คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1463/2509
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองปรปักษ์ที่ดินที่ไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ จะเกิดขึ้นได้เมื่อผู้ครอบครองแสดงเจตนาโดยชัดแจ้งว่าจะยึดถือครอบครองแทนเจ้าของเดิมต่อไป และการแสดงเจตนาเช่นนั้นต้องบอกกล่าวหรือแสดงออกให้เจ้าของเดิมทราบ.
ย่อคำพิพากษา
ที่ดินของโจทก์ไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ จำเลยอาศัยโจทก์ทำนา เมื่อจะเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือครอบครอง ต้องบอกกล่าวหรือแสดงโดยชัดแจ้งให้โจทก์ทราบว่าไม่มีเจตนาจะยึดถือครอบครองแทนต่อไป ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1381 การที่จำเลยเพิ่งแสดงออกให้โจทก์เห็นว่าจำเลยครอบครองเป็นปรปักษ์ต่อโจทก์เริ่มตั้งแต่จำเลยยื่นคำให้การต่อสู้คดีแพ่งเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2503 ว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลย โจทก์ฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2504 คดีไม่ขาดอายุความ
จำเลยฎีกาอ้างขึ้นมาลอย ๆ ว่า โจทก์เป็นคนต่างด้าว กฎหมายห้ามมิให้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ซึ่งตามสำนวนไม่ปรากฏ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เดิมนางเพียงนายผาอาศัยที่นาของโจทก์เฉพาะหมาย ค.ตามแผนที่ท้ายฟ้อง โจทก์ฟ้องนางเพียงนายผา ขอห้ามไม่ให้เกี่ยวข้องตามคดีแพ่งแดงที่ ๕/๒๕๐๔ จำเลยที่ ๑ ซึ่งอาศัยที่นาโจทก์หมาย ข. ถูกเรียกเข้าเป็นจำเลยร่วม ต่อมาวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๐๓ จำเลยที่ ๑ ยื่นคำให้การว่า ได้ขออนุญาตจับจองบุกเบิกที่นาหมาย ข. มาแต่ปี ๒๔๙๗ ได้รับหนังสือรับรองทำประโยชน์ และจำเลยที่ ๒ ซึ่งอาศัยที่นาพิพาทหมาย ค. ของโจทก์ เบิกความเป็นพยานจำเลยในคดีดังกล่าว เมื่อ ๖-๗ เดือนก่อนฟ้องคดีนี้ว่าได้จับจองที่พิพาทหมาย ค.มาพร้อมกับจำเลยที่ ๑ โจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยทั้งสองอาศัยที่นาโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองคืนนาหมาย ข.ค. ตามแผนที่ท้ายฟ้องให้โจทก์ ห้ามเกี่ยวข้อง ถ้าทางราชการออก น.ส.๓ ให้ ก็ขอให้ศาลสั่งเพิกถอน
จำเลยทั้งสองให้การว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลย ได้มาโดยการจับจองบุกเบิกถางป่า ได้แจ้ง ส.ค. ๑ และได้รับ น.ส. ๓ ฟ้องขาดอายุความ ๑ ปี นับแต่ทราบว่าจำเลยแย่งการครอบครอง และเป็นฟ้องซ้ำกับคดีแดงที่ ๕/๒๕๐๔
ศาลชั้นต้นเห็นว่าไม่เป็นฟ้องซ้ำ คดีไม่ขาดอายุความ พิพากษาให้จำเลยคืนนาให้โจทก์ห้ามเกี่ยวข้อง ให้เพิกถอนหนังสือ น.ส. ๓
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาฟังว่า ที่พิพาทไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ นางดาเจ้าของเดิมมีสิทธิครอบครองได้มอบเพื่อตีชำระหนี้แก่โจทก์ ถือว่าสละสิทธิการครอบครองให้โจทก์แล้ว โจทก์ครอบครองโดยเจตนายึดถือเพื่อตนตลอดมา โจทก์มีสิทธิครอบครอง มีสิทธิฟ้องเอาคืนการครอบครองได้ จำเลยที่ ๑,๒ อาศัยนาพิพาทจากโจทก์ทำ ถือว่ายึดถือครอบครองแทนโจทก์ เมื่อจำเลยจะเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือครอบครอง ต้องบอกกล่าวหรือแสดงโดยชัดแจ้งให้โจทก์ทราบว่าจำเลยไม่มีเจตนาจะยึดถือครอบครองแทนต่อไปตามมาตรา ๑๓๘๑ จำเลยทั้งสองเพิ่งแสดงตนออกให้โจทก์เห็นว่าจำเลยครอบครองเป็นปรปักษ์ต่อโจทก์เริ่มตั้งแต่จำเลยที่ ๑ ให้การต่อสู้คดีแพ่งแดงที่ ๕/๒๕๐๔ เมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๐๓ โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๐๔ เป็นการฟ้องเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองภายใน ๑ ปี ไม่ขาดอายุความ ที่อ้างว่าจำเลยที่ ๑ เป็นบุคคลต่างด้าว กฎหมายห้ามมิให้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้น จำเลยอ้างขึ้นมาลอย ๆ โจทก์อ้างกรรมสิทธิ์จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามท้องสำนวนไม่ปรากฏ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1463/2509
นายฮ้อ ตันติกูล ที่ 1
นางประดับ ตันติกูลที่ 2 โจทก์
นายรวย ปานฤทธิ์ ที่ 1
นายฉอ้อน ยอดฉัตร ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | 1 - นายฮ้อ ตันติกูล ที่ · โจทก์ - นางประดับ ตันติกูลที่ 2 · 1 - นายรวย ปานฤทธิ์ ที่ · จำเลย - นายฉอ้อน ยอดฉัตร ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุทิน เกษคุปต์ · ยง เหลืองรังษี · ศริ มลิลา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดกำแพงเพชร - นายคำนึง อุไรรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายปันโน สุขทรรศนีย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา