⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 939/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 939/2503

ป.พ.พ. ม.653 · ป.วิ.แพ่ง ม.123, 249

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาที่ต้องปิดอากรแสตมป์ หากไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ จะฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้ เว้นแต่จะมีการเสียอากรภายหลัง

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้ในชั้นศาลชั้นต้น จำเลยให้การต่อสู้เพียงว่า จำเลยไม่ได้กู้ โจทก์ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือมาแสดง มิได้ต่อสู้ไว้เลยว่าสัญญากู้ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ และเพิ่งจะมายกขึ้นเป็นข้อฎีกาเท่านั้น ไม่รับพิจารณา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.123 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.123 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ที่วัดเขาดิน ตำบลห้วยบง จังหวัดสระบุรี ได้มีงานฝังลูกนิมิตร มีการเรี่ยไรเงินสำหรับซ่อมแซมวัด ได้ตั้งกรรมการของวัดดำเนินงานหลายตน รวมทั้งจำเลยด้วย และในด้านการเงิน จำเลยได้รับมอบให้เก็บรักษาบัญชีรายรับรายจ่ายเงินของวัดรวมทั้งตัวเงินบางส่วนด้วย เมื่อเสร็จงานแล้วได้เงินที่มีผู้ทำบุญ หักค่าใช้จ่ายแล้วเหลือ ๑๓,๙๐๐ บาทเศษ ทางวัดมอบให้กรรมการของวัดแต่ละคนเป็นผู้เก็บรักษา โดยจำเลยเป็นผู้ทำบัญชี ครั้นวันที่ ๑ มีนาคม ๒๔๙๘ จำเลยมาขอกู้เงินของวัด ๓,๐๐๐ บาท ในเงินรายที่นายเปิ้นเป็นกรรมการผู้รักษา ต่อหน้าผู้เป็นกรรมการหลายคน โดยจำเลยอ้างว่า จะเอาไปใช้ส่วนตัวชั่วคราว และตกลงจะคิดดอกเบี้ยให้ชั่งละ ๑ บาท ต่อเดือน นายเปิ้นเห็นว่าจำเลยก็มีหน้าที่เป็นกรรมการรักษาเงินของวัดด้วย จึงมอบเงิน ๓,๐๐๐ บาท ให้จำเลยเซ็นรับเงินไว้ในบัญชีฉบับเดียวกันนั้น ต่อหน้ากรรมการของวัดนั้น มาบัดนี้ ทางวัดต้องการเงินเพื่อใช้จ่ายในการซ่อมโบสถ์ ได้ทวงให้จำเลยส่งคืนหลายครั้ง แต่จำเลยก็เพิกเฉย จึงขอให้ศาลบังคับให้ จำเลยให้การปฏิเสธว่าไม่ได้กู้ และว่านายคำ โมงนาที กำนันเป็นผู้กู้ไปจากนายเปิ้น ต่อมานายเปิ้นทวงเงินจากนายคำผู้กู้หลายครั้งแต่ไม่ได้ นายเปิ้นจึงขอสมุดรักษาเงินจากจำเลยไป ว่าจะฟ้องนายคำ ครั้นแล้วนายเปิ้นก็นำคดีมาฟ้องจำเลย โจทก์ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือมาแสดง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่า ปรากฏจากคำพยานโจทก์ว่า ในการที่จำเลยกู้เงินนี้ ในสมุดซึ่งบันทึกข้อความเกี่ยวกับการกู้เงินมิได้ปิดอากรแสตมป์ หลักฐานจึงย่อมไม่สมบูรณ์ตามประมวลรัษฎากร โจทก์นำมาฟ้องร้องไม่ได้ ให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ขอให้กลับหรือยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น เพราะมีพยานบุคคลสืบได้ความแล้วว่า มีการกู้กันจริง แต่ยังไม่ได้ปิดอาการแสตมป์ เพราะเอกสารที่โจทก์ขออ้าง จำเลยไม่ส่งมา จึงยังปิดแสตมป์ไม่ได้ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า บันทึกเกี่ยวกับการกู้เงินในสมุดนั้น มิได้ปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากรก็ตาม แต่การบันทึกหรือเซ็นรับเงินในสมุดนั้นไม่ใช่สัญญากู้เงิน เป็นเอกสารหลักฐานอย่างหนึ่งในการกู้เงินเท่านั้น ซึ่งหลักฐานเช่นนี้ตามประมวลรัษฎากรมิได้ระบุไว้ว่าต้องปิดอากรแสตมป์ จึงให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์อ้างบันทึกการกู้เงิน แต่ไม่ได้มาเป็นพยานโจทก์จึงสืบพยานบุคคลประกอบฟ้อง ในศาลชั้นต้น จำเลยให้การต่อสู้เพียงว่า จำเลยไม่ได้กู้เงินดังฟ้อง โจทก์ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือมาแสดง จะฟ้องจำเลยไม่ได้ จำเลยมิได้ต่อสู้ไว้เลยว่าสัญญากู้ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ และจำเลยเพิ่งจะมายกขึ้นเป็นข้อฎีกาในชั้นนี้ ฎีกาของจำเลยจึงขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ ศาลฎีกาไม่รับพิจารณา ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 939/2503 วัดเขาดิน โดยนายเปิ้น แสนพันธ์ ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายเหรียญ อินทร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - วัดเขาดิน โดยนายเปิ้น แสนพันธ์ ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นายเหรียญ อินทร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิทักษ์มนูศาสตร์ · ไชยเจริญ สันติศิริ · พิชัยบัณฑิต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสระบุรี - นายพยนต์ ยาวะประภาษ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงพิชิตปฏิภาณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3781/2533ฎีกา 6412-6413/2538ฎีกา 244/2535ฎีกา 33/2501ฎีกา 184/2536ฎีกา 222/2473ฎีกา 1463/2509ฎีกา 852/2511ฎีกา 472/2551ฎีกา 545/2518ฎีกา 108/2546ฎีกา 7666/2552ฎีกา 6039/2545ฎีกา 1270/2509ฎีกา 5845/2540ฎีกา 2519/2530ฎีกา 6586/2557ฎีกา 364/2536ฎีกา 4957/2536ฎีกา 2542/2521ฎีกา 4643/2539ฎีกา 820/2558ฎีกา 4123/2543ฎีกา 1496/2503
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา