⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 928/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 928/2503

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาสามารถบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินที่ลูกหนี้มีส่วนร่วมอยู่ได้ และผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินที่ถูกบังคับคดีสามารถร้องขอต่อศาลให้กันส่วนของตนออกได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เป็นเจ้าหนี้จำเลยตามคำพิพากษาโจทก์ย่อมนำยึดสินบริคณห์ ซึ่งจำเลยมีส่วนร่วมอยู่ด้วย เพื่อขอให้ขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้โจทก์ได้ ในกรณีเช่นนี้ ผู้ร้องซึ่งเป็นสามีจำเลยจะมาร้องขัดทรัพย์หาได้ไม่ เมื่อผู้ร้องถือว่าตนเป็นเจ้าของร่วมในทรัพย์ที่ถูกยึดรายนี้ ก็ชอบที่จะร้องขอต่อศาลให้กันส่วนได้ของตนออก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.276 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.278 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1356 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1357 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1483

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลย ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระต้นเงินและดอกเบี้ยแก่โจทก์รวม ๘๗๕๐ บาท จำเลยไม่ชำระ โจทก์นำยึดเรือนปั้นหยา ๒ หลัง ราคาประมาณ ๔,๐๐๐ บาท โดยอ้างว่าเป็นของจำเลย ผู้ร้องคัดค้านว่า ไม่ใช่เรือนของจำเลย แต่เป็นสินบริคณห์ระหว่างผู้ร้องกับจำเลย ผู้ร้องเป็นสามีจำเลยโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยทำสัญญากู้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ร้อง หนี้รายนี้จึงไม่ผูกพันสินบริคณห์ จอให้ศาลงดการขายและถอนการยึด ศาลชั้นต้นฟังว่า เรือนพิพาทเป็นสินบริคณห์จริง ผู้ร้องได้ให้ความยินยอมโดยปริยายแล้ว หนี้จึงผูกพันสินบริคณห์ การกู้เงินรายนี้เอามาใช้ทำนาร่วมกัน ถือว่าเป็นหนี้ร่วมระหว่างผู้ร้องกับจำเลย จึงให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า หนี้รายนี้ไม่ใช่หนี้ร่วม โจทก์นำยึดทรัพย์รายนี้ไม่ได้ หากส่วนของจำเลยในสินบริคณห์นี้ต้องรับผิดในการชำระหนี้ต่อโจทก์ประกาดรใด โจทก์จะนำยึดเพื่อดำเนินการบังคับคดีตามคำพิพากษาได้ ก็ต้องร้องขอต่อศาลให้แยกสินบริคณห์เสียก่อนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๔๘๓ พิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ถอนการยึดเรือนรายนี้ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ทรัพย์รายที่ถูกยึดนี้เป็นสินบริคณห์ ซึ่งจำเลยมีส่วนร่วมอยู่ด้วย โจทก์ย่อมนำยึดเพื่อขอให้ขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้โจทก์ได้ เพราะหนี้รายนี้ จำเลยซึ่งเป็นภริยาผู้ร้องเป็นลูกหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาอยู่แล้ว ในกรณีเช่นนี้ไม่ชอบที่ผู้ร้องจะมายืนคำร้องขัดทรัพย์ เมื่อผู้ร้องถือว่าตนเป็นเจ้าของร่วมในทรัพย์ที่ถูกยึดรายนี้ ก็ชอบที่จะร้องขอต่อศาลให้กันส่วนได้ของตนออก พิพากษากลับศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีตามคำสั่งศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 928/2503 นายแสน ยอดบริบูรณ์ โจทก์ นางชุ่ม กอนอิ่ม จำเลย นายชุป กอนอิ่ม ผู้ร้องขัดทรัพย์

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายแสน ยอดบริบูรณ์ · จำเลย - นางชุ่ม กอนอิ่ม · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - นายชุป กอนอิ่ม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนิท สุมาวงศ์ · ประมูล สุวรรณศร · บริรักษ์จรรยาวัตร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายจินดา เกตุปัญญา · ศาลอุทธรณ์ - นายโพยม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8454/2544ฎีกา 1145/2494ฎีกา 2389/2540ฎีกา 609/2526ฎีกา 770/2535ฎีกา 7677/2557ฎีกา 1342/2509ฎีกา 9577/2552ฎีกา 621/2519ฎีกา 4015/2528ฎีกา 7662/2546ฎีกา 5378/2544ฎีกา 5640/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 245/2531ฎีกา 1052/2509ฎีกา 1247/2510ฎีกา 1649/2498ฎีกา 185/2566ฎีกา 643/2497ฎีกา 967/2491ฎีกา 4258/2541ฎีกา 3537/2524ฎีกา 1492/2510
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา