⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1059/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1059/2507

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบาดเจ็บที่ทำให้กระดูกปลายแขนหักและต้องรักษาประมาณ 30 วัน ไม่ถือเป็นอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 หากพยานหลักฐานไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ว่าผู้เสียหายต้องทุพพลภาพป่วยเจ็บด้วยทุกขเวทนาเกินกว่า 20 วัน จะลงโทษจำเลยฐานทำให้รับอันตรายสาหัสไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ประมาททำให้เขาแขนหักรักษาประมาณ 30 วันหายนั้น ยังไม่ถือเป็นอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 ฟ้องว่าผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัสกระดูกปลายแขนซ้ายหักและทุพพลภาพป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่า 20 วัน แต่มิได้นำสืบให้ปรากฎว่าผู้เสียหายต้องทุพพลภาพป่วยเจ็บด้วยทุกขเวทนาเกินกว่า 20 วันอย่างไร ก็ลงโทษจำเลยฐานทำให้รับอันตรายสาหัสไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายอาญา ม.297 ประมวลกฎหมายอาญา ม.300

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ๒๖ ตุลาคม ๒๕๐๕ เวลากลางวัน จำเลยควบคุมเรือยนต์และเครื่องจักรเรือยนต์โดยสารสาธารณะรับส่งผู้โดยสารและสินค้า ตามชายฝั่งทะเลของอ่าวตะโละกาโปร์ โดยมิได้รับประกาศนียบัตรด้วยความประมาทเป็นเหตุให้เรือยนต์ไปชนกับเสาสะพานบ้านปาเระโดยแรง หลังคาเรือหักลงมาทับนางมีเนาะได้รับอันตรายสาหัส กระดูกปลายแขนซ้ายหักและทุพพลภาพป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่า ๒๐ วัน เหตุเกิดตำบลบาราโหม อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.๒๔๕๖ มาตรา ๒๗๗,๒๗๘,๒๘๒ และที่แก้ไข พ.ศ.๒๔๗๗ มาตรา ๓ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๐๐,๙๐ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลจังหวัดปัตตานีฟังว่าจำเลยไม่ได้ขับเรือ แต่นายโน๊ะเจ้าของเรือเป็นผู้ขับ วันเกิดเหตุมีพายุใต้ฝุ่นพัดเชือกผูกเรือขาดไปกระแทกเสาสะพาน เป็นเหตุสุดวิสัย พิพากษายกฟ้อง โจทก์ร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยเป็นผู้ขับเรือเอง เรือชนสะพานเพราะความประมาทของจำเลย ผู้เสียหายไม่ได้รับอันตรายสาหัส แต่ลงโทษตามมาตรา ๓๙๐ ได้ ส่วนความผิดตามพระราชบัญญัติเดินเรือในน่านน้ำไทยเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน โจทก์ร่วมมิใช่ผู้เสียหายเมื่ออัยการโจทก์ไม่อุทธรณ์ โจทก์ร่วมจึงไม่มีอำนาจอุทธรณ์ขอให้ลงโทษตามฟ้องเดิมได้ พิพากษาแก้ว่าจำเลยผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๐ จำคุก ๑ เดือน โจทก์ร่วมฎีกาว่าได้รับอันตรายสาหัส จำเลยฎีกาว่าจำเลยไม่ใช่ผู้ขับเรือและเป็นเรื่องเหตุสุดวิสัย ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยเป็นผู้ขับเรือ และวันเกิดเหตุไม่มีพายุ เรือมิได้จอดและผูกเชือก เหตุเกิดเพราะเมื่อเรือจะถึงท่าจำเลยมิได้เบาเครื่อง เรือจึงไปชนเสาสะพานหลังคาเรือซึ่งบรรทุกของอยู่เต็มพังลงมาทับผู้เสียหาย เพราะความประมาทของจำเลยจริงดังฟ้อง ส่วนที่โจทก์ร่วมว่าได้รับอันตรายสาหัสนั้น ปรากฎตามรายงานชันสูตรบาดแผลหลังเกิดเหตุ ๑๓ วัน ว่าผู้เสียหายกระดูกปลายแขนซ้ายหักมีแผลเปื่อยอยู่ตรงบริเวณกระดูกหัก แพทย์ลงความเห็นว่าถ้ารักษาตามแผนปัจจุบันประมาณ ๓๐ วันหาย ศาลฎีกาเห็นว่า ลำพังแขนหักยังไม่เป็นอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๗ ตามฟ้องโจทก์ยกเหตุเฉพาะในข้อทุพพลภาพหรือป่วยเจ็บด้วยทุกขเวทนาเกินกว่า ๒๐ วัน แต่โจทก์ก็มิได้นำสืบให้ปรากฎว่าผู้เสียหายต้องทุพพลภาพหรือป่วยเจ็บด้วยทุกขเวทนากล้าเกิน ๒๐ วันอย่างไร จึงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๐ ไม่ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1059/2507 อัยการจังหวัดปัตตานี โจทก์ นางมีเยาะหรือมีเนาะ สะมาแล โจทก์ร่วม นายมามะ เซ็ง ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดปัตตานี · โจทก์ร่วม - นางมีเยาะหรือมีเนาะ สะมาแล · ล. - นายมามะ เซ็ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยง เหลืองรังษี · เชื้อ คงคากุล · เสนอ บุณยเกียรติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปัตตานี - นายสุธรรม จันทรกลัด · ศาลอุทธรณ์ - นายวินัย ทองลงยา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2669/2538ฎีกา 688/2467ฎีกา 1336/2553ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4573/2528ฎีกา 4991/2552ฎีกา 2752/2537ฎีกา 7168/2542ฎีกา 789/2544ฎีกา 1002/2467ฎีกา 943/2481ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1148/2534ฎีกา 4473/2541ฎีกา 52/2513ฎีกา 1765/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 70/2518ฎีกา 801/2503ฎีกา 4150/2529ฎีกา 6505/2555ฎีกา 4282/2536ฎีกา 635/2485ฎีกา 591/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา