⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 456/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 456/2505

ป.อาญา ม.33 · พ.ร.บ.การขายยา ม.28

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินที่จำเลยได้ใช้ในการกระทำความผิดและได้มาโดยได้กระทำผิด ศาลมีอำนาจสั่งริบได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 นอกเหนือจากที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะ

ย่อคำพิพากษา

ของกลางที่จับได้จากจำเลยในการกระทำผิดฐานประกอบโรคศิลปะและขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น ถ้าจำเลยเป็นผู้ไม่มีวุฒิที่จะได้รับอนุญาตให้ทำการปรุงยาขึ้นเพื่อจำหน่ายได้เลย ความผิดของจำเลยอยู่ที่การกระทำการปรุงยาจำหน่าย หาใช่เพียงไม่ได้รับอนุญาติเท่านั้นไม่ ของกลางรายนี้จึงเป็นทรัพย์สินที่จำเลยได้ใช้ในการกระทำความผิดและได้มาโดยได้กระทำผิด ซึ่งนอกจากริบตามกฎหมายที่บัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้ว ศาลยังมีอำนาจสั่งริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 อีกด้วย (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 43/2504)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 พระราชบัญญัติการขายยา พ.ศ.2493 ม.28 พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลป พ.ศ.2479 ม.21

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานประกอบโรคศิลปะและขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาตและขอให้ริบของกลางซึ่งจับได้จากจำเลยในกระทำผิดดังกล่าวด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาจำเลยผิดตามฟ้อง ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ. การขายยา พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๒๘ ซึ่งเป็นบทหนัก ของกลางไม่ริบ โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า พยานโจทก์ไม่พอฟังลงโทษจำเลยตามฟ้องได้พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามฟ้องและขอให้ริบกลางด้วย ศาลฎีกาเชื่อว่าจำเลยได้ กระทำผิดจริงตามฟ้อง ส่วนของกลางในคดีนี้วินิจฉัยว่า ศาลฎีกาปรึกษาในที่ประชุมใหญ่ว่าจำเลยเป็นผู้ไม่มีทางที่จะได้รับอนุญาต ให้ทำการปรุงยาขึ้นเพื่อจำหน่ายได้เลย เพราะจำเลยไม่มีวุฒิในทางนั้นดังที่กฎหมายกำหนดไว้ ฉะนั้น ที่ประชุมใหญ่จึงเห็นว่า ความผิดของจำเลยอยู่ที่การกระทำการปรุงยาจำหน่าย หาใช่เพียงไม่ได้รับอนุญาติเท่านั้นไม่ ของกลางรายนี้จึงเป็นทรัพย์สินที่จำเลยได้ใช้ในการกระทำความผิดและได้มาโดยได้กระทำผิด ต้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ ซึ่งนอกจากริบตามกฎหมายที่บัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้ว ยังให้ศาลมีอำนาจสั่งริบตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๓ นั้นอีกด้วย พิพากษากลับ ให้บังคับคดีลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และริบของกลางด้วย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 456/2505 อัยการจังหวัดลำพูน โจทก์ นายจันทร์ กันดี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดลำพูน · จำเลย - นายจันทร์ กันดี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อรรถไพศาลศรุดี · ประมูล สุวรรณศร · โพยม เลขยานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลำพูน - นายชูเชิด รักตะบุตร · ศาลอุทธรณ์ - นายหรุ่น แขวงโสภา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 21848/2555ฎีกา 770/2535ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 3231/2557ฎีกา 7988/2551ฎีกา 5332/2553ฎีกา 917/2564ฎีกา 4549/2540ฎีกา 605/2511ฎีกา 531/2510ฎีกา 14887/2551ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1360/2544ฎีกา 4519/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 960/2559ฎีกา 8444/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา