⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1958/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1958/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจว่าบุคคลที่หายไปนั้น ไม่ถือเป็นคำร้องทุกข์ตามกฎหมาย หากไม่มีเจตนาจะให้ดำเนินคดีอาญากับผู้ใด

ย่อคำพิพากษา

คำแจ้งความของโจทก์ซึ่งได้แจ้งไว้ต่อสถานีตำรวจว่า "เมื่อวันที่ 31 ก.ค.05 เวลาประมาณ 16.00 น.เศษ นางทองใบหรือนางสมใจ ฤทธิ์ธรรยุทธร อายุ 31 ปี ภรรยาของผู้แจ้ง อยู่กันมา 10 ปีแล้ว ได้หนีออกจากบ้านไปพร้อมทั้งได้เอาของมีค่าไปด้วย คือ เงินสด 9,340 บาท สร้อยคอทองคำหนัก 1 สลึง พระนางพญาเลี่ยมทอง 1 องค์ และพาบุตรไปด้วย 2 คน ไม่ทราบว่าไปที่ใด ตามหาไม่พบ จึงมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐานตาม ป.จ.ว.นี้" ไม่เป็นคำร้องทุกข์ตามกฎหมายถือได้ว่าโจทก์มิได้ร้องทุกข์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.123 ประมวลกฎหมายอาญา ม.96

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นสามีภริยากันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2505 เวลากลางวัน จำเลยได้เบียดบังเอาเงิน 9,340 บาท ของโจทก์ไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวโดยทุจริตโจทก์ได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนแล้วตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2505ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352, 353 ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ ให้งดไต่สวนมูลฟ้อง แล้วพิพากษาว่า คำแจ้งความของโจทก์ไม่เป็นคำร้องทุกข์ โจทก์มาฟ้องเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2506 คดีโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา คดีได้ความตามฟ้องโจทก์ว่า เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2505 โจทก์ได้แจ้งความต่อสถานีตำรวจนครบาลพญาไทว่า "เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 05 เวลาประมาณ16.00 น. เศษ นางทองใบหรือนางสมใจฤทธิ์ธรรยุทธร อายุ 31 ปี ภรรยาของผู้แจ้ง อยู่กันมา 10 ปีแล้วได้หนีออกจากบ้านไปพร้อมทั้งได้เอาของมีค่าไปด้วย คือ เงินสด 9,340 บาท สร้อยคอทองคำหนัก 1 สลึง พระนางพญาเลี่ยมทอง1 องค์และพาบุตรไปด้วย 2 คน ไม่ทราบว่าไปที่ใด ตามหาไม่พบ จึงมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐานตาม ป.จ.ว. นี้" ศาลฎีกาเห็นว่า คำแจ้งความของโจทก์เป็นการแจ้งเรื่องจำเลยซึ่งเป็นภริยาโจทก์หนีไปจากบ้าน แม้จะแจ้งว่าได้เอาเงินและของมีค่าไปด้วย ก็มิได้กล่าวหาว่าเป็นเงินที่โจทก์ได้มอบหมายให้จำเลยรักษาไว้และจำเลยได้ยักยอกเอาไป และโจทก์ประสงค์จะให้เจ้าพนักงานติดตามจับจำเลยมาดำเนินคดี เป็นเรื่องโจทก์แจ้งให้เจ้าพนักงานรับทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างโจทก์กับจำเลยว่า การที่จำเลยหนีไปนั้นได้เอาทรัพย์สินอะไรไปบ้าง เพื่อเป็นหลักฐานไว้เท่านั้นคำแจ้งความของโจทก์จึงไม่เป็นคำร้องทุกข์ตามกฎหมาย ถือได้ว่าโจทก์มิได้ร้องทุกข์ โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2506 เกินกำหนด 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด คดีโจทก์เป็นอันขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 96 พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1958/2506 จ่าโทวิชัย ฤทธิ์รณยุทธ โจทก์ นางทองใบ หรือ เปรมใจ สมานฉันท์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - จ่าโทวิชัย ฤทธิ์รณยุทธ · จำเลย - นางทองใบ หรือ เปรมใจ สมานฉันท์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวิง ลัดพลี · สอาด นาวีเจริญ · เจน เวชศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8080/2538ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 7687/2553ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 389/2542ฎีกา 5138/2537ฎีกา 2794/2516ฎีกา 276/2520ฎีกา 1813/2531ฎีกา 10552/2553ฎีกา 3620/2566ฎีกา 420-421/2507ฎีกา 2386/2541ฎีกา 2027/2536ฎีกา 954/2502ฎีกา 183/2526ฎีกา 584/2519ฎีกา 4018/2542ฎีกา 214/2494
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา