⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1364/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1364/2503

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากผู้รับจ้างผิดนัดไม่ทำงานให้เสร็จตามกำหนด ผู้ว่าจ้างย่อมมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ทันที โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า 15 วัน

ย่อคำพิพากษา

ทำสัญญาจ้างทำถนนโดยกำหนดเวลาที่ต้องทำให้เสร็จไว้ ถ้าทำช้ากว่ากำหนดให้ปรับวันละ 500 บาท หรือผู้จ้างจะบอกเลิกสัญญาก็ได้ และมีข้อสัญญาไว้อีกข้อหนึ่งด้วยว่า ผู้ว่าจ้างจะบอกเลิกสัญญาเสียเมื่อไรก็ได้ โดยต้องบอกล่วงหน้า 15 วัน ครั้นผู้รับจ้างทำไม่เสร็จตามกำหนด ได้ขอขยายเวลาต่อไปและตกลงยอมเสียค่าปรับวันละ 700 บาท แทนอัตราวันละ 500 บาท หากทำไม่เสร็จตามกำหนดที่ขยายออกไป ผลที่สุดก็ทำไม่เสร็จตามกำหนด เวลาที่ขยายให้ ดังนี้ หาทำให้สิทธิที่จะบอกเลิกสัญญาหมดไปไม่ และกรณีเช่นนี้ ไม่ต้องบอกล่วงหน้า 15 วัน เพราะกำหนดที่ต้องบอกล่วงหน้านั้นหมายถึงบอกเลิกในระหว่างอายุสัญญา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.379 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.381 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.386 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.388

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์จ้างจำเลยที่ ๑ บูรณะและลาดยางถนน จำเลยที่ ๒ เป็นผู้จัดการของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๓ เป็นธนาคารผู้ค้ำประกัน ตามสัญญากำหนดเวลาที่ต้องทำให้เสร็จไว้ ถ้าทำงานช้ากว่ากำหนดให้ปรับวันละ ๕๐๐ บาท จนกว่างานจะเสร็จ หรือโจทก์จะบอกเลิกสัญญาก็ได้ นอกจากนั้น ในสัญญาข้อ ๑๘ ระบุว่าโจทก์มีสิทธิจะเลิกสัญญาเสียได้ทุกเมื่อโดยบอกกล่าวให้ผู้รับจ้างทราบล่วงหน้า ๑๕ วัน จำเลยทำให้เสร็จตามเวลาไม่ได้ จึงขอขยายเวลาต่อไปอีกโดยสัญญาว่า ถ้าไม่เสร็จภายในกำหนดที่ขยายออกไปนั้น ก็จะยอมเสียค่าปรับให้วันละ ๗๐๐ บาท แทนอัตราวันละ ๕๐๐ บาท แต่จำเลยก็ไม่สามารถทำให้เสร็จได้ ตามกำหนด โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาและฟ้องให้จำเลยเสียค่าปรับตามสัญญา ่จำเลยต่อสู้ว่า เมื่อมีการตกลงสัญญากันใหม่ว่าปรับวันละ ๗๐๐ บาท แล้วจะบอกเลิกสัญญาไม่ได้ และการบอกเลิกตามสัญญา ก็ต้องบอกล่วงหน้าก่อน ๑๕ วัน จึงจะชอบ ศาลแพ่งวินิจฉัยว่า การเปลี่ยนอัตราค่าปรับจากวันละ ๕๐๐ บาท เป็น ๗๐๐ บาท นั้น หาทำให้ข้อกำหนดเดิมที่ให้สิทธิเลิกสัญญาหมดไปไม่ โจทก์ยังมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ และการบอกเลิกโดยต้องบอกล่วงหน้า ๑๕ วันนั้น หมายถึงบอกเลิกในระหว่างอายุสัญญา มิใช่เรื่องบอกเลิกในกรณีผิดสัญญามานานแล้ว ดังในคดีนี้ จึงพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาพิพากษายืน ตามข้อวินิจฉัยดังกล่าวแล้วของศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1364/2503 กรมทางหลวงแผ่นดิน โดยพลตรีหาญ อุดมสรยุทธ อธิบดี โจทก์ บริษัท เสริมสิน จำกัด ที่ 1 นายมนัศ พิมพ์จันทร์ ที่ 2 ธนาคารมณฑล จำกัด โดยพันเอกช่วง เชวงศักดิ์สงครามที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมทางหลวงแผ่นดิน โดยพลตรีหาญ อุดมสรยุทธ อธิบดี · จำกัด - บริษัท เสริมสิน จำกัด ที่ 1 นายมนัศ พิมพ์จันทร์ ที่ 2 ธนาคารมณฑล · จำเลย - โดยพันเอกช่วง เชวงศักดิ์สงครามที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมูล สุวรรณศร · บริรักษ์จรรยาวัตร · สนิท สุมาวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสยาม นิลกำแหง · ศาลอุทธรณ์ - นายจิตติ ติงศภัทิย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 289/2508ฎีกา 2307/2533ฎีกา 1968/2537ฎีกา 2165/2537ฎีกา 417/2549ฎีกา 1013/2498ฎีกา 5284/2531ฎีกา 1262/2543ฎีกา 814/2490ฎีกา 4074/2536ฎีกา 8219/2544ฎีกา 948/2546ฎีกา 2519/2549ฎีกา 229/2538ฎีกา 265/2510ฎีกา 468/2490ฎีกา 2014-2015/2531ฎีกา 699/2553ฎีกา 8878/2551ฎีกา 7138/2544ฎีกา 1025/2487ฎีกา 12457/2555ฎีกา 525/2519ฎีกา 2746/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา