คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1870/2505
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
รายงานการตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ที่จัดทำขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อประกอบคำเบิกความ ไม่ถือเป็นพยานเอกสารโดยตรงที่โจทก์ต้องส่งสำเนาให้จำเลยก่อนวันสืบพยาน 3 วัน.
การที่เจ้าหน้าที่รัฐปฏิเสธการอ้างตนเป็นบุคคลสัญชาติไทยของโจทก์ ถือเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ตามกฎหมาย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลได้.
ย่อคำพิพากษา
โจทก์อ้างผู้มีความรู้เชี่ยวชาญมาเบิกความเป็นพยานเพื่อพิสูจน์ว่าโจทก์เป็นบุตรของนางกิมไน้ และเป็นพี่ของน้องอีก 3 คน การตรวจพิสูจน์นี้ต้องมีการฉายเอกซเรย์กระดูก ตรวจโลหิต และถ่ายรูปแล้วทำรายงานการตรวจพิสูจน์พร้อมด้วยความเห็นตามหลักวิชาการ การที่โจทก์ให้พยานดูหลักฐานเหล่านี้แล้วส่งต่อศาลก็เพื่อประกอบคำเบิกความของพยานผู้มีความรู้เชี่ยวชาญนี้ รายงานและภาพถ่ายต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ใช่พยานเอกสารโดยตรง โจทก์ไม่จำต้องส่งสำเนาให้แก่จำเลยก่อนวันสืบพยาน 3 วัน
โจทก์จำต้องให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลฮ่องกงออกหนังสือเดินทางให้เป็นบุคคลสัญชาติจีนเพื่อให้ได้เดินทางกลับมาประเทศไทยเท่านั้น ครั้นมาถึง โจทก์ได้อ้างตนต่อกองตรวจคนเข้าเมืองว่าเป็นบุคคลสัญชาติไทย และขอพิสูจน์สัญชาติ แต่ถูกปฏิเสธ ถือได้ว่ากระทรวงมหาดไทย กรมตำรวจ และหัวหน้ากองตรวจคนเข้าเมืองได้โต้แย้งสิทธิของโจทก์ตามกฎหมาย โจทก์มีอำนาจฟ้องได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นบุคคลสัญชาติไทย โดยเกิดที่จังหวัดนครปฐม เมื่อราว ๑๐ ปีมานี้ โจทก์ไปเยี่ยมญาติที่ประเทศจีน บัดนี้ ประสงค์จะกลับประเทศไทย ได้ไปขอหนังสือเดินทางต่อกงสุลไทยที่ฮ่องกง แต่ถูกปฏิเสธ โจทก์จึงต้องให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลฮ่องกง ออกหนังสือเดินทางให้เป็นบุคคลสัญชาติจีน เพื่อให้ได้เดินทางกลับเข้ามาประเทศไทยเท่านั้น ครั้นโจทก์มาถึง ได้อ้างตนว่าเป็นบุคคลสัญชาติไทยและขอพิสูจน์สัญชาติ แต่ถูกจำเลยปฏิเสธมีคำสั่งให้โจทก์ออกไปจากประเทศไทย ขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งนั้น และสั่งว่าโจทก์เป็นบุคคลสัญชาติไทย
จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นคนสัญชาติจีน เดินทางจากฮ่องกงมาเมืองไทย เมื่อมาแล้วยื่นคำร้องขออยู่ในประเทศไทยต่อไปหลายครั้ง จำเลยยังมิได้สั่งหรือกำหนดให้โจทก์ออกไปจากประเทศไทย จึงไม่มีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์ ๆ ไม่มีสิทธิที่จะฟ้องคดีนี้
ศาลชั้นต้นพิพากษาแสดงว่า โจทก์เป็นบุคคลที่เกิดในประเทศไทยและมีสัญชาติไทย
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ๑. ข้อที่จำเลยคัดค้านว่าฝ่ายโจทก์มิได้ส่งรายงานการตรวจพิสูจน์ (พิสูจน์ตัวโจทก์) ของผู้เชี่ยวชาญทางสาขาวิชานิติเวชวิทยา พยานโจทก์ให้แก่จำเลยก่อนพิจารณา ๓ วัน ไม่ควรรับฟังนั้น เห็นว่ารายงานการตรวจพิสูจน์และภาพถ่ายต่างๆ เหล่านี้หาใช่เป็นพยานเอกสารโดยตรงไม่ เพราะการตรวจพิสูจน์ต้องมีการฉายเอกซเรย์กระดูกส่วนต่าง ๆ ของโจทก์เพื่อสอบอายุของโจทก์ ตรวจโลหิตเพื่อหาความสัมพันธ์ทางสายโลหิต และตรวจโดยการถ่ายรูปเพื่อหาความสัมพันธ์ทางกรรมพันธุ์ แล้วทำรายงานการตรวจพิสูจน์ไว้เป็นหลักฐานพร้อมด้วยความเห็น การที่โจทก์ให้พยานหลักฐานเหล่านี้แล้วส่งต่อศาล ก็เพื่อประกอบคำเบิกความของพยานดังกล่าว ไม่จำต้องส่งสำเนาให้แก่จำเลยก่อนวันสืบพยาน ๓ วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๐
๒. ข้อที่ว่าโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยนั้น ก้ได้ความว่าโจทก์ได้อ้างตนต่อกองตรวจคนเข้าเมืองว่าเป็นบุคคลสัญชาติไทยและขอพิสูจน์สัญชาติแต่ถูกปฏิเสธ ถือได้ว่าจำเลยได้โต้แย้งสิทธิของโจทก์ตามกฎหมาย โจทก์มีอำนาจฟ้อง
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1870/2505
นายม่งซิว หรือเอี้ยงซิว แซ่เอี้ยว โดยนางกิมไน้ แซ่ซี มารดาผู้แทน โดย
ชอบธรรม โจทก์
กระทรวงมหาดไทย ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โดย - นายม่งซิว หรือเอี้ยงซิว แซ่เอี้ยว โดยนางกิมไน้ แซ่ซี มารดาผู้แทน · โจทก์ - ชอบธรรม · จำเลย - กระทรวงมหาดไทย ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เจน เวชศิลป์ · ไชยเจริญ สันติศิริ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายเฉลิม หัตภิรมย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายจวน เจียรณัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา