คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 312/2504
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกู้ยืมเงินที่ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ หากไม่มีหลักฐานดังกล่าว จะฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้ แม้จำเลยจะยอมรับว่าได้รับเงินจริงในชั้นพิจารณา ก็ไม่อาจนำมาใช้เป็นหลักฐานบังคับคดีได้
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องเรียกเงินที่ทดรองจ่ายในการศพจำเลยให้การต่อสู้ว่าโจทก์ชำระเงินจำนวนนั้นแทนผู้ซื้อที่ดินจากจำเลย และถึงหากจะฟังว่าเป็นดังฟ้อง ก็เป็นการกู้ยืมไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ไม่มีอำนาจฟ้อง เมื่อจำเลยให้การเป็นพยาน ก็ให้การเช่นเดียวกัน ดังนี้ แม้ฟังว่าเป็นการกู้ ก็บังคับคดีแก่จำเลยไม่ได้เพราะขณะฟ้องโจทก์ไม่มีหลักฐานการกู้ยืมเป็นหนังสือจะถือเอาคำให้การและคำเบิกความของจำเลยในการสู้คดี (ซึ่งรับว่าได้รับเงินจริง) มาอาศัยเป็นหลักฐานบังคับแก่จำเลยไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยขอให้ออกเงินทดรอง ๑๐,๐๐๐ บาท เพื่อจัดการศพสามีจำเลยโดยให้คำมั่นว่าเสร็จงานแล้วจะคืนเงินให้ มิฉะนั้นก็จะทำหนังสือสัญญากู้ให้ แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตามที่ให้คำมั่นไว้ ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินหรือทำหนังสือสัญญากู้
จำเลยให้การว่า จำเลยขายที่ดินให้แก่นายทองหล่อๆ ไม่มีเงินชำระจึงให้โจทก์ออกทดแทนให้ ๑๐,๐๐๐ บาท และโจทก์ได้ชำระให้แทนนายทองหล่อเพียง ๒,๔๕๐ บาท และให้การต่อสู้ด้วยว่า แม้ข้อเท็จจริงจะเป็นดังฟ้อง โจทก์ก็ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะเป็นการกู้ยืมไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ
ในวันชี้สองสถาน โจทก์แถลงว่าได้ออกเงินทดรองในการศพให้จำเลย ๑,๑๐๐ บาท ส่วนอีก ๘,๙๐๐ บาทนั้น โจทก์มอบให้จำเลยไปจ่ายเอง แต่ฝ่ายจำเลยแถลงปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นเห็นว่าเงิน ๘,๙๐๐ บาท ตามที่โจทก์แถลงนั้นเป็นลักษณะกู้เมื่อไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ โจทก์ย่อมไม่มีอำนาจฟ้อง คงให้สืบพยานกันต่อมาเฉพาะเรื่องเงิน ๑,๑๐๐ บาท และพิพากษาให้จำเลยชำระ ๑,๐๒๐ บาท
โจทก์อุทธรณ์เรื่องเงิน ๘,๙๐๐ บาท
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เงิน ๘,๔๐๐ บาทนั้น โจทก์สืบได้ว่าจำเลยยืมไปใช้ แม้ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ แต่จำเลยก็รับต่อศาลแล้วว่าได้รับเงินจากโจทก์และได้ให้การเป็นพยานเช่นนั้นด้วย ถือได้ว่าเป็นหลักฐานที่ใช้บังคับได้ตามกฎหมาย พิพากษาแก้ให้จำเลยชำระเงินราย ๘,๙๐๐ บาทด้วย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำให้การและคำเบิกความของจำเลยต่อสู้ว่าเงินที่รับจากโจทก์เป็นเงินที่ออกแทนนายทองหล่อในการซื้อที่ดิน ซึ่งทั้งนี้โจทก์อาจมีสิทธิจะไปเรียกร้องเอาจากนายทองหล่องได้ นอกจากนั้น จำเลยก็ได้ให้การต่อสู้ไว้ว่าแม้จะเป็นเรื่องกู้ยืม จำเลยก็ไม่ต้องรับผิดเพราะไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ในขณะที่ฟ้อง โจทก์ไม่มีหลักฐานเช่นนั้น จึงต้องห้ามมิให้นำมาฟ้องบังคับคดี จะถือเอาคำให้การและคำเบิกความของจำเลยในการต่อสู้คดีมาอาศัยว่าเป็นหลักฐานเพื่อบังคับคดีแก่จำเลยไม่ได้ จึงพิพากษาแก้ ไม่บังคับแก่จำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 312/2504
นายสาย ทดแทน ที่ 1
นางถม ทดแทน ที่ 2 โจทก์
นางปทุม สาธุฐิติ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | 1 - นายสาย ทดแทน ที่ · โจทก์ - นางถม ทดแทน ที่ 2 · จำเลย - นางปทุม สาธุฐิติ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สารกิจปรีชา · สารกิจปรีชา · เชื้อ คงคากุล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายจวน เจียรนัย · ศาลอุทธรณ์ - หลวง เจริญฤทธิศาสตร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา