คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 685/2503
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเบิกความเท็จจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 ได้ ต้องเป็นการเบิกความเท็จในข้อสำคัญในคดี.
ย่อคำพิพากษา
ในคดีก่อนโจทก์ฟ้องว่า โจทก์ซื้อที่พิพาทและครอบครองปรปักษ์มาเกิน 10 ปี ขอให้แสดงกรรมสิทธิ์และห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง จำเลยในคดีนั้นต่อสู้คดี โจทก์นำนางหลินเข้าเบิกความเป็นพยาน นางหลินเบิกความว่า พ่อตาโจทก์ตายเมื่อ 4 ปีมานี้ ซึ่งความจริงพ่อตาโจทก์ตายมากกว่า 10 ปีแล้ว ข้อความที่พยานเบิกความเช่นว่านั้นแม้เป็นเท็จ ก็ไม่ถือว่าเป็นข้อสำคัญในคดี เพราะในคดีก่อน ศาลฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์มิได้ซื้อที่พิพาทและครอบครองปรปักษ์มาจริงตามฟ้อง นางหลินยังไม่มีความผิดฐานเบิกความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่า ในคดีแพ่งแดงที่ ๑๘๖/๒๕๐๐ ของศาลจังหวัดนครปฐม โจทก์ฟ้องนายตึ้ง นายแก้ว เป็นจำเลย ขอให้แสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินและห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับที่ดินนั้น โดยอ้างว่า โจทก์ได้ซื้อที่พิพาทจากนางแหนและครอบครองปรปักษ์มา ในคดีนั้น ศาลจังหวัดนครปฐมฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ไม่ได้ซื้อที่พิพาทจากนางแหน ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่จำเลยนำสืบว่า ก่อนที่โจทก์เข้ามาอยู่ในที่พิพาท นายวุ่นพ่อตาโจทก์กับนายเส็ง และคนอื่น อีกหลายครอบครัว อาศัยปลูกเรือนอยู่ในที่นี้ โจทก์ได้นางแสงลูกนายวุ่นเป็นภรรยา ก็มาอยู่ที่เรือนนายวุ่นตลอดมา ข้อเท็จจริงจากที่โจทก์นำสืบไม่พอฟังว่าโจทก์ได้ซื้อที่พิพาทจากนางแหนแล้วครอบครองมาจริงตามฟ้อง จึงพิพากษายกฟ้อง
โจทก์จึงมาฟ้องคดีนี้หาว่านางหลินจำเลยในคดีนี้เบิกความเท็จต่อศาลในสารสำคัญในการเป็นพยานจำเลยในคดีแดงที่ ๑๘๖/๒๕๐๐ ว่า นายวุ่นพ่อตาโจทก์ตายไปเมื่อ ๔ ปีนี้เอง ความจริงนายวุ่นพ่อตาโจทก์ตายไปแล้วกว่า ๑๐ ปี เป็นเหตุให้โจทก์แพ้ความในคดีก่อน ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา ม. ๑๗๗
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า เฉพาะตอนที่จำเลยเบิกความในคดีก่อนว่า นายวุ่นพ่อตาโจทก์ตายไปเมื่อ ๔ ปีนี้เอง นั้น ไม่เป็นความเท็จอันเป็นข้อสำคัญแห่งคดีเพราะในคดีก่อนศาลตัดสินยกฟ้องโดยเชื่อข้อเท็จจริงว่า โจทก์มิได้ซื้อที่พิพาทและครอบครองปรปักษ์มาจริงตามฟ้อง การตายของนายวุ่นจะตายมาช้านานเท่าใดไม่เกี่ยวกับประเด็นสำคัญที่ศาลหยิบยกขึ้นมาวินิจฉัย การกระทำของจำเลยจึงไม่ผิดตามกฎหมายที่โจทก์ฟ้องคดีไม่มีมูล ที่จะรับไว้พิจารณา จึงมีคำสั่งให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า ความเท็จที่นางหลินจำเลยเบิกความว่า นายวุ่นพ่อตาโจทก์ตายไปเมื่อ ๔ ปีนี้ เป็นข้อสำคัญแห่งคดีหรือไม่
ศาลฎีกาเห็นว่า ในคดีก่อนศาลจังหวัดนครปฐมไม่เชื่อพยานฝ่ายโจทก์ว่าโจทก์จะได้ซื้อที่พิพาทมาจากนางแหนแล้วครอบครองโดยสงบและเปิดเผยโดยเจตนาเป็นเจ้าของมาจริงดังที่โจทก์ฟ้องและฟังข้อเท็จจริงต่อไปว่า โจทก์มิได้เคยปกครองที่พิพาทโดยปรปักษ์มาเลย ไม่ว่าในขณะใดขณะหนึ่งที่ศาลล่างทั้งสองฟังต้องกันมาว่า คำเบิกความของนางหลินจำเลยในคดีนั้นที่ว่า นายวุ่นพ่อตาโจทก์ตายไปเมื่อ ๔ ปีนี้ ไม่ใช่เป็นข้อสำคัญแห่งดี จึงเป็นการถูกต้องแล้ว พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 685/2503
นายเหรียญ สุขสมัย โจทก์
นางหลิน ทองประสี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเหรียญ สุขสมัย · จำเลย - นางหลิน ทองประสี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประกอบ หุตะสิงห์ · สุทธิวาทนฤพุฒิ · เชื้อ คงคากุล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครปฐม - นายคมกฤช นุรักษ์ (คำสั่ง) · ศาลอุทธรณ์ - นายสวิง ลัดพลี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา