⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 231/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 231/2503

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ควบคุมงานก่อสร้างและเบิกจ่ายค่าแรงคนงานโดยได้รับค่าจ้างเป็นรายวันจากงบประมาณ มิใช่เจ้าพนักงานตามความหมายของกฎหมาย จึงไม่อาจลงโทษตามความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานทุจริตต่อหน้าที่และจดหลักฐานเท็จได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานเป็นเจ้าพนักงานทำการทุจริตต่อหน้าที่และจดหลักฐานเท็จแต่ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยได้รับแต่งตั้งจากอธิบดีกรมชลประทานให้เป็นช่างบังคับหมู่เขื่อนระบายน้ำโพธิ์เตี้ยมีหน้าที่ควบคุมงานก่อสร้าง ซ่อมแซมบำรุงรักษา ควบคุมการเบิกจ่ายค่าแรงคนงาน ควบคุมคนงานโดยได้รับเงินค่าจ้างเป็นรายวันจากงบประมาณ ซึ่งมิใช่ประเภทเงินเดือน เมื่อจำเลยได้เบิกค่าแรงคนงานเกินความจริงและจดหลักฐานเท็จ ก็จะเอาผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานทุจริตต่อหน้าที่และทำหลักฐานเท็จตามฟ้องไม่ได้เพราะถือว่าจำเลยไม่ใช่เจ้าพนักงานและตามฟ้องของโจทก์ก็มิได้บรรยายถึงความผิดอย่างอื่นอันเป็นเรื่องที่เห็นได้ว่า โจทก์มีความประสงค์จะให้ลงโทษจำเลยซึ่งไม่ใช่ในฐานเป็นเจ้าพนักงานด้วย เมื่อเป็นดังนี้ คดีก็ไม่มีทางจะลงโทษจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.132 กฎหมายลักษณะอาญา ม.133 กฎหมายลักษณะอาญา ม.230 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.151 ประมวลกฎหมายอาญา ม.152 ประมวลกฎหมายอาญา ม.162 พระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พ.ศ.2485 ม.4 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2497 ม.23 พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 ม.44

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานเป็นเจ้าพนักงานทำการทุจริตต่อหน้าที่ และจดหลักฐานเท็จ จำเลยปฏิเสธ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อกฎหมายในเบื้องแรกว่า โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานเป็นเจ้าพนักงานทำการทุจริต แต่ได้ความว่า จำเลยนี้ได้รับแต่งตั้งจากอธิบดีกรมชลประทานให้เป็นช่างบังคับหมู่เขื่อนระบายน้ำโพธิ์เตี้ย มีหน้าที่ควบคุมงานก่อสร้างซ่อมแซมบำรุงรักษา ควบคุมการเบิกจ่ายค่าแรงคนงาน ควบคุมคนงานโดยได้รับเงินค่าจ้างเป็นรายวัน จากงบประมาษซึ่งมิใช่ประเภทเงินเดือนจำเลยจึงมิใช่ข้าราชการพลเรือน ตาม พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2497 มาตรา 23 จำเลยจึงมิใช่เจ้าพนักงานตามกฎหมายลักษณะอาญาไม่มีความผิดฐานเจ้าพนักงานกระทำดังฟ้อง ตามฎีกาที่ 523/2499 พิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยไม่วินิจฉัยข้อเท็จจริงอื่น โจทก์อุทธรณ์ว่า แม้ว่าจำเลยไม่ได้เป็นข้าราชการตาม พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนก็จริง แต่จำเลยก็เป็นเจ้าพนักงานตาม พระราชบัญญัติชลประทานหลวง พ.ศ. 2485 มาตรา 4 ซึ่งเป็นกฎหมายพิเศษควรมีความผิดดังฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่า สำหรับผู้ที่มิได้เป็นข้าราชการ แม้จะได้รับการแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างข้าราชการ ก็ไม่ทำให้ผู้นั้นเป็นข้าราชการหรือเจ้าพนักงานขึ้นมาได้ เว้นแต่จะอยู่ในข้อยกเว้นของกฎหมาย แม้โจทก์จะได้กล่าวมาในฟ้องว่า จำเลยรับราชการมีตำแหน่งเป็นช่างและมีหน้าที่ทางธุระการอย่างอื่น ๆ มาด้วยก็ดี ก็เพียงมุ่งหมายว่าจำเลยเป็นข้าราชการตามธรรมดานั่นเอง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาโดยอ้างเหตุผลเช่นเดียวกับในชั้นอุทธรณ์ ศาลฎีกาเห็นว่า เรื่องนี้โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยฐานเจ้าพนักงานกระทำการทุจริตต่อหน้าที่และจดหลักฐานเท็จ เมื่อถือไม่ได้ว่าจำเลยนี้เป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายลักษณะอาญา ดังเหตุผลที่ศาลล่างทั้งสองได้วินิจฉัยไว้โดยละเอียดและอ้างฎีกามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย และตามฟ้องของโจทก์ก็มิได้บรรยายถึงความผิดอย่างอื่นอันเป็นเรื่องที่เห็นได้ว่า โจทก์มีความประสงค์จะให้ลงโทษจำเลยซึ่งไม่ใช่ในฐานเป็นเจ้าพนักงานด้วย คดีจึงไม่มีทางจะลงโทษจำเลยได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 231/2503 อัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นายสุวัฒน์ พัฒนไทย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดนครราชสีมา · จำเลย - นายสุวัฒน์ พัฒนไทย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไชยเจริญ สันติศิริ · ประจักษ์ศุภอรรถ · บริรักษ์จรรยาวัตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 605/2511ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536ฎีกา 5723-5724/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา