⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 561/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 561/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากมีการตกลงกันว่าเช็คที่ออกให้เป็นเพียงหลักประกันและจะยกเลิกเช็คนั้นหากการซื้อขายที่ดินไม่สำเร็จ การที่ไม่มีการซื้อขายที่ดินเกิดขึ้นย่อมทำให้สิทธิในการเรียกค่านายหน้าตามเช็คสิ้นสุดลง และการนำเช็คนั้นไปขึ้นเงินโดยที่จำเลยไม่มีเงินในบัญชีก็ไม่เป็นความผิดฐานออกเช็คโดยไม่มีเงินตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยจ่ายเช็คให้เป็นหลักฐานป้องกันการโกงค่านายหน้า โดยตกลงกันว่า ถ้าการซื้อขายที่ดินไม่ตกลงกันก็เป็นอันยกเลิกเช็คนั้น ดังนี้ หากต่อมาไม่มีการซื้อขายที่ดินกัน สิทธิของนายหน้าอันจะได้เงินค่านายหน้าตามเช็คก็เป็นอันเลิกไปตามข้อสัญญาด้วย ฉะนั้น หากมีการนำเช็คไปขึ้นเงินและปรากฏว่าจำเลยมีเงินฝากบัญชีไม่พอจ่ายก็ดี จำเลยก็ยังไม่มีความผิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๐๓ เวลากลางวันถึงวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๐๓ เวลากลางวัน จำเลยโดยทุจริตได้ออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น และขณะออกเช็คก็ไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ โดยจำเลยลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คธนาคารแห่งกรุงศรีอยุธยา จำกัด ลงวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๐๓ จ่ายเงินสด ๒๐,๐๐๐ บาท แล้วส่งมอบเช็คดังกล่าวเป็นการชำระหนี้แก่นางสำเภา แล้วในวันนั้นนางสำเภา ได้ส่งมอบเช็คดังกล่าวแก่โจทก์เป็นการชำระหนี้ และในวันเดียวกันนั้น โจทก์ในฐานะผู้ทรงเช็ค ได้นำเช็คไปขอรับเงิน แต่ธนาคารไม่ชำระเงิน อ้างว่าไม่มีเงินฝากในบัญชีพอ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ จำเลยให้การว่า เช็คนั้นออกให้แก่นางสำเภา เป็นค่านายหน้าซื้อขายที่ดิน โดยมีเงื่อนไขว่า ถ้าไม่มีการซื้อขายเป็นอันยกเลิกนั้น โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย และได้เช็คไว้ในครอบครองโดยไม่ชอบ ศาลชั้นต้นเห็นว่า ในวันที่จำเลยลงชื่อสั่งจ่ายเช็ค จำเลยมีเงินฝากอยู่ในธนาคารไม่พอกับจำนวนเงินที่สั่งจ่าย จำเลยจึงมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ จำคุก ๒ เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยสั่งจ่ายเช็คเพื่อเป็นประกันการโกงค่านายหน้าซื้อขายที่ดิน มิใช่เพื่อชำระเงินค่านายหน้าโดยตรง ซึ่งถ้าไม่มีการซื้อขายที่ดิน เงินค่านายหน้าตามเช็คนั้นก็ใช้ไม่ได้ การที่จำเลยออกเช็คจึงไม่ใช่เพื่อเจตนาจะไม่ใช้เงิน การกระทำของจำเลยไม่ผิดทางอาญา พิพากษากลับ ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เดิมจำเลยได้ให้นางสำเภาเป็นนายหน้าติดต่อขอซื้อที่ดินของหลวงแจ่มวิชาสอน โดยตกลงกันว่า ถ้าขอลดราคาที่ดินลงได้ก็จะให้เป็นค่านายหน้า ครั้นหลวงแจ่มยอมขายที่ดินให้ราคา ๑๒๐,๐๐๐ บาท จำเลยจึงได้ออกเช็คเงินสดลงวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๐๓ สั่งจ่ายเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท มอบแก่นางสำเภา ต่อมาโจทก์ซึ่งเป็นทนายความได้รับเช็คมาจากนางสำเภาสลักหลังให้แล้วนำไปขึ้นเงิน แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ส่วนจำเลยนั้นต่อมาไม่มีเงินชำระราคาที่ดิน หลวงแจ่มฯ กับจำเลยจึงเลิกสัญญากัน พฤติการณ์ของจำเลยเป็นดังนี้จะมีผิดตามฟ้องโจทก์หรือไม่ ปรากฏตามคำนางสำเภาพยานโจทก์ว่า การจ่ายค่านายหน้าด้วยเช็คของจำเลยนั้น ได้ตกลงกันว่าให้จำเลยออกเช็คให้ไว้เป็นหลักฐานเรื่องให้ค่านายหน้า เพื่อป้องกันการโกง และจำเลยได้พูดกับนางสำเภาว่า ถ้าการซื้อขายที่ดินรายนี้ไม่ตกลงกัน เช็คฉบับนี้ก็เป็นอันยกเลิก ฉะนั้น การที่สัญญาที่จำเลยทำไว้กับเจ้าของที่ดินต้องระงับไปไม่มีการซื้อขาย สิทธิของนางสำเภาอันจะได้เงินค่านายหน้าตามเช็คของจำเลยก็เป็นอันเลิกแล้วกันไปด้วยตามข้อสัญญา กรณีเห็นได้ชัดว่า จำเลยออกเช็คให้แก่นางสำเภาก็เพื่อประกันค่านายหน้าของนางสำเภา โดยเข้าใจกันว่า จะบังคับการจ่ายเงินตามเช็คได้ก็ต่อเมื่อนางสำเภามีสิทธิได้ค่านายหน้าตามเช็คนั้น เพราะมีการซื้อขายที่ดินกันแล้ว ฉะนั้น การที่โจทก์นำเช็คของจำเลยที่นางสำเภาสลักหลังให้ไปขึ้นเงินต่อธนาคาร แต่ปรากฏว่าจำเลยมีเงินฝากบัญชีไม่พอจ่าย จึงเป็นการว่ากล่าวเอากับเช็คของจำเลยโดยยังไม่มีอำนาจกระทำได้ จเลยย่อมไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ (๑) (๒) และ (๓) ตามคำพิพากษาฎีกาที่ ๕๘๖ - ๖๐๐/๒๕๐๔ อัยการ นายทองดี อิศรกุล โจทก์ นายเกษม รัตนาวดี จำเลย ร้อยตรีเกษมฯ โจทก์ นางทองดี อิศรกุล จำเลย อนึ่ง การที่นางสำเภาสลักหลังโอนเช็คฉบับนี้ให้แก่โจทก์ ก็น่าสงสัยว่าจะเป็นการยืมมือโจทก์มาจัดการแก่จำเลยแทนนางสำเภา ซึ่งรู้อยู่ดีว่าตนไม่มีสิทธิที่จะได้เงินค่านายหน้าตามเช็คนั้น ไม่น่าเชื่อว่านางสำเภาจะเป็นลูกหนี้โจทก์อยู่จริง จึงสลักหลังเช็คนั้นชำระหนี้ให้ กล่าวคือ เรื่องหนี้นั้นทำกันไว้เป็นหนังสือ ซึ่งโจทก์ว่า เมื่อได้รับเช็คจากนางสำเภาใช้หนี้แล้วก็คืนหนังสือกู้ให้แก่นางสำเภาไป แต่นางสำเภาว่า หนังสือกู้นั้นโจทก์ได้ฉีกเสียต่อหน้านางสำเภา ดังนี้ ทั้งตามเหตุผลโจทก์ก็เป็นทนายความ เพียงได้รับเช็คมายังไม่ทันรู้ว่าจะขึ้นเงินจากธนาคารได้เพียงใดหรือไม่ ก็คืนหรือทำลายเอกสารการกู้เงินของนางสำเภาเสียแล้ว ทำให้ฟังไม่ได้ว่าโจทก์ได้รับเช็คสลักหลังให้โดยสุจริต พฤติการณ์แห่งคดีลงโทษจำเลยตามฟ้องโจทก์ไม่ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 561/2506 นายสำรวม ฤทธาภรณ์ โจทก์ นายวิรัช จาริพิบูล ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสำรวม ฤทธาภรณ์ · ล. - นายวิรัช จาริพิบูล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสนอ บุณยเกียรติ · สัญญา ธรรมศักดิ์ · ยง เหลืองรังษี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายมงคล เชาว์ดี · ศาลอุทธรณ์ - นายธงสิทธิ พวงกนก
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6223/2534ฎีกา 5414/2536ฎีกา 595/2519ฎีกา 2387/2533ฎีกา 5822/2531ฎีกา 594/2532ฎีกา 666/2502ฎีกา 2246/2526ฎีกา 2829/2531ฎีกา 830/2510ฎีกา 1368/2505ฎีกา 1379/2524ฎีกา 2410/2523ฎีกา 3792-3793/2529ฎีกา 3834/2526ฎีกา 729/2530ฎีกา 1465/2531ฎีกา 1018/2507ฎีกา 5103/2528ฎีกา 1915/2529ฎีกา 164/2512ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 672/2519ฎีกา 1044/2508
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา