⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1227/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1227/2503

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอื่นขอเฉลี่ยทรัพย์ที่ถูกยึดไว้ ศาลต้องไต่สวนคำคัดค้านของเจ้าหนี้ผู้ยึดทรัพย์ว่าหนี้ที่ขอเฉลี่ยนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ แม้เจ้าหนี้ผู้ยึดทรัพย์จะยอมรับว่ามีคำพิพากษาอีกคดีหนึ่งจริงก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องยื่นคำร้อง ขอเฉลี่ย ทรัพย์ที่โจทก์นำยึดทรัพย์ของจำเลยไว้เพื่อขายชำระหนี้ ตามคำพิพากษา โดยผู้ร้องอ้างว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้จำเลยตามคำพิพากษาอีกคดีหนึ่งและว่า จำเลยไม่มีทรัพย์สินอื่นใดอีกแล้ว เช่นนี้ แม้โจทก์จะยอมรับว่าผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ จำเลยตามคำพิพากษาในคดีที่ผู้ร้องอ้างจริง ก็ตาม แต่เมื่อโจทก์ยังคัดค้านอยู่ว่า หนี้ตามคำพิพากษาที่ผู้ร้องอ้างมาขอเฉลี่ยทรัพย์นั้น เป็นหนี้ ที่เกิดการสมยอมกันระหว่างผู้ร้องกับจำเลย ดังนี้ ศาลไม่ชอบที่จะสั่งงดไต่สวนและอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยทรัพย์ได้เลย เพราะคำพิพากษาในคดีระหว่างผู้ร้องกับจำเลยนั้นไม่มีผลพูกพันโจทก์ในคดีนี้ซึ่งมิได้เป็นคู่ความด้วยในคดีนั้น โจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะโต้แย้งคัดค้านว่า หนี้ตามคำพิพากษาที่ผู้ร้องอ้างมาขอเฉลี่ยนั้น เป็นหนี้ที่ไม่ชอบไม่ควรอย่างใดก็ย่อมได้ ศาลจะต้องดำเนินการไต่สวนคำขอเฉลี่ยทรัพย์ของผู้ร้องกับคำคัดค้านของโจทก์ แล้ววินิจฉัยสั่งไปตามประเด็น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.290

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เมื่อศาลดำเนินการยึดทรัพย์ของจำเลยที่ ๑ เพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาแล้ว ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์โดยอ้างว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้จำเลย ที่ ๑ ตามคำพิพากษาอีกคดีหนึ่ง คือ ในคดีแดงที่ ๗๘/๒๕๐๒ และโจทก์ได้นำยึดทรัพย์ของจำเลยที่ ๑ ไว้หมดสิ้น ไม่มีทรัพย์อื่นที่ผู้ร้องจะนำยึดมาขายเอาเงินชำระหนี้ได้ โจทก์คัดค้านว่า ถ้าหากจะมีนิติกรรมอย่างใดแสดงว่า จำเลยเป็นลูกหนี้ผู้ร้อง นิติกรรมนั้นก็เกิดขึ้นด้วยการสมยอม มิได้เป็นหนี้กันจริงจัง โจทก์แถลงรับว่า เท่าที่ทราบจำเลยยังมีรถยนต์บรรทุกอยู่อีก ๑ คัน แต่สืบหาไม่พบว่าอยู่ที่ไหน นอกจากนี้จำเลยไม่มีทรัพย์สินอื่นใดอีกและรับว่าผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้จำเลยตามคำพิพากษาในคดีแพ่งแดงที่ ๗๘/๒๕๐๒ จริง หากแต่เป็นหนี้สมยอมซึ่งใช้ยันโจทก์ไม่ได้แล้ว ศาลชั้นต้นสั่งงดการไต่สวนแล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยหนี้ในทรัพย์สินของจำเลยได้ตามที่ร้องขอ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คำพิพากษาในคดีระหว่างผู้ร้องกับจำเลยมีผลพูกพันเฉพาะคู่กรณีเท่านั้น ไม่ผูกพันคนภายนอกมิให้โต้แย้งเป็นอย่างอื่น โจทก์จึงมีสิทธิที่จะโต้แย้งคัดค้านได้ว่าหนี้ระหว่างผู้ร้องกับจำเลยเป็นหนี้สมยอมกัน พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ศาลจะต้องดำเนินการพิจารณาคำขอเฉลี่ยทรัพย์ของผู้ร้องกับคำคัดค้านของโจทก์ แล้ววินิจฉัยสั่งไปตามประเด็น ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาเห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ จึงพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1227/2503 นายหยัน บุณยุศรี โจทก์ นายวิชิต บุญญาคม ที่ 1 ขุนพิสณห์สังฆกิจ ที่ 2 จำเลย นางเพ็ญแข อุชชิน ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายหยัน บุณยุศรี · 1 - นายวิชิต บุญญาคม ที่ · จำเลย - ขุนพิสณห์สังฆกิจ ที่ 2 · ผู้ร้อง - นางเพ็ญแข อุชชิน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)การุณย์นราทร · ชวน สิงหลกะ · อนุสสรนิติสาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายอุดม จาละ · ศาลอุทธรณ์ - นายวงษ์ วีระพงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 181/2495ฎีกา 360/2502ฎีกา 795/2543ฎีกา 1145/2494ฎีกา 609/2526ฎีกา 1721/2528ฎีกา 2660/2536ฎีกา 79/2501ฎีกา 3808/2526ฎีกา 1623/2537ฎีกา 1776/2512ฎีกา 2057/2529ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1251/2500ฎีกา 4549/2540ฎีกา 185/2566ฎีกา 963-965/2510ฎีกา 2345/2540ฎีกา 6868/2541ฎีกา 1065/2505ฎีกา 1591/2495ฎีกา 560/2529ฎีกา 1592/2521ฎีกา 3190/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา