⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 734/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 734/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์ที่มิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นโมฆะ การครอบครองอสังหาริมทรัพย์โดยผู้รับซื้อฝากซึ่งมิได้จดทะเบียนนั้น ถือเป็นการครอบครองแทนผู้ขายฝาก และการกระทำของผู้รับซื้อฝาก เช่น การทำกินหรือเสียภาษี ไม่ถือเป็นการแสดงเจตนาเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือเป็นการยึดถือเพื่อตนเอง

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ขายฝากที่พิพาทไว้กับจำเลย และมอบให้จำเลยครอบครองทำกินในที่พิพาท โดยทำสัญญาขายฝากกันเองมิได้จดทะเบียนต่อเจ้าพนักงาน สัญญาขายฝากจึงตกเป็นโมฆะกำหนดเวลาไถ่เขียนขึ้นภายหลังโดยโจทก์ไม่รู้เห็น การที่จำเลยเคยบอกให้โจทก์ซื้อคืน แต่โจทก์ก็ไม่ซื้อและโจทก์ไม่เคยมาพูดถึงเรื่องที่พิพาทเลย ก็ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้บอกกล่าวเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือ แม้จำเลยจะทำกินนานเพียงใด หรือเป็นผู้เสียภาษีสำหรับที่พิพาทก็หาได้สิทธิครอบครองไม่ เพราะถือว่าเป็นการกระทำแทนโจทก์ โจทก์ฟ้องเรียกคืนได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.115 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.491 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1381

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยคืนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ โดยโจทก์ต้องวางเงิน 10,000 บาท ให้จำเลยรับไปก่อน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงได้ความว่า เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2510 โจทก์ได้ขายฝากที่พิพาทไว้กับจำเลยและมอบให้จำเลยครอบครองทำกินในที่พิพาท โดยทำหนังสือสัญญาขายฝากกันเอง มิได้จดทะเบียนต่อเจ้าพนักงาน ดังนั้นสัญญาขายฝากจึงตกเป็นโมฆะ สำหรับกำหนดเวลาไถ่ซึ่งนำสืบโต้เถียงกันนั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นว่า น่าจะเขียนขึ้นภายหลังโดยโจทก์ไม่รู้เห็นเพราะสีของน้ำหมึกใหม่กว่ากันเห็นได้ชัด การที่จำเลยได้รับมอบให้ทำกินในที่พิพาทจึงเท่ากับเป็นการได้รับมอบให้ยึดถือที่พิพาทในฐานะเป็นผู้แทนโจทก์ จำเลยจะได้สิทธิครอบครองต่อเมื่อได้บอกกล่าวเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1381 ปัยหาวินิจฉัยจึงมีว่าจำเลยได้บอกกล่าวเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือหรือไม่ ได้พิเคราะห์พยานหลักฐานของจำเลยโดยตลอดแล้ว คงปรากฏในคำเบิกความของจำเลยเพียงว่า จำเลยเคยบอกให้โจทก์ซื้อที่พิพาทคืนแต่โจทก์ก็ไม่ซื้อคืนและเมื่อโจทก์กลับจากจังหวัดกำแพงเพชร โจทก์ก็ไม่เคยมาพูดถึงเรื่องที่พิพาทเลยเพียงเท่านี้ศาลฎีกาเห็นว่า ยังรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้บอกกล่าวเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือที่พิพาทว่าจำเลยจะยึดถือเพื่อตนเอง ฉะนั้นไม่ว่าจำเลยจะทำกินในที่พิพาทนานเท่าไร หรือแม้จำเลยจะเป็นผู้เสียภาษีสำหรับที่พิพาท จำเลยก็หาได้สิทธิครอบครองไม่เพราะถือว่าเป็นการกระทำแทนโจทก์" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 734/2526 นายลี แก่นอินทร์ โจทก์ นายทองใบ กาแดง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายลี แก่นอินทร์ · จำเลย - นายทองใบ กาแดง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูเชิด รักตะบุตร์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ประสาท บุณยรังษี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 259/2486ฎีกา 1431/2492ฎีกา 356/2530ฎีกา 3375/2532ฎีกา 600/2536ฎีกา 273/2501ฎีกา 4072/2528ฎีกา 2749/2538ฎีกา 472/2526ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 945/2537ฎีกา 5317/2538ฎีกา 3421/2538ฎีกา 810/2546ฎีกา 464/2497ฎีกา 129/2501ฎีกา 1800/2511ฎีกา 886/2515ฎีกา 1280/2492ฎีกา 1532/2509ฎีกา 1686/2520ฎีกา 128/2516ฎีกา 230/2501ฎีกา 3649/2525
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา