยมีผิดหรือบริสุทธิ์จึงชอบที่จะอ้างเป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้ ส่วนที่จะรับฟังหรือไม่เพียงใดเป็นดุลพินิจของศาลที่พิจารณาจะวินิจฉัยอีกชั้นหนึ่ง ฉะนั้น เมื่อศาลล่างฟังข้อเท็จจริงต้องกันมาโดยวินิจฉัยถึงคำเบิกความของโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องประกอบกับคำพยานอื่นที่ได้มาเบิกความในชั้นพิจารณาจึงไม่เป็นการผิดต่อกฎหมาย แต่อย่างใด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.237

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันยักยอกลายพิมพ์นิ้วมือ แจ้งความเท็จ เป็นเจ้าพนักงานจดข้อความเท็จขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมาย ลักษณะอาญา มาตรา ๖๓, ๓๑๕, ๒๒๖ และ ๒๓๐ จำเลยทั้ง ๕ คน ต่างให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเชื่อว่านายอินโจทก์ได้พิมพ์ลายนิ้วมือมอบให้จำเลยที่ ๑ ไปเพื่อใช้ในการไถ่ถอนโฉนดที่วางเป็นประกันเงินกู้ ไว้กับนางวันดีคืนมา จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๑ กลับสมคบกันนำไปทำเป็นใบมอบอำนาจให้จำเลยที่ ๑ โอนขายที่ดินให้แก่จำเลย ที่ ๒ และ ที่ ๓ โดยทุจริตจริง ส่วนจำเลยที่ ๔ และที่ ๕ นั้น ยังฟังไม่ถนัดว่าได้กระทำผิดดังฟ้อง จึงพิพากษาว่าจำเลยที่ ๑, ที่ ๒ และที่ ๓ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๓, ๓๑๕, ๒๒๖ ให้ลงโทษตาม มาตรา ๒๒๖ ซึ่งเป็นกระทงหนัก โดยจำคุกจำเลยที่ ๑ ผู้เป็นตัวการสำคัญ ๑ ปี ๖ เดือน จำคุกจำเลย ที่ ๒, ๓ คนละ ๑ ปี ส่วนจำเลย ที่ ๔ ที่ ๕ นั้น ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๔ ที่ ๕ จำเลยทั้งสามที่ต้องโทษ อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยนั้น คำเบิกความของพยานในชั้นไต่สวนมูลฟ้องซึ่งศาลต้องจดไว้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญานั้น เป็นพยานเอกสารอย่างหนึ่ง ซึ่งน่าจะพิสูจน์ได้ว่า จำเลยมีผิดหรือบริสุทธิ์จึงชอบที่จะอ้างเป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้ ตามมาตรา ๒๒๖ แห่ง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ส่วนที่จะรับฟังหรือไม่เพียงใดเป็นดุลพินิจของศาลที่พิจารณาจะวินิจฉัยอีกชั้นหนึ่ง ตามมาตรา ๒๒๗ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญานั้น สำหรับคดี เมื่อศาลล่างฟังข้อเท็จจริงต้องกันมาโดยวินิจฉัยถึงคำเบิกความของโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องประกอบกับคำพยานอื่นที่ได้มาเบิกความในชั้นพิจารณาจึงไม่เป็นการผิดต่อกฎหมาย แต่อย่างใด หาใช่เป็นเรื่องที่ศาลรับเอาแต่คำเบิกความของพยานในชั้นไต่สวนมูลฟ้องมาวินิจฉัย ข้อเท็จจริง โดยไม่ต้องให้พยานมาเปิดความในชั้นพิจารณา ดังที่จำเลยกล่าวในฎีกาไม่ ส่วนที่นายอินโจทก์ เบิกความในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง มิได้กล่าว ถึงวันเวลา เกิดเหตุไว้นั้น ก็ไม่เห็นจะถือไว้อย่างไรว่า ทำให้ข้อเท็จจริงตามพิจารณาแตกต่างกับที่ระบุในฟ้อง อันจะเป็นเหตุให้ยกฟ้องของโจทก์เสียได้ตามฎีกาของจำเลย ฉะนั้น ที่ศาลทั้งสองวินิจฉัยข้อเท็จจริงลงโทษจำเลยมา จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1142/2503 นายอิน สุบิน โดยนายสุอิ๊ด สุบิน บุตร ผู้รับมรดกความ โจทก์ นายสุด บินอุมา ที่ 1 นายเสงี่ยม วันแอเลาะ ที่ 2 นายมิตร์ นามทวีที่ 3 นายจรัล ศราหธทัตที่ 4 นายเกื้อ ศรีจันทร์ ที่ 5 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอิน สุบิน โดยนายสุอิ๊ด สุบิน บุตร ผู้รับมรดกความ · นายจรัล - นายสุด บินอุมา ที่ 1 นายเสงี่ยม วันแอเลาะ ที่ 2 นายมิตร์ นามทวีที่ 3 · จำเลย - ศราหธทัตที่ 4 นายเกื้อ ศรีจันทร์ ที่ 5
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)การุณย์นราทร · ชวน สิงหลกะ · อนุสสรนิติสาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายบุญยเกียรติ อรชุนะกะ · ศาลอุทธรณ์ - นายยง เหลืองรังษี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 729/2489ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 884/2497ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 2470/2515ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540ฎีกา 435/2535ฎีกา 2414/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา