คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 422/2506
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อสิทธิการเช่าที่ดินสิ้นสุดลง ผู้เช่าโรงเรือนที่ปลูกสร้างบนที่ดินนั้นย่อมไม่มีสิทธิครอบครองที่ดินและโรงเรือนต่อไป และไม่ถือเป็นผู้เช่าช่วงที่ดินจากเจ้าของที่ดิน จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมค่าเช่า
ย่อคำพิพากษา
เมื่อผู้เช่าที่ดินมาปลูกสร้างโรงเรือนให้คนอื่นเช่าหมดสิทธิในที่ดินแล้ว เจ้าของที่ดินย่อมฟ้องห้ามผู้เช่าโรงเรือนมิให้เข้าไปครอบครองสิ่งใด ๆ ในที่ดินได้ กรณีเช่นนี้ไม่ถือว่าผู้เช่าโรงเรือนนั้นเป็นผู้เช่าช่วงที่ดินจากเจ้าของที่จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ ศาลพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนบ้านและให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์ ชั้นบังคับคดีจำเลยแถลงว่าไม่สามารถรื้อเรือนออกไปจากที่ของโจทก์ เพราะบริวารจำเลยไม่ยอมออกไป ศาลหมายนัดบริวารจำเลยมาสอบถาม ผู้ที่ศาลเรียกมา ๑๐ คน ยื่นคำร้องว่าไม่ใช่บริวารจำเลย ผู้ร้องได้เข้าอยู่ในเรือนพิพาทโดยการเช่าจากนางผาดจำเลย ย่อมได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ ตลอดไป
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษา
ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ผู้ร้องกับพวกเข้ามาอยู่ในที่ดินของโจทก์ได้ก็โดยอาศัยสิทธิของจำเลย เพราะจำเลยเป็นผู้เช่าที่ดินของโจทก์ เมื่อศาลได้พิพากษาเป็นยุติแล้วว่าให้จำเลยรื้อถอนบ้านที่ปลูกในที่ดินของโจทก์ออกไปจากที่ดินของโจทก์ ผู้ร้องซึ่งเป็นเพียงผู้เช่าบ้านจากจำเลยจึงไม่เป็นผู้เช่าช่วงที่ดินของโจทก์ ไม่มีทางที่จะอ้างพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันฯ ขึ้นใช้ยันต่อโจทก์ได้ ที่ผู้ร้องกล่าวอ้างในฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ชอบจะสั่งให้ศาลชั้นต้นไต่สวนเหตุตามคำร้องของผู้ร้องเสียก่อนว่า ได้เข้ามาอยู่ในที่ดินของโจทก์ในฐานะผู้เช่าช่วงโดยได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่านั้น ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จะเป็นดังที่ผู้ร้องกล่าวอ้าง กรณีของเรื่องนี้ก็ไม่ทำให้ผู้ร้องมีสิทธิที่จะอยู่ในที่ดินของโจทก์ได้อีกต่อไปในเมื่อจำเลยเองซึ่งเป็นผู้เช่าที่ดินของโจทก์โดยตรงยังไม่มีสิทธิที่จะอยู่ได้ จำเลยก็ไม่มีสิทธิที่จะให้ผู้ใดเข้าไปเกี่ยวข้องในที่ของโจทก์ได้ จึงไม่จำต้องไต่สวนเหตุผลข้อกล่าวอ้าง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 422/2506
เด็กชายรุจจน์ กรรณสูต เด็กชายบุรินทร์ กรรณสูต เด็กชายแสงสูรย์ กรรณ
สูต และเด็กหญิงดาลัด กรรณสูต โดยนายปรีดา กรรณสูต บิดาโดยชอบ
ธรรมเป็นผู้แทน โจทก์
นางผาด เคลือบทอง ล.
นายสำราญ โชติโสภณ กับพวกรวม 10 คน ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | กรรณ - เด็กชายรุจจน์ กรรณสูต เด็กชายบุรินทร์ กรรณสูต เด็กชายแสงสูรย์ · บิดาโดยชอบ - สูต และเด็กหญิงดาลัด กรรณสูต โดยนายปรีดา กรรณสูต · โจทก์ - ธรรมเป็นผู้แทน · ล. - นางผาด เคลือบทอง · ผู้ร้อง - นายสำราญ โชติโสภณ กับพวกรวม 10 คน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เชื้อ คงคากุล · ประกอบ หุตะสิงห์ · สนิท สุมาวงศ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายกิ่ง ศาลิคุปต์ · ศาลอุทธรณ์ - นายนิคม ชัยอาญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา