⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1181/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1181/2505

ป.อาญา ม.83, 350

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโอนทรัพย์สินของลูกหนี้จะมีความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ได้ ต้องประกอบด้วยเจตนาที่สำคัญว่าเพื่อมิให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ การขยายกิจการหรือตั้งบริษัทใหม่ที่มีทุนมากขึ้น ยังไม่ถือว่ามีเจตนาเช่นนั้น.

ย่อคำพิพากษา

ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 350 นั้น การโอนทรัพย์ต้องประกอบด้วยเจตนา เพื่อมิให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนเป็นประการสำคัญด้วย การที่ลูกหนี้เลิกห้างเดิมและขยายกิจการตั้งบริษัทขึ้นใหม่มีทุนมากขึ้นนั้น ยังถือไม่ได้ว่าลูกหนี้มีเจตนาย้ายหรือโอนทรัพย์เพื่อมิให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.350

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.350 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เดิมจำเลยทั้งสองเข้าหุ้นส่วนทำการค้าร่วมกันในห้างหุ้นส่วนจำกัดเซี่ยงไฮ้การพิมพ์ ห้างหุ้นส่วนนี้เป็นลูกหนี้โจทก์ ๘๔,๕๐๐ บาท โจทก์จึงฟ้องห้างดังกล่าวและจำเลยที่ ๑ ขอให้ใช้ จำเลยได้มีเจตนาทุจริตสมคบกันเลิกห้างหุ้นส่วนจำกัดเซี่ยงไฮ้การพิมพ์อย่างไม่มีการชำระบัญชี และได้โอนสินทรัพย์ให้จำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ยักยอกเอาทรัพย์นั้นไปทำเป็นทุน เข้าหุ้นในบริษัทนวการพิมพ์ ทำให้โจทก์เสียหาย เป็นการฉ้อโกง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๐,๘๓ ศาลไต่สวนแล้ว สั่งว่าคดีมีมูลให้ประทับรับฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๐ บัญญัติว่า ผู้ใดเพื่อมิให้เจ้าหนี้ของตนหรือของผู้อื่นได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ซึ่งได้ใช้หรือจะใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้ชำระหนี้ ย้ายไปเสีย ซ่อนเร้น หรือโอนไปให้แก่ผู้อื่นซึ่งทรัพย์ใด ๆ ก็ดี ฯ ต้องระวางโทษดังนี้ หมายความว่า การโอนทรัพย์นั้นต้องประกอบด้วยเจตนาเพื่อมิให้เจ้าหนี้ของตนได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนเป็นประการสำคัญด้วย แต่เมื่อศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต่อไปว่าหลักทรัพย์ของจำเลยยังมีอยู่ และบริษัทที่จำเลยโอนทรัพย์ไปตั้งขึ้นใหม่นั้น ก็เป็นการขยายกิจการให้ก้าวหน้าทั้งทุนก็เพิ่มมากขึ้น พฤติการณ์ถือไม่ได้ว่าที่จำเลยเลิกห้างหุ้นส่วนเดิมแล้วตั้งบริษัทขึ้นใหม่แทนนั้น จำเลยมีเจตนาเพื่อมิให้โจทก์เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1181/2505 นายแป๊ะเลี้ยง แซ่จู โจทก์ นายตั้งสูน แซ่ตั้ง ที่ 1 นางโค้วสี แซ่โค้ว ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายแป๊ะเลี้ยง แซ่จู · จำเลย - นายตั้งสูน แซ่ตั้ง ที่ 1 นางโค้วสี แซ่โค้ว ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสนอ บุณยเกียรติ · ประมูล สุวรรณศร · เจน เวชศิลป์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครใต้ - นายไพบูลย์ ไวกาสี · ศาลอุทธรณ์ - นายเนิ่น กฤษณะเศรณี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 20504/2556ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 4225/2559ฎีกา 647/2563ฎีกา 3578/2531ฎีกา 16867/2557ฎีกา 3800/2564ฎีกา 2936/2543ฎีกา 1/2567ฎีกา 5957/2530ฎีกา 8651/2558ฎีกา 16561/2557ฎีกา 962/2560ฎีกา 1386/2521ฎีกา 9368/2552ฎีกา 786/2519ฎีกา 4903/2562ฎีกา 2632/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา