คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2014/2506
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การทำสัญญานั้น คู่สัญญาสามารถตกลงให้ได้เปรียบเสียเปรียบแก่กันได้ตามความสมัครใจ และสัญญาที่คู่สัญญากำหนดข้อตกลงอันสมควรเพื่อรักษาประโยชน์ของตนเองนั้น ไม่ถือว่าขัดต่อกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
การทำสัญญานั้น จะตกลงให้ได้เปรียบเสียเปรียบแก่กันอย่างไร แล้วแต่ความสมัครใจของคู่สัญญาซึ่งจะต้องระวังรักษาประโยชน์ของตน
สัญญาที่โจทก์มีหน้าที่ส่งเสริมและจัดหาคู่ชกให้จำเลยโดยโจทก์ยังไม่คิดค่าตอบแทนจนกระทั่งจำเลยมีชื่อเสียงแล้ว จำเลยยอมให้โจทก์รับเงินรางวัลโดยหักค่าป่วยการร้อยละห้า และจะไปหาคู่ชกโดยมิได้รับความยินยอมจากโจทก์ไม่ได้ ทั้งจะย้ายสังกัดคณะมวยก็ไม่ได้นั้น หาขัดต่อกฎหมายหรือความสงบเรียบร้อยหรือคิลธรรมอันดีของประชาชนไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้เข้าทำสัญญามอบให้โจทก์เป็นผู้จัดการนักมวยมีระยะเวลา ๓ ปี จำเลยละเมิดและผิดสัญญาไปตกลงชกกับนักมวยอื่นโดยพละการ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายขาดรายได้ ขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ใช้ค่าเสียหาย ๑๐,๐๐๐ บาท และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหาย ๒๐,๕๐๐ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ย
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ทางพิจารณา โจทก์จำเลยตกลงท้ากันข้อเดียวว่า สัญญาท้ายฟ้องโจทก์ใช้บังคับให้หรือไม่ หากศาลวินิจฉัยให้โจทก์ชนะคดี โจทก์ขอเรียกค่าเสียหาย ๕๐๐ บาท
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า สัญญามีผลบังคับกันได้ เพราะคู่สัญญาได้แสดงเจตนายอมตนเข้าผูกพันซึ่งกันและกัน และมีวัตถุประสงค์ชอบด้วยกฎหมาย พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกับใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ ๕๐๐ บาท
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยนี้สมบูรณ์ใช้บังคับได้นับแต่วันทำสัญญาแล้ว การจัดหาคู่ชกให้แก่จำเลยที่ ๒ ตามใจโจทก์ก็ดี สิทธิการบอกเลิกสัญญาของโจทก์ก็ดี หาใช่เป็นเงื่อนไขบังคับก่อนไม่ การที่จำเลยตกลงยอมให้โจทก์เป็นผู้จัดหาคู่ขอให้จำเลยที่ ๒ กู้เพราะจำเลยทั้งสองเห็นแล้วว่าโจทก์มีความสันทัดชัดเจนในวงการมวย สามารถจัดหาคู่ชกอันเหมาะสมให้จำเลยที่ ๒ ขึ้นชกเอาชนะได้ อันเป็นความสมัครใจของจำเลยมอบตัวเข้าอยู่ภายใต้ความควบคุมของโจทก์แต่ผู้เดียว โดยหวังประโยชน์จากการที่โจทก์จะส่งเสริมให้จำเลยที่ ๒ มีชื่อเสียงและมีรายได้จากการชกตลอดระยะเวลา ๑ ปี การที่จำเลยยอมให้โจทก์มีสิทธิเลิกสัญญาได้ฝ่ายเดียว ก็เป็นความตกลงยินยอมของจำเลยเช่นเดียวกัน แต่ทั้งนี้ก็ได้หมายความว่า หากฝ่ายใดเกิดผิดสัญญาขึ้น อีกฝ่ายจะไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ตามกฎหมาย การทำสัญญาระหว่างกันจะตกลงให้ได้เปรียบเทียบแก่กันอย่างไร แล้วแต่ความสมัครใจของคู่สัญญาซึ่งจะต้องระวังรักษาประโยชน์ของตน ที่ศาลล่างวินิจฉัยว่าสัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยมีวัตถุประสงค์ชอบด้วยกฎหมายใช้บังคับได้ ให้จำเลยเป็นฝ่ายแพ้คดีโจทก์ตามคำท้านั้นชอบแล้ว
พิพากษายืน ให้ยกฎีกาจำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2014/2506
นายฉลาด วงศ์ชีพ โจทก์
นายสนิท มั่นคงที่ 1, นายประกอบ ฉัตรทัณฑ์ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายฉลาด วงศ์ชีพ · จำเลย - นายสนิท มั่นคงที่ 1, นายประกอบ ฉัตรทัณฑ์ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สวิง ลัดพลี · สอาด นาวีเจริญ · เจน เวชศิลป์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายเสถียร สิมนิษเฐียร · ศาลอุทธรณ์ - นายสวัสดิ์ นราภิรมย์ขวัญ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา