⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 441/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 441/2506

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ทำสัญญาเช่าโรงมหรศพจากเจ้าของเพื่อจัดการแสดงมหาศพและการบันเทิงต่าง ๆ โดยมีข้อห้ามมิให้เช่าช่วง แต่โจทก์มาทำสัญญากับจำเลยยินยอมมอบอำนาจให้จำเลยดำเนินการฉายภาพยนต์หรือจัดรายการบันเทิงอื่นใดโรงมหรศพนี้ โดยจำเลยต้องให้เงินโจทก์เป็นรายเดือน สัญญานี้ใช้บังคับได้ระหว่างโจทก์กับจำเลย ส่วนข้อที่ว่าเป็นการให้เช่าช่วงหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่เจ้าของจะว่ากล่าวแก่โจทก์ จำเลยจะยกขึ้นปัดความรับผิดของตนไม่ได้ เมื่อสัญญามอบอำนาจนั้นมีข้อตกลงให้จำเลยรับภาระค่าเช่าโทรศัพท์ด้วย ถ้าจำเลยยังไม่ได้ชำระ โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องเรียกเอาแก่จำเลยได้ มิใช่ต้องให้องค์การโทรศัพท์เป็นผู้ฟ้อง เพราะองค์การนั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับจำเลย ไม่ได้เป็นคู่สัญญากับจำเลย ค่าโทรศัพท์นี้ จำเลยมีหน้าที่จ่ายให้แก่โจทก์ เมื่อจำเลยผิดนัดไม่ชำระแก่โจทก์ตามสัญญา จำเลยก็ต้องรับผิดในดอกเบี้ยด้วย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 ถึงแม้ว่าโจทก์เองจะยังไม่ได้ชำระให้องค์การโทรศัพท์ก็ตาม เมื่อจำเลยยอมรับว่าได้ทำสัญญากับโจทก์จริงตามฟ้อง แต่ต่อสู้ว่าได้ชำระหนี้ค่าภาระติดพันต่าง ๆ แก่โจทก์ตามข้อสัญญาครบถ้วนแล้ว ก็เป็นหน้าที่ของจำเลยต้องนำสืบก่อน คดีที่มีการสืบพยานเสร็จสิ้นไปแล้วทั้งสองฝ่ายและในฎีกาของจำเลยก็มิได้ขอให้ศาลสั่งให้ศาลชั้นต้นสืบพยานกันใหม่ ทั้งพยานหลักฐานที่ได้สืบกันมาก็ไม่ทำให้การวินิจฉัยข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไป ดังนี้ จำเลยจะฎีกาคัดค้านการกำหนดหน้าที่นำสืบอีก ย่อมฟังไม่ขึ้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.240 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.112 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เช่าโรงมหรศพจากนางวัชนี สุจิตภารพิทยา แล้วทำหนังสือมอบอำนาจให้จำเลยเป็นตัวแทนจัดฉายภาพยนตร์ ๆ ที่โรงมหรศพนี้มีกำหนด ๑๒ เดือน โดยจำเลยต้องหาเงินมาให้โจทก์เดือนละ ๒๓,๐๐๐ บาท และตกลงกันว่าจำเลยเป็นผู้จ่ายค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ฯลฯ ตามสำเนาสัญญาท้ายฟ้อง จำเลยผิดสัญญาหลายประการ โดยอ้างชำระค่าไฟฟ้า ค่าเช่าโทรศัพท์ ฯลฯ โจทก์จึงได้บอกเลิกสัญญา ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าไฟฟ้า ค่าเช่าโทรศัพท์ ค่าน้ำประปา และค่าของชำรุดเสียหายพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จำเลยให้การต่อสู้ว่า ความจริงโจทก์ให้จำเลยเช่าช่วงโรงมหรศพนั้น แต่โดยที่เจ้าของห้ามเช่าช่วง โจทก์จึงเลี่ยงเป็นว่ามอบอำนาจให้จำเลยดำเนินการ ซึ่งจำเลยมีหน้าที่ชำระเงินตอบแทนโจทก์ จำเลยไม่มีหน้าที่ต้องรับผิดในเรื่องความชำรุดเสียหาย หรือค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ ทั้งระหว่างจำเลยเช่าอยู่จำเลยก็ได้ชำระไปแล้ว ไม่มีอะไรติดค้าง กับตัดฟ้องว่า โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย และไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า และค่าโทรศัพท์ ศาลชั้นต้นกำหนดหน้าที่ให้จำเลยนำสืบก่อน แล้วพิพากษาให้จำเลยชำระค่าโทรศัพท์แก่โจทก์ ๕,๙๒๗.๕๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ข้อเรียกร้องอื่นให้ยก โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ๑. เรื่องหน้าที่นำสืบ ปรากฏว่าในวันชี้สองสถาน จำเลยยอมรับว่าได้ทำหนังสือสัญญากับโจทก์จริงดังฟ้อง แต่ค่าภาระติดพันต่าง ๆ ตามข้อสัญญา จำเลยไม่ต้องรับผิด เพราะจำเลยชำระแล้ว ไม่มีอะไรติดค้าง เห็นว่าเมื่อจำเลยต่อสู้ว่าได้ชำระหนี้แก่โจทก์ตามข้อสัญญาครบถ้วนแล้วก็เป็นหน้าที่ของจำเลยต้องนำสืบก่อน อีกประการหนึ่ง คดีนี้ก็ได้สืบพยานเสร็จสิ้นไปแล้วทั้งสองฝ่าย และในฎีกาจำเลยก็หาได้ขอให้ศาลฎีกาสั่งให้ศาลชั้นต้นสืบพยานกันใหม่แต่ประการใดไม่ คำพยานหลักฐานที่ได้สืบกันมา ก็ไม่ทำให้การวินิจฉัยข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไป ฎีกาข้อนี้จึงฟังไม่ขึ้นตามนัยฎีกาที่ ๑๐๓๕/๒๔๙๖ ๒. การที่จำเลยตกลงทำสัญญารับมอบอำนาจจากโจทก์ให้จัดการแสดงมหรศพในสถานที่ที่โจทก์เช่ามาโดยเจ้าของไม่ให้เช่าช่วงนั้น ก็เป็นเรื่องราวระหว่างโจทก์จำเลยจะถึงบังคับกันได้ การให้เช่าช่วงหรือไม่นั้น เป็นเรื่องของเจ้าของจะว่ากล่าวว่าโจทก์ จำเลยซึ่งเป็นคู่สัญญากับโจทก์จะยกเอาธุระของคนอื่นมาปัดความรับผิดของตนไม่ได้ ๓. โจทก์จำเลยตกลงกันไว้ว่า ค่าเช่าโทรศัพท์ จำเลยจะต้องจ่าย และค่าเช่าโทรศัพท์นี้ตามสัญญาที่โจทก์ทำไว้กับเจ้าของเดิมก็ตกเป็นหน้าที่ของโจทก์เป็นผู้ชำระ เมื่อโจทก์มอบอำนาจให้จำเลยดำเนินการแสดงมหรศพจึงตกลงกันให้จำเลยรับภาระค่าเช่าโทรศัพท์ด้วย ฉะนั้น ถ้าจำเลยยังไม่ได้ชำระ โจทก์ก็ย่อมมีสิทธิฟ้องเรียกจากจำเลยได้ องค์การโทรศัพท์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับจำเลย จะให้องค์การโทรศัพท์ซึ่งไม่ได้เป็นคู่สัญญากับจำเลยฟ้องเรียกค่าโทรศัพท์จากจำเลยได้อย่างไรได้ ๔. ค่โทรศัพท์ ๕,๙๐๐ บาทเศษนี้ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยมีหน้าที่ต้องจ่ายให้แก่โจทก์ ส่วนดอกเบี้ยนั้น แม้จะปรากฏว่าโจทก์เองก็ยังไม่ได้ชำระค่าเช่าโทรศัพท์แก่องค์การก็ตาม เมื่อฟังว่าจำเลยผิดนัดไม่ชำระแก่โจทก์ตามสัญญา ก็ต้องรับผิดต่อโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๒๔ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 441/2506 นายเต็กห้วง แซ่ปุง โจทก์ นายลำจวน โกกิลานนท์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเต็กห้วง แซ่ปุง · ล. - นายลำจวน โกกิลานนท์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสนอ บุณยเกียรติ · ประมูล สุวรรณศร · ยง เหลืองรังษี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายประสาท สุคนธมาน · ศาลอุทธรณ์ - ขุนสิทธิสำรวจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 10166/2539ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 2026/2494ฎีกา 2135/2518ฎีกา 8680/2551ฎีกา 4873/2528ฎีกา 1765/2492ฎีกา 861/2540ฎีกา 5712/2541ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา