⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1528/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1528/2503

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเอาทรัพย์ที่เจ้าพนักงานยึดรักษาไว้ไปโดยทุจริต เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 142

ย่อคำพิพากษา

ความผิดฐานลักทรัพย์ที่ถูกยึดหรืออายัดไปตามกฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 290 นั้น หาได้ถูกประมวลกฎหมายอาญายกเลิกไปโดยสิ้นเชิงไม่ แม้ความผิดฐานลักทรัพย์ที่เจ้าพนักงานยึดหรืออายัดจะไม่มีบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา แต่การเอาทรัพย์ที่เจ้าพนักงานยึดรักษาไว้ไปโดยทุจริต ก็คงยังเป็นความผิดตามมาตรา 142 ประมวลกฎหมายอาญาอยู่ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 28/2503)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.122 กฎหมายลักษณะอาญา ม.290 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.142

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เจ้าพนังกานได้ทำการจับกุมจำเลยทั้งสองได้พร้อมด้วยช้างพัง ๑ เชือก เป็นของกลางในข้อหาสมคบกันมีช้างไว้ในครอบครองโดยไม่ได้จดทะเบียนและฐานรับของ โจร ในระหว่างควบคุมจำเลยและนำช้างที่ถูกเจ้าพนักงานยึดไว้เพื่อส่งพนักงานสอบสวน จำเลยได้บังอาจสมคบกันลักเอาข้างนั้นไป ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๒๙๐, ๒๙๓, ๒๙๔, ๒๙๖ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยทั้งสองได้เจตนาทุจริตสมคบกันเอาช้างของกลางไปเสียจากเจ้าพนักงานจริงดังฟ้อง แต่จะลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ที่ถูกยึดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๒๙๐ ไม่ได้ เพราะถูกยกเลิกไปแล้ว จึงพิพากษายกฟ้องในข้อหาฐานลักทรัพย์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๑๔๒ แห่งประมวลกฎหมายอาญา จำคุกฐานลักทรัพย์ที่ยึดมีกำหนด ๑ ปี จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ความผิดฐานลักทรัพย์ที่ถูกยึดหรืออายัติไปนั้น เดิมมีบัญญัติไว้ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๒๙๐ แต่หาได้มีบัญญัติไว้ในหมวด ๑ ลักษณะ ๑๒ แห่งประมวลกฎหมายอาญา ในความผิดฐานลักทรัพย์และวิ่งราวทรัพย์ไม่ คงมีบัญญัติไว้ในมาตรา ๑๔๒ ซึ่งอยู่ในหมวด ๑ ลักษณะ ๒ อันเป็นความผิดต่อเจ้าพนักงาน ปัญหาจึงมีว่า ตามฟ้องของโจทก์นั้น จะลงโทษจำเลยตามมาตรา ๑๔๒ ประมวลกฎหมายอาญาได้หรือไม่ ศาลฎีกาได้วินิจฉัยโดยมี่ประชุมใหญ่แล้ว เห็นว่า ในข้อหาว่า จำเลยเอาข้างรายนี้ไปเสียจากผู้เสียหายนั้น โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองลักทรัพย์ที่เจ้าพนักงานยึดมาเพื่อนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีและเพื่อโฆษณาหาเจ้าของตามกฎหมาย ฟ้องของโจทก์จึงไม่ใช่เป็นการกล่าวอ้างถึงความผิดฐานลักทรัพย์แต่อย่างเดียว แต่โจทก์ได้บรรยายข้อความไว้ด้วยว่า จำเลยได้เอาไปเสียซึ่งทรัพย์ที่เจ้าพนักงานได้ยึดรักษาไว้อันเป็นความผิดตามมาตรา ๑๔๒ ประมวลกฎหมายอาญา นั่นเอง ความผิดฐานลักทรัพย์ที่ถูกยึดหรืออายัดไปตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๒๙๐ นั้น หาได้ถูกประมวลกฎหมายอาญายกเลิกไปโดยสิ้นเชิงไม่ แม้ความผิดฐานลักทรัพย์ที่เจ้าพนักงานยึดหรืออายัดจะไม่มีบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา แต่การเอาทรัพย์ที่เจ้าพนักงานยึดรักษาไว้ไปโดยทุจริต ก็คงยังเป็นความผิดตามมาตรา ๑๔๒ ประมวลกฎหมายอาญาอยู่ เมื่อการกระทำของจำเลยตามที่โจทก์กล่าวในฟ้องเป็นความผิดตามาตรา ๑๔๒ ประมวลกฎหมายอาญาแล้ว จำเลยก็ย่อมมีความผิดและถูกลงโทษตามมาตรา ๑๔๒ นี้ได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1528/2503 อัยการจังหวัดตรัง โจทก์ นายเจต เครือเดียว ที่ 1 นายเพียร ทองเสน่ห์ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดตรัง · 1 - นายเจต เครือเดียว ที่ · จำเลย - นายเพียร ทองเสน่ห์ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประกอบ หุตะสิงห์ · คร้าม สิวายะวิโรจน์ · พจน์ ปุษปาคม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - นายจินดา บุญศิริ · ศาลอุทธรณ์ - นายสว่าง ว. วงษ์ศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 831/2532ฎีกา 6505/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา