คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1534/2505
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเอาอสังหาริมทรัพย์มาประกันการชำระหนี้ ต้องทำโดยการจำนองตามแบบที่กฎหมายกำหนด หากมิได้ทำตามแบบดังกล่าว ถือว่าไม่ได้มีการเอาอสังหาริมทรัพย์นั้นมาประกันการชำระหนี้ตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
คำว่า "ประกัน" ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 155 (2) นั้น หมายความถึงการประกันการชำระหนี้
การที่จะให้อสังหาริมทรัพย์ใดเป็นการประกันการชำระหนี้ได้ ต้องกระทำด้วยวิธีการจำนองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 702, 703 และต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 704
สัญญากู้ยืมเงินที่ระบุไว้ว่าผู้กู้ได้นำใบแจ้งการครอบครองที่ดินสวนยาง 1 แปลง เนื้อที่ 9 ไร่เศษให้ผู้ให้กู้ยึดถือไว้เป็นประกันด้วยนั้น หาใช่เป็นการเอาสวนยางเข้าประกันการชำระหนี้ตามกฎหมายไม่ ฉะนั้น ถ้าผู้กู้ทำนิติกรรมยกสวนบางบางส่วนให้คนอื่นไป จึงถือไม่ได้ว่าลูกหนี้ทำให้ลดน้อยถอยลงซึ่งประกันอันได้ให้ไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 155 (2)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
นางคล้อยซึ่งเป็นบุตรของจำเลยทั้งสองได้ขอให้โจทก์ดำเนินคดีแทน ฟ้องจำเลยทั้งสองว่า จำเลยทั้งสองได้กู้เงินนางคล้อยไป ๒๒,๐๐๐ บาท ได้เอาที่ดินสวนยางของจำเลยหนึ่งแปลงให้นางคล้อยยึดถือไว้ เป็นประกันเงินกู้ ต่อมาจำเลยที่ ๑ ได้ร้องขอต่อศาลขอแบ่งที่ดินสวนยางนั้นออกเป็นสองส่วน ได้แก่จำเลยคนละส่วน แล้วจำเลยที่ ๑ ได้ยกส่วนได้ของตนให้แก่นางเสน พรหมสียา โดยเสน่หา เจ้าพนักงานได้ทำการแบ่งแยกโอนที่ดินสวนยางดังกล่าวให้แก่นางเสน ไปแล้ว การกระทำของจำเลยที่ ๑ เช่นนี้ ทำให้หลักประกันลดน้อยถอยลงต่ำกว่าจำนวนเงินที่จำเลยกู้ไป โดยจำเลยที่ ๑ มีเจตนายักย้ายถ่ายเททรัพย์สินซึ่งเป็นการฉ้อฉล นางคล้อยจึงขอบังคับให้จำเลยทั้งสองใช้เงินกู้ ๒๒,๐๐๐ บาทแก่นางคล้อย และสั่งเพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินระหว่างจำเลยที่ ๑ กับนางเสนด้วย
จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา
ศาลชั้นต้นพิจารราแล้วฟังว่า หนี้เงินกู้ยังไม่ถึงกำหนดชำระ ที่ดินที่จำเลยเอามาวางประกันเงินกู้หาใช่เป็นหลักประกันพิเศษชนิดจำนำจำนองไม่ โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิฟ้องจำเลย ส่วนคำขอให้เพิกถอนนิติกรรมนั้น จำเลยทั้งสองยังมีทรัพย์สินเป็นหลักประกันหนี้ประกอบกับนางเสนผู้รับโอนหาได้เป็นจำลเยในคดีนี้ด้วยไม่ ศาลจะสั่งเพิกถอนไม่ได้ พิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังว่าหนี้เงินกู้ที่โจทก์ฟ้องยังไม่ถึงกำหนดชำระ และตามสัญญากู้ข้อ ๒ ฟังได้ว่าจำเลยได้นำใบแจ้งการครอบครองที่ดินสวนยาง ๑ แปลง เนื้อที่ ๙ ไร่เศษให้นางคล้อยยึดถือไว้เป็นประกัน แล้วต่อมาจำเลยทั้งสองได้ตกลงแบ่งที่ดินสวนยางนั้นกันคนละครึ่ง เฉพาะที่ดินส่วนได้ของจำเลยที่ ๑ ๆ ได้ทำนิติกรรมยกให้นางเสนไปแล้ว ศาลฎีกาเห็นว่า คำว่า "ประกัน" ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรามาตรา ๑๕๕ (๒) นั้น หมายถึงการประกันการชำระหนี้ การที่จะให้อสังหาริมทรัพย์ใดเป็นประกันการชำระหนี้ได้ ต้องกระทำด้วยวิธีการจำนองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๐๒, ๗๐๓ และทั้งต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๗๑๔ ฉะนั้น การที่จำเลยยกที่ดินสวนยางบางส่วนให้คนอื่นไป แม้จะเป็นการกระทำให้ลดน้อยถอยลงซึ่งทรัพย์ของตนเอง แต่ก็หาใช่เป็นทรัพย์ซึ่งได้เอาทำการประกันการชำระหนี้ของนางคล้อยไม่ คดีไม่ต้องด้วยบทบัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๕ (๒) เมื่อเช่นนี้ จำเลยก็ยังถือเอาประโยชน์แห่งเงื่อนเวลานั้นได้ ฯลฯ ส่วนคำขอที่ให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนนั้น โจทก์หาได้ฟ้องนางเสนเข้ามาเป็นจำเลยด้วยไม่
ไม่มีกฎหมายที่จะให้ศาลบังคับบุคคลนอกคดีได้ จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1534/2505
อัยการจังหวัดนราธิวาส ผู้ดำเนินคดีแทนนางคล้อย นิลกาญจน์ โจทก์
นายยก ทาพุฒ ที่ 1 นางกิ้ม ดวงตุระ ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดนราธิวาส ผู้ดำเนินคดีแทนนางคล้อย นิลกาญจน์ · จำเลย - นายยก ทาพุฒ ที่ 1 นางกิ้ม ดวงตุระ ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ห้วน ประชาบาล · การุณย์นราทร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนราธิวาส - ม.ร.ว.ชัยวัฒน์ ชมพูนุท · ศาลอุทธรณ์ - นายแสวง ยะสารวรรณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา