⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1025/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1025/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บุคคลภายนอกที่มิได้เป็นคู่สัญญา สามารถใช้สิทธิเรียกร้องให้ลูกหนี้ชำระหนี้แก่ตนได้ หากเป็นไปตามสัญญาที่ทำไว้ระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้ และบุคคลภายนอกได้แสดงเจตนาแสดงเจตนาตอบรับประโยชน์ตามสัญญานั้นแล้ว

ย่อคำพิพากษา

โจทก์กู้เงินธนาคารไปให้ ข.กับผู้อื่นหมุนซื้อที่ดิน ต่อมา ข. กับจำเลยทำสัญญากันว่า ข.ยอมยกที่ดินให้จำเลยและจำเลยยอมรับภาระชำระหนี้ที่โจทก์เป็นลูกหนี้ธนาคารอยู่นั้น ดังนี้ โจทก์ย่อมเป็นบุคคลากรภายนอกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มารตรา 375 ที่จะได้รับประโยชน์จากการชำระหนี้ตามสัญญาที่กล่าวนั้น คือ จำเลยจำชำระหนี้ธนาคารแทนโจทก์ เมื่อโจทก์ได้แสดงเจตนารับประโยชน์ตามสัญญานั้นแล้ว แต่จำเลยไม่ปฎิบัติตามสัญญาทำให้โจทก์ต้อกู้เงินมาใช้หนี้ธนาคารเอง โจทก์ย่อมฟ้องเรียกร้องให้จำเลยชำระเงินตามสัญญานั้นแก่โจทก์ได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.374 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.375

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์ได้ทำสัญญากู้เงินธนาคารกรุงเทพฯ จำกัด ไป ๓๐๐,๐๐๐ บาท คิดดอกเบี้ยทบต้น เงินจำนวนนี้ผู้อื่นนำไปหมุนซื้อที่ดิน ซึ่งหลวงชำนาญเนติศาสตร์มีส่วนร่วมด้วย ต่อมาหลวงชำนาญ ฯ ได้ทำสัญญาประนีประนอมกับจำเลยที่ ๑ โดยหลวงชำนาญยอมยกที่ดินหลายแปลงให้จำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๑ ยอมรับผิดขำระหนี้ซึ่งโจทก์เป็นลูกหนี้ธนาคารกรุงเทพ จำกัด ซึ่ง ขณะนั้นค้างอยู่ ๓๖๗,๕๖๔.๘๖ บาท โดยจำเลยที่ ๑ จะปลดหนี้นั้นให้เสร็จไป โจทก์แสดงเจตนารับประโยชน์ตามสัญญาระหว่างจำเลยที่ ๑ กับหลวงชำนาญฯ นี้แล้ว แต่ต่อมาจำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญา ภายหลังจำเลยที่ ๑ จึงโอนขายที่ดินให้โจทก์รับเงินที่ขายได้ไปชำระหนี้ธนาคาร ๓๐๐,๐๐๐ บาทแต่มิได้ชำระจำนวนที่ยังค้างอยู่ โจทก์ต้องทำสัญญากู้เงินจากธนาคารนั้นอีกครั้งโดยจำนองที่ดินแปลงหนึ่งเป็นประกัน เอาเงินที่กู้ใหม่นี้ใช้หนี้เดิม ๑๖๔,๒๕๑.๕๕ บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ใช้เงิน ๑๖๔,๒๕๑.๕๕ บาทนี้แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ ๑ ฎีกาว่า คดีไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๗๔,๓๗๕ ซึ่งจำเลยเห็นว่าบุคคลภายนอกเป็นผู้รับประโยชน์ คือ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด ซึ่งจะได้รับชำระหนี้ที่จำเลยที่ ๑ รับภาระแทนโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่า จำเลยที่ ๑ นึกถึงแต่เพียงหนี้ระหว่างโจทก์กับธนาคารเท่านั้น จึงเข้าใจไปว่าธนาคารเป็นบุคคลภายนอกผู้ได้รับประโยชน์จากสัญญา จ.๒(ที่หลวงชำนาญ ฯ กับจำเลยที่ ๑ ทำกันไว้) แต่ที่จริงสัญญา จ.๒ ก่อให้เกิดหนี้ขึ้นอีกอันหนึ่งระหว่างหลวงชำนาญ ฯ กับจำเลยที่ ๑ ซึ่งมีวัตถุแต่งหนี้เป็นการกระทำอันหนึ่ง คือ จำเลยที่ ๑ จะชำระหนี้ระหว่างโจทก์กับธนาคารแทนโจทก์ หนี้ตามสัญญาหมาย จ.๒ นี้ โจทก์เป็นผู้รับประโยชน์ คือ จำเลยที่ ๑ จะชำระหนี้แทน โจทก์จึงเป็นบุคคลภายนอกที่จะได้รับประโยชน์จากการชำระหนี้ตามสัญญาระหว่างหลวงชำนาญฯ กับจำเลยที่ ๑ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยชอบแล้ว(ว่าข้ออ้างของจำเลยตกไป) ผลที่สุด ศาลฎีกาพิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1025/2506 พระประศาสน์วินิจฉัย โจทก์ หลวงอรรฆพัสดุการ ที่ 1 หลวงรอบรู้กิตที่ 2 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พระประศาสน์วินิจฉัย · ล. - หลวงอรรฆพัสดุการ ที่ 1 หลวงรอบรู้กิตที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิตติ ติงศภัทิย์ · บริรักษ์จรรยาวัตร · พจน์ ปุษปาคม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายกิ่ง ศาลิคุปต์ · ศาลอุทธรณ์ - นายธงสิทธิ พวงกนก.
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 162/2512ฎีกา 818/2536ฎีกา 404/2526ฎีกา 108/2545ฎีกา 344/2531ฎีกา 9671/2539ฎีกา 7177/2545ฎีกา 1073/2508ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา