คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 970/2505
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยว่าข้อความใดเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 หรือไม่ ต้องพิจารณาจากข้อความทั้งหมดประกอบกับพฤติการณ์แวดล้อม ไม่ใช่พิจารณาเพียงบางส่วน.
ย่อคำพิพากษา
คดีที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของ ผู้จัดการ ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณาและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ ได้พิมพ์โฆษณาข้อความดังที่โจทก์บรรยายไว้ในฟ้องให้ปรากฎแก่ประชาชนอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 นั้น การที่จะวินิจฉัยชี้ขาดว่า ข้อความที่กล่าวนั้นเป็นความผิดหรือไม่ และจำเลยพิมพ์โฆษณาด้วยเจตนาอย่างไร จำต้องพิจารณาจากข้อความทั้งหมด ประกอบกับพฤติการณ์อย่างอื่น ๆ ด้วย จะพิจารณาเพียงข้อความที่จำเลยโฆษณาบางตอนหรือบางส่วนหาได้ไม่.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าของผู้จัดการ ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณาและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ชื่อ "อิสสระรายวัน" ซึ่งพิมพ์ขึ้นในราชอาณาจักร ได้บังอาจพิมพ์โฆษณาข้อความหรือบทประพันธ์ในหนังสือพิมพ์รวม ๘ ฉบับ มีข้อความตามคำบรรยายฟ้องอันเป็นการยุยงส่งเสริมให้ประชาชนละเมิดกฎหมายของแผ่นดินทั้งยุยงส่งเสริมให้ประชาชนก่อการรัฐประหารล้มล้างรัฐบาล และมีเจตนาจะชักจูงและยุยงส่งเสริมให้ประชาชนเกิดความรู้สึกเกลียดชังรัฐบาล เป็นการกระทำอันมิใช่ภายในความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ มิใช่เป็นการแสดง ความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต จำเลยกระทำเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนอันถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๖
จำเลยให้การว่า เป็นบรรณาธิการและได้ลงพิมพ์ข้อความในหนังสือพิมพ์ตามฟ้องจริง แต่กระทำไปเพื่อแสดงความคิดเห็นและติชมโดยสุจริต และเป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยเป็นการแสดงความคิดเห็นติชมโดยสุจริตพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๖ ให้จำคุก จำเลย ๑ ปี
จำเลยฎีกา
ศษลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของ ผู้จัดการ ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณาและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ชื่อ "อิสสระรายวัน" ได้พิมพ์โฆษณาข้อความดังที่โจทก์ได้บรรยายไว้ในฟ้อง ให้ปรากฎแก่ประชาชนอันเป็นผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๖ ฉะนั้น การที่จะวินิจฉัยชี้ขาดว่าข้อความที่กล่าวนั้นเป็นความผิดหรือไม่ และจำเลยพิมพ์โฆษณาด้วยเจตนาเช่นไร จึงจำเป็นต้องพิจารณาจากข้อความทั้งหมดประกอบกับพฤติการณ์อย่างอื่น ๆ ด้วย จะพิจารณาเพียงข้อความที่จำเลยโฆษณาบางตอนหรือบางส่วนหาได้ไม่" ศาลฎีกาได้หยิบยกเหตุผลต่าง ๆ ขึ้นวินิจฉัย แล้วพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 970/2505
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายสง่า สุทธิพันธ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายสง่า สุทธิพันธ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไชยเจริญ สันติศิริ · พจน์ ปุษปาคม · สารกิจปรีชา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายประสาท สุคนธมาน · ศาลอุทธรณ์ - นายบุศย์ ขันธวิทย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา