⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 19/2504

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19/2504

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่ความได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันนอกศาลและได้ปฏิบัติตามสัญญาแล้ว จะไม่สามารถบังคับคดีตามคำพิพากษาเดิมได้อีกต่อไป

ย่อคำพิพากษา

คดีก่อนศาลชั้นต้นตัดสินให้โจทก์ (คือจำเลยในคดีก่อน) ชำระเงิน 3 ล้านบาทเศษแก่จำเลย (คือโจทก์ในคดีก่อน) คดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์ โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นหนังสือกันนอกศาลว่า จำเลยยอมรับเงินจากโจทก์เพียง 7 แสนบาทแทนการเรียกให้ชำระหนี้ตามคำพิพากษา และได้รับเงิน 7 แสนบาทไปแล้ว ต่อมาคดีนั้นศาลอุทธรณ์พิพาษายืน ไม่มีฝ่ายใดฎีกา จำเลย (ซึ่งเป็นโจทก์ในคดีก่อน) จะขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษานั้นหาได้ไม่ ในกรณีข้างต้น เมื่อโจทก์ในคดีก่อนขอให้ศาลออกคำบังคับคดีตามคำพิพากษาและจำเลยในคดีก่อนอุทธรณ์ฎีกาคัดค้านการที่ศาลชั้นต้นออกคำบังคับโดยไม่ยอมรับฟังสัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำกันนอกศาลนั้น แล้วจำเลยในคดีก่อนมายื่นฟ้องโจทก์ในคดีก่อนขอให้บังคับโจทก์ในดคีก่อนปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวนั้นได้ ไม่เป็นฟ้องซ้ำ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.144 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.146 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.276 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.114 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.851 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.852

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เดิมเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๑ จำเลยได้ฟ้องโจทก์กับกรมการจังหวัดกาญจนบุรี เรียกทรัพย์สินในไร่ฝ้ายคืน ถ้าคืนไม่ได้ให้ใช้เงิน ๓,๔๕๓,๔๖๒ บาท ศาลจังหวัดกาญจนบุรีพิพากษาให้จำเลยชนะคดีและโจทก์อุทธรณ์ วันที่ ๒๕ กันยายน ๒๔๙๖ นายสุรพงษ์ผู้แทนจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นหนังสือกับผู้แทนกรมตำรวจซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติให้ทำการแทนโจทก์ สัญญามีสาระสำคัญว่าจำเลยยอมรับเงินจากโจทก์ ๗๗๐,๐๐๐ บาทแทนการเรียกให้ชำระหนี้ตามคำพิพากษา ไม่ติดใจเรียกร้องทรัพย์สินใดๆ จากโจทก์อีกโดยเด็ดขาด และได้รับเงิน ๗๐๐,๐๐๐ บาทแล้ว ต่อมาวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๔๙๖ จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์อีกฉบับหนึ่งเท้าความถึงสัญญาฉบับแรกโดยว่าได้รับเงินไปตามสัญญาฉบับแรกแล้ว จะไม่ขอเรียกร้องอีกต่อไป ไม่ว่าผลของคำพิพากษาศาลอุทธรณ์จะเป็นประการใด เป็นการให้สัตยาบันแก่สัญญาฉบับแรก ในที่สุดคดีนั้นศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลจังหวัดกาญจนบุรี โจทก์ไม่ฎีกา ต่อมาวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๔๕๙ จำเลยขอให้ศาลบังคับโจทก์ชำระเงินตามคำพิพากษานั้น โจทก์แถลงคัดค้าน โจทก์กล่าวในฟ้องคดีหลังนี้ว่า ศาลไม่รับรู้ในการที่โจทก์แถลงคัดค้านนั้น โจทก์จึงฟ้องคดีหลังนี้อ้างว่าจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมกับโจทก์เป็นการระงับข้อพิพาทที่มีอยู่ต่อกัน ทำให้สิทธิเรียกร้องสิ้นไป การที่จำเลยกลับบังคับให้โจทก์ใช้เงิน ได้ชื่อว่าหลอกลวงโจทก์ให้เสียหาย ต้องจ่ายเงิน ๓,๓๗๗,๖๘๓ บาท ๑๗ สตางค์ จึงขอศาลบังคับจำเลยใช้เงิน ๓,๓๗๗,๖๘๓ บาท ๑๗ สตางค์ แก่โจทก์ หรือให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่ได้ทำไว้ ให้จำเลยงดใช้สิทธิเรียกร้องจากโจทก์ เว้นแต่เงิน ๗๐๐,๐๐๐ บาท ที่รับไปแล้ว ขอให้สั่งศาลจังหวัดกาญจนบุรี คืนเงิน ๓,๓๗๗,๖๘๓ บาท ๑๗ สตางค์ แก่โจทก์ จำเลยให้การปฏิเสธฟ้อง และต่อสู้หลายประการ คู่ความแถลงรับกันบางประการ ศาลแพ่งสืบพยาน คู่ความแถลงรับกันบางประการ ศาลแพ่งสืบพยานโจทก์แล้ววินิจฉัยว่าฟ้องของโจทก์ไม่เป็นฟ้องซ้ำ ไม่ขาดอายุความฟ้องร้อง สัญญาประนีประนอมยอมความสมบูรณ์ผูกพันฟ้องร้องให้บังคับคดีกันได้ ข้อตกลงประนีประนอมหาได้เจตนาจะเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาของศาลไม่ ส่วนเรื่องที่ต่อสู้ว่าถูกข่มขู่ให้รับเงินเพียง ๗๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยแถลงไม่ติดใจสืบพยาน ศาลแพ่งจึงพิพากษาให้จำเลยงดการใช้สิทธิเรียกร้องเอาทรัพย์ใดๆ จากโจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว คือ ให้จำเลยปฏิบัติการชำระหนี้ด้วยงดการเรียกร้องเอาทรัพย์ใดๆ ในคดีก่อนของศาลจังหวัดกาญจนบุรีจากโจทก์ และให้จำเลยร้องต่อศาลจังหวัดกาญจนบุรีให้งดการบังคับคดี (สละสิทธิในการบังคับคดี) กับให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน ๓,๓๗๗,๖๘๓ บาท ๑๗ สตางค์ แก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คดีของโจทก์ไม่เป็นฟ้องซ้ำ ส่วนข้อข่มขู่ ศาลอุทธรณืฟังว่า จำเลยทำสัญญาประนีประนอมโดยสมัครใจ ไม่มีการข่มขู่ จำเลยยินดีรับเงินไปหลายปีแล้ว พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ที่จำเลยฎีกาว่าสัญญาประนีประนอมยอมความ ๒ ฉบับ มีวัตถุประสงค์เปลี่ยนแปลงแก้ไขคำพิพากษาของศาล ขัดต่อความสงบเรียบร้อย ข้อนี้ศาลฎีกาเห็นว่า คำพิพากษาของศาลมีอยู่อย่างไร ก็คงเป็นอยู่อย่างนี้ ตลอดจนได้ออกคำบังคับไปตามที่จำเลย (คือโจทก์ในคดีก่อน) ร้องขอ ส่วนสัญญาประนีประนอมยอมความ ๒ ฉบับนั้นเป็นอีกกรณีหนึ่งซึ่งคู่ความต่างฝ่ายต่างผ่อนปรนแก่กัน ฝ่ายจำเลยยอมลดหย่อนจำนวนเงินลงโดยฝ่ายโจทก์ (คือ จำเลยในคดีเดิม) สละสิทธิไม่ฎีกาต่อไป ซึ่งถ้าฎีกาต่อไปแล้วอาจชนะคดีโดยจำเลยจะไม่ได้อะไรเลยก็อาจเป็นได้ ต่างฝ่ายต่างได้รับประโยชน์ สัญญา ๒ ฉบับนั้นมีความหมายว่า หากจำเลยชนะคดี จำเลยก็จะไม่บังคับตามคำพิพากษา หากแต่จะขอรับเงินเพียง ๗๐๐,๐๐๐ บาท เป็นที่พอใจ คำพิพากษาเป็นแต่ชี้สิทธิและความรับผิดระหว่างจำเลยและโจทก์ ส่วนการจะดำเนินการบังคับคดีเอาเงินจากโจทก์ตามคำพิพากษาหรือไม่เพียงใดเป็นสิทธิของจำเลยผู้ชนะคดี จำเลยและโจทก์จะทำความตกลงผ่อนปรนกันอย่างไรจึงเป็นเรื่องของจำเลยและโจทก์เอง หาเป็นการเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำพิพากษาของศาลแต่ประการใดไม่ ข้อที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ฟ้องซ้ำเพราะโจทก์เคยอุทธรณ์ฎีกาคัดค้านการที่ศาลชั้นต้นออกคำบังคับโดยไม่ยอมรับฟังสัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำกันนอกศาล ข้อนี้ ศาลฎีกาเห็นว่า ครั้งก่อนเป็นการโต้เถียงกันในชั้นบังคับคดี หาใช่เป็นเรื่องโจทก์ฟ้องร้องจำเลยตามสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ การที่โจทก์มาฟ้องคดีนี้ จึงไม่ใช่เป็นการฟ้องซ้ำ ศาลฎีกาพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19/2504 ที่เป็นศัตรูต่อสหประชาชาติโดยพระยาโกมารกุลมนตรี ประธานกรรมการ โจทก์ นายสุวรรณหรือเคี้ยง แสงโสภณ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ที่เป็นศัตรูต่อสหประชาชาติโดยพระยาโกมารกุลมนตรี ประธานกรรมการ · จำเลย - นายสุวรรณหรือเคี้ยง แสงโสภณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทธิวาทนฤพุฒิ · เชื้อ คงคากุล · สารกิจปรีชา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายพรส สุขารมย์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงพิทักษ์มนูศาสตร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 3996/2541ฎีกา 3245/2534ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1649/2498ฎีกา 4549/2540ฎีกา 548/2522ฎีกา 8680/2551ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 2657/2534ฎีกา 1170/2505ฎีกา 7051/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา