⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 212/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 212/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแบ่งทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาที่ได้จดทะเบียนหย่าขาดจากกัน ถือเป็นสัญญาแบ่งทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1512

ย่อคำพิพากษา

สามีภริยาได้จดทะเบียนหย่าขาดจากกันและทำบันทึกแบ่งทรัพย์สินให้ภริยาด้วยนั้น การแบ่งทรัพย์นี้ไม่ใช่คำนั่นว่าจะให้ แต่เป็นสัญญาแบ่งทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1512

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.524 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.525 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.526 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1512

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ชนะคดี นางประเทือง จำเลยที่ ๒ และได้นำยึดที่ดินและห้องแถว จำเลย ที่ ๒ ในฐานะผู้ปกครองจำเลยที่ ๓,๔,๕ บุตรร้องขัดทรัพย์ศาลจึงสั่งปล่อยทรัพย์ที่ยึด ความจริงทรัพย์พิพาทเป็นของจำเลยที่ ๒ ขอให้ศาลเพิกถอนนิติ กรรมระหว่างจำเลยที่ ๑, ๓, ๔, ๕ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเห็นว่า คำมั่นว่า จะให้ทรัพย์พิพาทแก่จำเลยที่ ๒ ตามหนังสือหย่ายังไม่ได้จดทะเบียน จึงไม่สมบูรณ์ จึงเลยที่ ๑ มีสิทธิยกให้จำเลยที่ ๓,๔, ๕ ได้ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้เพิกถอนนิติกรรมที่จำเลยที่ ๑ ยกทรัพย์พิพาทให้จำเลยที่ ๓, ๔ และ ๕ เสีย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อตกลงระหว่างจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ เมื่อหย่าขาดจากกันนั้น เป็นข้อตกลงแบ่งทรัพย์ระหว่างสามีภริยาไม่ใช่การให้โดยเสน่หา ข้อตกลงนั้จึงมิใช่คำมั่นว่าจะให้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๒๕ , ๕๒๖ ดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย ในขณะที่หย่ากันนั้นยังไม่ได้รับรองการทำประโยชน์ในที่ดินที่พิพาทซึ่งมีแต่สิทธิครอบครอง ฉะนั้น เมื่อจำเลยที่ ๒ ได้ครอบครองที่ดินและห้องแถวพิพาทตามข้อตกลงแบ่งทรัพย์ ที่ดินและห้องแถวก็ตกเป็นสิทธิแก่จำเลยที่ ๒ ตามที่ได้ครอบครอง โดยผลของข้อตกลงที่จำเลยที่ ๑ ยอมให้ทรัพย์พิพาทไปโอนยกให้จำเลยที่ ๓, ๔, ๕ ซึ่งความจริงก็ได้ความว่าเป็นการโอนระหว่างที่โจทก์ฟ้องคดีจำเลยที่ ๒ แล้ว และเป็นการโอนอยู่ดังเดิม พฤติการณ์ดังกล่าวนี้เป็นที่เห็นได้ว่า การที่จำเลยที่ ๒ ปล่อยให้จำเลยที่ ๑ โอนทรัพย์พิพาทให้บุตร โดยจำเลยที่ ๒ ครอบครองทรัพย์พิพาทแทนต่อไปนั้น เป็นการกระทำเป็นพิธีเพื่อป้องมิให้โจทก์บังคับคดีที่จำเลยที่ ๒ ถูกฟ้องในกาลต่อไป เท่านั้น เมื่อไม่มีการโอนการครอบครองแก่กัน ปัญหาเรื่องอายุความตามที่จำเลยก็ไม่เกิดขึ้น พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 212/2505 นายคลี่ วงศ์อำมาตย์ โจทก์ นายประพิศ ตั้งตระกูล กับพวก รวม 5 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายคลี่ วงศ์อำมาตย์ · จำเลย - นายประพิศ ตั้งตระกูล กับพวก รวม 5 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิตติ ติงศภัทิย์ · การุณย์นราทร · พิสัยสารคุณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ - นายภักดิ์ บุณยภักดี · ศาลอุทธรณ์ - นายแสวง ยะลารวรรณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1798/2506ฎีกา 1219-1222/2526ฎีกา 10866/2546ฎีกา 231/2482ฎีกา 1280/2492ฎีกา 955/2535ฎีกา 472/2513ฎีกา 5219/2531ฎีกา 1052/2509ฎีกา 2026/2494ฎีกา 383/2490ฎีกา 557/2493ฎีกา 319/2530ฎีกา 488/2472ฎีกา 1145/2495ฎีกา 230/2501ฎีกา 377/2536ฎีกา 888/2511ฎีกา 15964/2553ฎีกา 5640/2541ฎีกา 1081-1082/2522ฎีกา 7786/2538ฎีกา 4995-5000/2531ฎีกา 7214/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา