⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1719/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1719/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยต่อสู้คดีโดยอ้างกรรมสิทธิ์ในที่พิพาท ถือเป็นคดีมีทุนทรัพย์ แม้โจทก์จะเสียค่าขึ้นศาลอย่างคดีไม่มีทุนทรัพย์ก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยให้ออกจากที่พิพาท เมื่อจำเลยต่อสู้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ ก็ต้องถือว่าเป็นคดีมีทุนทรัพย์ และเมื่อที่พิพาทมีราคาเพียง 1,500 บาท แม้โจทก์จะเสียค่าขึ้นศาลอย่างคดีไม่มีทุนทรัพย์ตลอดมา ถ้าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ยกฟ้อง โจทก์ก็ฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยและสามีได้มาขอปลูกเรือนอยู่ในที่บ้านของนางสุข แม่ยายโจทก์ นางสุขตายเมื่อ ๑๕ ปีมานี้ ก่อนตายนางสุขได้แบ่งทรัพย์ให้บุตรพยาน โจทก์ได้รับส่วนแบ่ง คือที่นาพิพาท และที่บ้าน ? รายพิพาท เมื่อนางสุขยกบ้านและที่นาพิพาทให้โจทก์แล้ว จำเลยได้ขอปลูกเรือนอาศัยอยู่กับโจทก์ไปก่อน ต่อมาจำเลยบุกรุกเข้าทำนาพิพาท ๒ ไร่ ขอให้พิพากษาว่าที่นาและที่บ้านรายพิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องและให้จำเลยรื้อเรือนไป จำเลยให้การว่า หลังจากนายทา นางสุขตายแล้ว ที่บ้านกับที่นาพิพาทตามแผนที่ท้ายฟ้องเป็นทรัพย์มรดกได้แก่สามีจำเลยและเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยกับสามี ๆ ได้ครอบครองมาจนสามีจำเลยตาย ที่บ้านกับที่นาพิพาทก็ตกเป็นมรดกได้แก่จำเลยกับบุตร จำเลยไม่เคยขออาศัยโจทก์ และไม่ได้บุกรุกที่นาของโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ แม้โจทก์จะฟ้องขับไล่จำเลยก็ตาม แต่จำเลยก็ได้ต่อสู้กรรมสิทธิ์ จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ และจำนวนทุนทรัพย์ก็เพียง ๑,๕๐๐ บาท ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกัน ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์จะฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ (แม้โจทก์จะเสียค่าขึ้นศาลอย่างคดีไม่มีทุนทรัพย์ตลอดมาก็ตาม) ที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยให้การต่อสู้คดีว่าทรัพย์รายพิพาทเป็นมรดกตกทอดมาจากบิดามารดา แต่ในชั้นพิจารณาจำเลยกลับเบิกความว่าบิดามารดายกให้ ข้อเท็จจริงในคำให้การจึงต่างกับในชั้นพิจารณานั้น เห็นว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยชี้ขาดต้องกันมาแล้วว่า พยานหลักฐานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าโจทก์ให้จำเลยอาศัยที่บ้านรายพิพาท และบุกรุกที่นาพิพาทของโจทก์ เป็นเรื่องโจทก์สืบไม่สมฟ้อง ดังนั้น การที่จำเลยให้การไว้ว่าได้ทรัพย์รายพิพาทจากทางมรดกตกทอดแล้วนำสืบว่าได้รับมาจากการที่บิดามารดายกให้ ก็เป็นการแสดงอยู่ในตัวว่าจำเลยไม่ได้อาศัยและไม่ได้บุกรุกที่พิพาทของโจทก์ จะฟังความจริงอย่างที่จำเลยกล่าวในทางหนึ่งทางใดก็ไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลงไป เพราะเป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องพิสูจน์ให้สมฟ้อง เมื่อสืบไม่สมฟ้องก็ต้องแพ้คดี พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1719/2505 นายสี มณีโชติ โจทก์ นางวงษ์ ชุยซวง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสี มณีโชติ · จำเลย - นางวงษ์ ชุยซวง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เชื้อ คงคากุล · ประกอบ หุตะสิงห์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายแถม กุลยานันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสวตร โรจนเวทย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 4015/2528ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 2812/2539ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 1030/2509ฎีกา 2186/2550ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4041/2542ฎีกา 891/2510ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 5712/2541ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 70/2518ฎีกา 6058/2538ฎีกา 6455/2538ฎีกา 591/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา