⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1328/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1328/2503

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของกรรมการบริษัทซึ่งสั่งของต้องห้ามเข้ามาในราชอาณาจักรแทนบริษัท ถือว่ากรรมการและบริษัทเป็นผู้ร่วมกันกระทำผิด แม้จะอ้างว่าสำคัญผิดว่าของนั้นไม่ใช่ของต้องห้ามก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 เป็นกรรมการของบริษัทจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนิติบุคคล ได้สั่งของต้องห้ามจากต่างประเทศแทนจำเลย ที่ 1 โดยมิได้รับอนุญาตจากกระทรวงเศรษฐการก่อน แม้จะอ้างว่าสำคัญผิดว่า ของที่สั่งมานั้น ไม่ใช่ของต้องห้าม ก็ยังคงต้องมีความผิด กรณีเช่นนี้ถือว่าจำเลยทั้งสอง เป็นผู้ร่วมกันกระทำผิด ทัพพีแม้ จะเป็นสิ่งประดิษฐ์ จากเครื่องจักร ก็อยู่ในความหมายว่า เป็นสิ่งหัตถกรรมการความหมายในประกาศของกระทรวงเศรษฐการ ลงวันที่ 14 กันยายน 2498 ข้อ 10 อันจำต้องได้รับอนุญาตจากกระทรวง เศรษฐการเสียก่อน จึงจะนำเข้ามาในราชอาณาจักรได้ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 20/2503)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงเศรษฐการ เรื่องอนุญาตสินค้าที่ควบคุมการนำเข้ามาในราชอาณาจักรตามพระราชกฤษฎีกาบางฉบับ ลงวันที่ 14 กันยายน 2498 ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.70 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.75 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.76 พระราชกฤษฎีกาควบคุมการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้าบางอย่าง (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2496 ม.3 พระราชกฤษฎีกาควบคุมการเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้าบางอย่าง (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2493 ม.3 พระราชกฤษฎีกาควบคุมการเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้าบางอย่าง (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2493 ม.3 พระราชบัญญัติควบคุมการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งสินค้าบางอย่าง พ.ศ.2482 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ได้ความว่า จำเลยที่ ๑ เป็นบริษัทจำกัด จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายส่วนจำเลยที่ ๒ เป็นกรรมการบริษัทจำเลยที่ ๑ ระหว่างวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๙ ถึง ๓๐ พฤษภาคม ๒๔๙๙ จำเลยที่ ๒ ในนามของจำเลย ที่ ๑ ได้สั่งซื้อทัพพีซึ่งทำด้วยโลหะอลูมิเนียมจากต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักรโดยมิได้รับอนุญาตของกระทรวงเศรษฐการ จำนวน ๑๔,๔๐๐ อันราคา ๘,๕๔๑ บาท ๔๗ สตางค์ จริง ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้อง ของกลางไม่ริบ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการส่งออกไปนอกและนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้าบางอย่าง พ.ศ. ๒๔๘๒ มาตรา ๙ ซึ่งแก้ไขแล้ว ปรับจำเลยคนละ ๕ เท่าราคาสินค้า คิดเป็นเงินคนละ ๔๒,๗๐๗ บาท ๓๕ สตางค์ จำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๑ เดือน คำรับของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คนละกึ่ง คงปรับจำเลยคนละ ๒๑,๓๕๓ บาท ๖๘ สตางค์ จำคุกจำเลยที่ ๒ ไว้ ๑๕ วัน เฉพาะโทษจำให้ยก ของกลางริบ แต่มีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ทำความเห็นแย้งว่า ควรพิพากษายกฟ้องเพราะสินค้าที่ควบคุมตามประกาศกระทรวงเศรษฐการลงวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๔๙๘ ดังสำเนาท้ายฟ้องหมายถึงสิ่งหัตถกรรมซึ่งทำด้วยมือ ไม่ใช่ทำด้วยเครื่องจักร ตามท้องสำนวนโจทก์มิได้นำสืบให้เห็นได้เลยว่า ทัพพีของกลางเป็นสิ่งหัตถกรรม และเมื่อพิเคราะห์ดูของกลางแล้วพึงเห็นได้ว่า เป็นของที่ทำด้วยเครื่องจักร ไม่ใช่สิ่ง ของที่ทำด้วยมือจำเลยจึงไม่ควรมีความผิดตามฟ้อง จำเลยทั้งสองฎีกา ปัญหาในชั้นฎีกามีว่า (๑) ถ้าทัพพีของกลางเป็นสิ่งหัตถกรรมอันจำต้องรับอนุญาต แต่จำเลยได้สั่งเข้ามาโดยสำคัญผิดคิดว่า ไม่ใช่ของที่ต้องขอรับอนุญาตก่อน จำเลยจะพ้นผิดหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า ตามพระราชบัญญัติควบคุมการส่งออกไปนอกและนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้าบางอย่าง พ.ศ. ๒๔๘๒ มาตรา ๘ และ ตามพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๔๘๒ มาตรา ๑๖ ให้ถือว่าเป็นความผิดโดยมิต้องคำนึงว่า ผู้ทำมีเจตนาหรือประมาทเลินเล่อ จึงเลยจึงต้องมีความผิด (๒) การที่จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ดำเนินการสั่งสินค้าดังกล่าวในฐานะผู้แทนของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ จะมีความผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า โดยปกตินิติบุคคลจะกระทำการใด ๆ ด้วยตนเองหาได้ไม่ ต้องมีกรรมการบริหารกิจการแทน เมื่อจำเลยที่ ๒ เป็นผู้เป็นกรรมการของบริษัทจำเลยที่ ๑ ได้บริหารกิจการโดยสั่งซื้อสินค้ารายนี้ในนามของจำเลยที่ ๑ โดยมิได้รับอนุญาตอันเป็นการผิดกฎหมายจำเลยที่ ๒ ก็ย่อมได้ชื่อว่าเป็นผู้ร่วมกระทำผิดรายนี้ด้วย (๓) ทัพพีของกลางเป็นสิ่งหัตถกรรม อันจำต้องขออนุญาต เพื่อนำเข้ามาในราชอาณาจักรตามประกาศกระทรวงเศรษฐการ ฯลฯ หรือไม่ ในปัญหาข้อ (๓) นี้ ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า ทัพพีของกลางรายนี้ แม้จะเป็นสิ่งประดิษฐ์จากเครื่องจักร ก็อยู่ในความหมายว่า เป็นสิ่งหัตถกรรม ตามความหมายในประกาศของกระทรวงเศรษฐการท้ายฟ้อง อันจำต้องได้รับอนุญาตจากกระทรวงเศรษฐการเสียก่อน เพื่อการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ศาลฎีกาพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1328/2503 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ บริษัท ยิบอินซอย จำกัด (โดยยอมยล สมานนท์ กรรมการผู้จัดการ) ที่ 1 นายตัน เอกเคียดที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · นายตัน - บริษัท ยิบอินซอย จำกัด (โดยยอมยล สมานนท์ กรรมการผู้จัดการ) ที่ 1 · จำเลย - เอกเคียดที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประจักษ์ศุภอรรถ · สัญญา ธรรมศักดิ์ · เจริญ ฤทธิศาสตร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายเฉลิม ทัตภิรมย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายพร สุขารมณ์ - นายสอาด นาวีเ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2532ฎีกา 4790/2533ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 593/2510ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 619/2513ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 3578/2531ฎีกา 1893/2538ฎีกา 5487/2548ฎีกา 3595/2532ฎีกา 2936/2543ฎีกา 312/2534ฎีกา 1315/2513ฎีกา 3380/2531ฎีกา 1/2567ฎีกา 3160/2545ฎีกา 5957/2530ฎีกา 643/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา