⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1274/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1274/2503

พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน ม.7, 72

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากมีเพียงจำเลยบางส่วนอุทธรณ์ในข้อหาใด ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยในข้อหานั้นเฉพาะจำเลยผู้อุทธรณ์เท่านั้น และไม่สามารถยกฟ้องจำเลยอื่นในข้อหาเดียวกันที่ไม่ได้อุทธรณ์ได้

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยที่ 1 - 2 - 3 - 4 ฐานพยายามปล้นและลงโทษจำเลยที่ 2 - 3 ฐานมีปืนไม่รับอนุญาต เฉพาะในข้อหาฐานมีปืนไม่รับอนุญาต ไม่มีฝ่ายใดอุทธรณ์จำเลยที่ 4 อุทธรณ์เฉพาะในข้อฐานพยายามปล้นทรัพย์ เช่นนี้ แม้ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์จะมีพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2501 มาตรา 9 ผ่อนผัน ไม่เอาโทษแต่ผู้ที่นำอาวุธปืนที่มีอยู่ไปจดทะเบียนขอรับอนุญาตต่อนายทะเบียนท้องที่ภายในกำหนด 90 วันก็ตาม ศาลอุทธรณ์จะยกฟ้องจำเลยที่ 2 - 3 ในข้อหาฐานมีปืนไม่รับอนุญาต โดยอ้างว่าเป็นเหตุในลักษณะคดีหาได้ไม่ เพราะการที่จำเลยที่ 2 - 3 มีอาวุธปืนนั้น จะมีโดยได้รับอนุญาตหรือไม่ ไม่เกี่ยวกับจำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นผู้อุทธรณ์ ความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 เป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว ศาลอุทธรณ์ จึงไม่มีอำนาจที่จะยกฟ้องโจทก์ในข้อหาตามพระราชบัญญัติ อาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 ซึ่งเกี่ยวกับจำเลยที่ 2 - 3

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.213 ประมวลกฎหมายอาญา ม.89 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.7 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.72 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2501 ม.9

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.213 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.89 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสี่สมคบกับพยายามปล้นทรัพย์และจำเลยที่ ๒ กับที่ ๓ มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไม่รับอนุญาตขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๓๔๐, ๘๐ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒ กับขอให้สั่งริบปืน และเครื่องกระสุนปืนของกลาง จำเลยทั้ง ๔ รับสารฐานปล้น จำเลยที่ ๒ - ๓ รับสารภาพ ในข้อหามีปืนและเครื่องกระสุนปืนไม่รับอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดฐานพยายามปล้นทรัพย์ ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรค ๓ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ จำคุก คนละ ๑๓ ปี ๔ เดือน จำเลยที่ ๒ - ๓ มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒ จำคุกจำเลยที่ ๒ - ๓ ในฐานนี้อีกคนละ ๖ เดือน ของกลางริบ จำเลยที่ ๔ ผู้เดียวอุทธรณ์ว่า โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานว่าจำเลยร่วมกระทำผิด แม้จำเลยรับสารภาพ ศาลก็ควรยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ในข้อหาฐานพยายามปล้นทรัพย์ อุทธรณ์ของจำเลยที่ ๔ ฟังไม่ขึ้น แต่ข้อที่ศาลชั้นต้นพิพากษาวางโทษจำเลยที่ ๒ - ๓ ฐานมีปืน ๗, ๗๒ ด้วย นั้น ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การที่จำเลยที่ ๒ - ๓ มีปืนของกลางไว้นั้น ต่อมาได้มีพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๑ มาตรา ๙ ผ่อนผันไม่เอาโทษแก่ผู้ที่นำอาวุธปืนที่มีอยู่ไปจดทะเบียนขอรับอนุญาตต่อนายทะเบียนท้องที่ภายใน ๙๐ วัน การที่อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของจำเลยที่ ๒ - ๓ จึงไม่ต้องรับโทษ แม้จำเลยที่ ๒ - ๓ จะมิได้อุทธรณ์ขึ้นมา ศาลอุทธรณ์ก็ยกขึ้นวินิจฉัยได้ เพราะเป็นเหตุในลักษณะคดี และคดีนี้ก็ยังไม่ถึงที่สุด จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น เฉพาะในข้อที่ลงโทษจำเลยที่ ๒ - ๓ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไม่รับอนุญาตนั้นเสีย ปืนและเครื่องกระสุนปืนไม่ริบ ่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ - ๓ ตามศาลชั้นต้น ศาลฎีกาเห็นว่า ในเรื่องความผิดฐานมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น โจทก์จำเลยไม่ได้อุทธรณ์ คงมีแต่จำเลยที่ ๔ ซึ่งต้องหาปล้นทรัพย์ผู้เดียวอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์อ้างว่า เป็นเหตุในลักษณะคดีนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นด้วยเพราะการที่จำเลยที่ ๒ - ๓ มีอาวุธปืนนั้น จะมีโดยได้รับอนุญาตหรือไม่ ไม่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๔ ซึ่งเป็นผู้อุทธรณ์ ความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ เป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว ศาลอุทธรณ์ จึงไม่มีอำนาจที่จะยกฟ้องโจทก์ในข้อหาตามพระราชบัญญัติ อาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ ซึ่งเกี่ยวกับจำเลยที่ ๒ - ๓ได้ ศาลฎีกาพิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ - ๓ ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1274/2503 อัยการจังหวัดหนองคาย โจทก์ นายหนูจันทร์ สมบัติกำไร ที่ 1 นายเบาะหรือปุ่น แก้วสมบัติ ที่ 2 นายสุวรรณ ชมภูแดง ที่ 3 นายแหล้ มุกขะตัง ที่ 7 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดหนองคาย · 1 - นายหนูจันทร์ สมบัติกำไร ที่ · 2 - นายเบาะหรือปุ่น แก้วสมบัติ ที่ · 3 - นายสุวรรณ ชมภูแดง ที่ · จำเลย - นายแหล้ มุกขะตัง ที่ 7
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อนุสสรนิติสาร · ชวน สิงหลกะ · การุณย์นราทร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดหนองคาย - นายสุนทร วรรณแสง · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิพากยพิบูล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2546/2527ฎีกา 927/2490ฎีกา 9114/2552ฎีกา 5414/2536ฎีกา 729/2508ฎีกา 2499/2543ฎีกา 180/2554ฎีกา 3948/2566ฎีกา 1336/2553ฎีกา 9/2496ฎีกา 5305/2539ฎีกา 2279/2515ฎีกา 2024/2531ฎีกา 1875/2547ฎีกา 6355/2544ฎีกา 4534/2531ฎีกา 726/2487ฎีกา 6786/2551ฎีกา 7362/2538ฎีกา 1668/2522ฎีกา 5838/2541ฎีกา 1480/2492ฎีกา 947/2526ฎีกา 182/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา