คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 316-320/2506
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้จัดการมรดกต้องจัดการร่วมกัน การดำเนินคดีถือเป็นการจัดการมรดกอย่างหนึ่ง
ย่อคำพิพากษา
ผู้จัดการทรัพยืมรดกต้องจัดการ่วมกัน ผู้จัดการแต่ละคนจะจัดการโดยลำพังไม่ได้ ฉะนั้น เมื่อศาลตั้งให้โจทก์ทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดก โจทก์ที่ 2 จะลงชื่อฎีกาแต่ผู้เดียวย่อมไม่ได้ เพราะการดำเนินคดีเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการมรดก
หนังสือมอบอำนาจยึดทรัพย์นั้น รูปลักษณะและความประสงค์มุ่งไปในทางมอบอำนาจจัดการทางธุระการ จึงไม่มีผลเป็นการมอบอำนาจให้ดำเนินที่เกิดข้อพิพาทขึ้นในศาลแต่อย่างใด
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีขัดทรัพย์ทั้ง ๕ สำนวนนี้ศาลชั้นต้นรวมพิจารณา
เดิมโจทก์ชนะคดีจำเลยชั้นบังคับคดีโจทก์นำยึดที่ดินอ้างว่าเป็นของจำเลย ผู้ร้องทั้ง ๕ สำนวนจึงร้องขัดทรัพย์ขอให้ศาลสั่งถอนการยึด
ศาลชั้นต้นเห็นว่าผู้ร้องขัดทรัพย์ได้รับซื้อที่ดินโดยมีค่าตอบแทนและจดทะเบียน โจทก์นำสืบไม่ได้ว่าผู้ร้องรับโอนโดยไม่สุจริต จึงพิพากษาให้ถอนการยึด
นางศร ไกรรณรงค์ โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ศาลตั้งให้โจทก์ทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดก โจทก์ทั้งสองจึงต้องกระทำร่วมกัน นางศรไกรรณรงค์แต่ผู้เดียวจึงไม่มีอำนาจยื่นอุทธรณ์พิพากษาให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ในชั้นฎีกานางศรไกรรณรงค์ โจทก์ที่ ๒ เป็นผู้ลงชื่อในฎีกาแต่ผู้เดียวอีก แต่การดำเนินคดีเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการมรดก และผู้จัดการมรดกเป็นผู้ทำการแทนกองมรดก ฉะนั้น ในกรณีที่มีผู้จัดการมรดกหลายคน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๑๕ จึงบัญญํติเป็นหลักไว้ว่า ผู้จัดการแต่ละคนจะจัดการไปโดยลำพังไม่ได้ เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นที่ผู้จัดการมรดกคนอื่นไม่สามารถหรือไม่เต็มใจที่จะจัดการและมีผู้จัดการมรดกเหลืออยู่แต่คนเดียว ซึ่งในคดีนี้โจทก์ที่ ๒ ก็หาได้แสดงไม่ว่าโจทก์ที่ ๑ ไม่สามารถหรือไม่เต็มใจที่จะจัดการอย่างใดไม่
ศาลฎีกาได้ตรวจหนังสือมอบอำนาจตามที่โจทก์ที่ ๒ กล่าวอ้างนั้นแล้วปรากฏว่าเป็นหนังสือมอบอำนาจยึดทรัพย์ทำต่อกองหมาย กระทรวงยุติธรรม รูปลักษณะและความประสงค์มุ่งไปในทางมอบอำนาจจัดการทางธุรการอันเกี่ยวแก่การยึดทรัพย์เท่านั้น หนังสือนี้เป็นแบบพิมพ์ของกองหมาย กระทรวงยุติธรรม และเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นผู้สั่งอนุญาต ฉะนั้น จึงไม่มีผลเป็นการมอบอำนาจให้ดำเนินคดีที่เกิดข้อพิพาทขึ้นในศาล เมื่อคำฟ้องฎีกานี้มีแต่นางศร ไกรรณรงค์ โจทก์ที่ ๒ ฎีกาขึ้นมาแต่ผู้เดียว ก็ย่อมเป็นฎีกาที่ทำขึ้นมาโดยปราศจากอำนาจ ขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๑๕ ดังกล่าวข้างต้น ศาลฎีกาจะรับวินิจฉัยในประเด็นแห่งคดีให้ไม่ได้
พิพากษาให้ยกฎีกาเสีย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 316 - 320/2506
พันเอกพระยาราชอัคนิรักษ์ ที่ 1 นางศรไกรรณรงค์ (นาน พิบูลภานุวัธน์) ที่ 2
โจทก์
นางนิ่ม อินทะวัจนะ ล.
นางหวง หรั่งยิ้ม กับพวกรวม 5 สำนวน ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | 2 - พันเอกพระยาราชอัคนิรักษ์ ที่ 1 นางศรไกรรณรงค์ (นาน พิบูลภานุวัธน์) ที่ · โจทก์ - · ล. - นางนิ่ม อินทะวัจนะ · ผู้ร้อง - นางหวง หรั่งยิ้ม กับพวกรวม 5 สำนวน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สัญญา ธรรมศักดิ์ · บริรักษ์จรรยาวัตร · สอาด นาวีเจริญ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายฉัตร รัตนทัศนีย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายไฉน บุญยก |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา