⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1972/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1972/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การตกลงแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนจำกัดโดยคะแนนเสียงข้างมากของผู้เป็นหุ้นส่วนนั้น เป็นเพียงทางเลือกหนึ่ง หากตกลงกันไม่ได้ หรือไม่ประสงค์จะใช้วิธีนี้ ก็ชอบที่จะยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ตั้งผู้ชำระบัญชีได้

ย่อคำพิพากษา

การชำระบัญชีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1061 จะตกลงกันให้ผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมดด้วยกันเป็นผู้ชำระบัญชีก็ได้ หรือจะตกลงกันให้แต่งตั้งบุคคลใดอื่นเป็นผู้ชำระบัญชีก็ได้ ในการตกลงกันแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีให้วินิจฉัยชี้ขาดโดยคะแนนเสียงข้างมากของผู้เป็นหุ้นส่วน ในกรณีที่ไม่อาจตกลงกันอย่างใดอย่างหนึ่งดังกล่าว ก็ชอบที่จะต้องนำคดีมาสู่ศาลขอให้ตั้งผู้ชำระบัญชีต่อไป อันเป็นการใช้สิทธิทางศาล ไม่ใช่ว่าจะต้องร่วมกันจัดตั้งผู้ชำระบัญชีโดยคะแนนเสียงข้างมากเสมอไป ที่กฎหมายระบุไว้ให้วินิจฉัยชี้ขาดโดยคะแนนเสียงข้างมากนั้น มีความหมายเพียงว่า ในกรณีที่ผู้เป็นหุ้นส่วนตกลงให้มีการแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีกันเองได้ ก็ให้วินิจฉัยชี้ขาดโดยคะแนนเสียงข้างมากเท่นั้น ซึ่งถ้าไม่ตกลงหรือตกลงกันไม่ได้ที่จะให้มีการแต่งตั้งโดยคะแนนเสียงข้างมาก ก็ชอบที่จะมาขอให้ศาลแต่งตั้งได้ ตามคำขอท้ายฟ้องโจทก์ขอให้ศาลตั้ง ล. เป็นผู้ชำระบัญชี จำเลยให้การว่าโจทก์จะตรงมาฟ้องศาลขอให้ตั้งผู้ชำระบัญชีไม่ได้ และหากศาลเห็นสมควรตั้งผู้ชำระบัญชีก็ควรตั้งคนกลางที่เหมาะสมเช่นหัวหน้ากองหมาย ฯลฯ เป็นต้น เมื่อศาลตั้งหัวหน้ากองหมาย ซึ่งโจทก์ก็แสดงว่าพอใจแล้ว จำเลยจะว่าไม่สมควรหรือพิพากษาเกินคำขอของโจทก์ไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1061

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยได้ทำสัญญาเข้าหุ้นส่วนกันตั้งโรงเรียนต่อมาจำเลยที่ ๓ จงใจละเมิดสาระสำคัญส่งสัญญาเข้าหุ้นส่วน โดยจำเลยที่ ๑, ๒ ร่วมมือด้วย และในที่สุดกระทรวงศึกษาธิการมีคำสั่งให้ปิดโรงเรียนนี้เพราะการปฏิบัติอันมิชอบของจำเลย โจทก์เจรจากับจำเลยเพื่อเลิกหุ้นส่วนกันก็ไม่เป็นผล ขอให้พิพากษาให้หุ้นส่วนสามัญรายนี้เลิกกัน และดำเนินการชำระบัญชีโดยให้นายเล็กเป็นผู้ชำระบัญชีต่อไป จำเลยให้การว่า จำเลยมิได้จงใจละเมิดสัญญาเข้าหุ้นส่วน กระทรวงศึกษาธิการสั่งปิดโรงเรียนเพราะความผิดของโจทก์เอง สัญญาเข้าหุ้นส่วนรายนี้ได้เลิกไปแล้วเมื่อกระทรวงศึกษาธิการถอนในอนุญาตโรงเรียน โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอให้ศาลสั่งเลิกอีก หรือแม้จะถือว่าหุ้นส่วนยังไม่เลิก โจทก์ก็เป็นฝ่ายละเมิดบทบังคับเองไม่มีสิทธิฟ้อง ทั้งในการชำระบัญชีนั้น หุ้นส่วนจะต้องร่วมกันชำระบัญชีหรือตกลงกันตั้งผู้ชำระบัญชีโดยเสียงข้างมาก แต่โจทก์มิได้ปฏิบัติตามนี้ จะตรงมาฟ้องขอให้ศาลตั้งผู้ชำระบัญชีหาได้ไม่ และบุคคลที่โจทก์เสนอมาในฟ้องก็ไม่เหมาะสม ถ้าศาลเห็นควรตั้งผู้ชำระบัญชีก็ควรตั้งคนกลางที่เหมาะสมอย่างหัวหน้ากองหมายหรือกองบังคับคดีล้มละลายเป็นต้น ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่า ก่อนฟ้องกระทรวงศึกษา ฯ ได้สั่งถอนในอนุญาตโรงเรียน เป็นเหตุให้วัตถุประสงค์ในการตั้งหุ้นส่วนสิ้นสุดลง ทั้งโจทก์จำเลยก็ได้เคยบอกเลิกและยินดีเลิกหุ้นส่วนกันแล้ว หุ้นส่วนรายนี้จึงเลิกกันไปแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๕๕, ๑๐๕๖ สมควรจัดตั้งผู้ชำระบัญชีต่อไป พิพากษาว่าห้างหุ้นส่วนสามัญรายนี้ได้เลิกกันแล้ว ได้ดำเนินการจัดตั้งผู้ชำระบัญชีโดยถือคะแนนเสียงข้างมากของผู้เป็นหุ้นส่วน โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะให้ตั้งหัวหน้ากองหมายเป็นผู้ชำระบัญชีหุ้นส่วนรายนี้ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้วว่าหุ้นส่วนรายนี้ได้เลิกกันตั้งแต่ก่อนฟ้อง ฟ้องของโจทก์เฉพาะข้อนี้จึงตกไป แม้จะกล่าวอีกนัยหนึ่งว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องข้อนี้ แต่ก็ยังมีข้อที่ต้องพิจารณาวินิจฉัยต่อไปอยู่อีกว่าจะสมควรตั้งผู้ชำระบัญชีตามที่โจทก์ระบุชื่อขอมาหรือไม่ ซึ่งจำเลยต่อสู้ไว้เป็น ๒ ประเด็น คือ โจทก์ไม่มาตกลงกับจำเลยตั้งผู้ชำระบัญชีโดยอาศัยเสียงข้างมาก โจทก์จะตรงมาฟ้องขอให้ตั้งผู้ชำระบัญชีไม่ได้ และ ๒. ถ้าศาลเห็นสมควรตั้งก็ควรตั้งคนกลางที่เหมาะสมอย่างหัวหน้ากองหมายหรือกองบังคับคดีล้มละลาย ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อหุ้นส่วนเลิกกันแล้ว ถ้าไม่มีเหตุที่จะงดเว้นการชำระบัญชีตามกฎหมาย ก็ต้องจัดการชำระบัญชีโดยจะตกลงกันให้ผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมดด้วยกันเป็นผู้ชำระบัญชีหรือตกลงกันให้แต่งตั้งบุคคลใดอื่นเป็นผู้ชำระบัญชี ในการตกลงกันแต่งตั้ง ให้วินิจฉัยชี้ขาดโดยคะแนนเสียงข้างมากของผู้เป็นหุ้นส่วนและในกรณีที่ผู้เป็นหุ้นส่วนไม่อาจตกลงกันอย่างใดอย่างหนึ่งดังกล่าวนั้นได้ ก็ชอบที่จะต้องนำคดีมาสู่ศาล ขอให้แต่งตั้งผู้ชำระบัญชีต่อไปอันเป็นการใช้สิทธิทางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๕๕ หาใช่ว่าจะต้องร่วมกันจัดตั้งผู้ชำระบัญชีโดยคะแนนเสียงข้างมากเสมอไปไม่ ที่กฎหมายระบุไว้ให้วินิจฉัยขาดโดยคะแนนเสียงข้างมากก็ชอบที่จะมาขอให้ศาลแต่งตั้งได้ คดีนี้เป็นกรณีที่ไม่อาจจะตกลงกันเองจัดตั้งผู้ชำระบัญชีตามมาตรา ๑๐๖๑ ได้สำเร็จ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องขอให้ศาลตั้งผู้ชำระบัญชีได้ คำขอท้ายฟ้องโจทก์ขอให้ตั้งนายเล็ก ฝ่ายจำเลย (หุ้นส่วนฝ่ายข้างมาก) คัดค้านว่าไม่เหมาะสม ศาลก็ไม่ตั้ง ที่ตั้งหัวหน้ากองหมายเป็นผู้ชำระบัญชี ก็เป็นไปตามที่จำเลยตั้งประเด็นมาในคำให้การ ทั้งโจทก์ก็แสดงว่าพอใจด้วย จะกล่าวไม่ได้ว่าไม่สมควรหรือพิพากษาเกินคำขอของโจทก์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1972/2505 นายประเสริฐ ศิริทรัพย์ โจทก์ นายประสงค์ ศิริทรัพย์ กับพวกรวม 3 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประเสริฐ ศิริทรัพย์ · จำเลย - นายประสงค์ ศิริทรัพย์ กับพวกรวม 3 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)การุณย์นราทร · สารกิจปรีชา · ห้วน ประชาบาล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายประสม เภกะสุต · ศาลอุทธรณ์ - นายเปลี่ยน เริ่มก่อสกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 1452/2511ฎีกา 1342/2509ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7903/2568ฎีกา 272/2490ฎีกา 3099/2524ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 991/2548ฎีกา 1170/2505ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1687/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา