⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 989/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 989/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลพิพากษาตามยอมให้บังคับตามสัญญาจำนองโดยที่โจทก์มิได้ฟ้องและศาลมิได้พิพากษาให้บังคับจำนอง แต่เป็นเพียงการฟ้องและพิพากษาในมูลหนี้สามัญ โจทก์ย่อมมีสิทธิบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของจำเลยนอกเหนือจากที่จำนองไว้ได้.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องและมีคำขอให้จำเลยชำระหนี้เงินกู้โดยไม่มีคำขอให้บังคับจำนอง จำเลยทำประนีประนอมยอมความยอมใช้เงินและให้ถือสัญญาจำนองเป็นหลักค้ำประกันต่อไปแล้วศาลพิพากษาตามยอมนั้น คงถือว่าโจทก์มิได้ฟ้องและศาลมิได้พิพากษาให้บังคับจำนอง เป็นแต่เพียงฟ้องและพิพากษาในมูลหนี้สามัญเท่านั้น เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญายอมความ โจทก์ย่อมบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของจำเลยนอกเหนือไปจากที่จำนองไว้ได้ การที่ผู้ร้องขัดทรัพย์อ้างว่า ทรัพย์ที่ขอให้ปล่อยนั้นมิใช่ทรัพย์ที่จำเลยจำนองไว้กับโจทก์ในคดีที่มีพฤติการณ์ดังกล่าวมาข้างต้นนั้น ไม่เป็นเหตุที่จะให้ศาลสั่งถอนการยึดได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.733 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์บังคับคดีนำยึดทรัพย์จำเลยผู้ร้องร้องคัดค้านว่า เครื่องสตีม ๑ เครื่องจำเลยขายฝากไว้กับผู้ร้อง ทั้งมิใช่ทรัพย์ที่จำเลยจำนองไว้กับโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจบังคับคดีแก่ทรัพย์รายนี้ ขอให้ปล่อย โจทก์ให้การว่า คดีนี้จำเลยทำสัญญายอมความแล้วโจทก์จึงยึดทรัพย์อื่นใดได้ไม่เฉพาทรัพย์จำนอง และต่อสู้อื่น ๆ ศาลชั้นต้นเห็นว่า สิทธิของโจทก์ต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๓๓ จึงไม่มีสิทธิบังคับแก่ทรัพย์สินนอกสัญญาจำนอง ไม่จำต้องวินิจฉัยว่าผู้ร้องได้รับซื้อฝากทรัพย์รายนี้ไว้จริงหรือไม่ ให้ถอนการยึด โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ดำเนินการสืบพยานแล้วมีคำพิพากษาไปตามรูปคดี ผู้ร้องขัดทรัพย์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีที่โจทก์จำเลยยอมความและศาลพิพากษาตามยอมนั้น โจทก์ฟ้องและมีคำขอให้จำเลยชำระเงินกู้ หาใช่ฟ้องบังคับจำนองไม่ กล่าวคือ โจทก์ฟ้องในมูลหนี้ตามสัญญากู้และเบิกเงินเกินบัญชีที่ทำกันภายหลังการจำนองโดยจำนองนั้นเป็นประกัน ที่โจทก์กล่าวถึงสัญญาจำนองมาในฟ้องก็มิได้มีฟ้องหรือคำขอเกี่ยวกับการบังคับจำนองนั้นแต่อย่างใด เมื่อจำเลยมาทำสัญญาประนีประนอมต่อหน้าศาลยอมใช้เงินยอมให้ถือว่าสัญญาจำนองเป็นหลักค้ำประกัน ศาลฎีกาจึงเห็นว่า โจทก์มิได้ฟ้องและศาลก็มิได้พิพากษาบังคับจำนอง เป็นแต่เพียงฟ้องและพิพากษาในมูลหนี้สามัญเท่านั้น ไม่มีเหตุที่จะขัดขวางการที่โจทก์จะบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของจำเลยนอกเหนือไปจากที่จำนองไว้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 989/2506 ธนาคารแห่งเอเซียเพื่อการอุตสาหกรรมและพาณิชย์กรรมจำกัด สาขานครศรี ธรรมราชโดยนายจำเริญ ลิมปิชาติ ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายบุญธรรม ชื่อเสียง ล. นายเชาว์ สัตยายุทธ ผู้ร้องขัดทรัพย์

รายละเอียดคดี

คู่ความสาขานครศรี - ธนาคารแห่งเอเซียเพื่อการอุตสาหกรรมและพาณิชย์กรรมจำกัด · โจทก์ - ธรรมราชโดยนายจำเริญ ลิมปิชาติ ผู้รับมอบอำนาจ · ล. - นายบุญธรรม ชื่อเสียง · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - นายเชาว์ สัตยายุทธ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิตติ ติงศภัทิย์ · บริรักษ์จรรยาวัตร · พจน์ ปุษปาคม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายสุวัฒน์ รัตรสาร · ศาลอุทธรณ์ - นายประเทือง ชลายน.
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 7677/2557ฎีกา 2335/2551ฎีกา 1247/2510ฎีกา 1000/2505ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1492/2510ฎีกา 898/2534ฎีกา 541/2509ฎีกา 8207/2538ฎีกา 1902/2494ฎีกา 635/2511ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 408/2524ฎีกา 953/2505ฎีกา 1445/2482ฎีกา 1141/2540ฎีกา 805/2506ฎีกา 1225-1235/2530ฎีกา 174/2538ฎีกา 960/2485
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา