⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1088/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1088/2507

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้รับให้แจ้งความดำเนินคดีอาญาต่อผู้ให้ในข้อหาลักทรัพย์ โดยที่ข้อเท็จจริงยังไม่ชัดเจนว่าผู้ให้กระทำผิดจริงหรือไม่ และการกระทำนั้นทำให้ผู้ให้เสียชื่อเสียงอย่างร้ายแรง ถือเป็นการประพฤติเนรคุณตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 351 (2)

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ยกกรรมสิทธิ์เฉพาะส่วนของโจทก์ในที่ดินโฉนดที่ 530 ให้จำเลย ต่อมาจำเลยทำให้โจทก์เสียชื่อเสียงเป็นการประพฤติเนรคุณ ขอให้ศาลสั่งถอนคืนการ+ จำเลยให้การต่อสู้ว่าโจทก์ขายให้ และไม่ได้ประพฤติเนรคุณทางพิจารณาฟังเป็นยุติได้ว่าเป็นเรื่องโจทก์ยกให้มิใช่ขาย และได้ความต่อไปว่า เมื่อบิดาโจทก์จำเลยซึ่งมีชื่อเป็นเจ้าของร่วมในโฉนดดังกล่าวตายลง โจทก์ยื่นขอรับมรดกส่วนของบิดา จำเลยคัดค้านและฟ้องโจทก์เป็นคดีแพ่ง ศาลแพ่งและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้แบ่งมรดกของบิดาให้โจทก์คดีอยู่ระหว่างฎีกา โจทก์ให้คนมาเก็บหมากในที่พิพาทนั้น จำเลยจึงแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ว่าโจทก์ลักหมาก แต่ชั้นนี้ไม่ติดใจเอาเรื่องเพราะโจทก์จำเลยเป็นพี่น้องกัน หมากที่หายราคาเล็กน้อย กับหลักฐานยังไม่เป็นผิด แต่ถ้าเรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นอีก จะเอาเรื่องให้ตำรวจจัดการต่อไป ต่อมาโจทก์ให้คนมาเก็บหมากอีก จำเลยจึงให้สามีไปแจ้งความ ครั้งสุดท้ายโจทก์ให้คนมาเก็บหมากอีกจำเลยจึงแจ้งตำรวจตู้ยามจับโจทก์หาว่าลักหมาก 1 ทะลาย ตำรวจจึงควบคุมตัวโจทก์ไว้เพื่อดำเนินคดี ดังนี้ถือได้ว่า จำเลยได้ทำให้โจทก์เสียชื่อเสียงอย่างร้ายแรง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 351(2) เป็นการประพฤติเนรคุณต่อโจทก์พิพากษาให้ถอนคืนการใช้ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.151 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.351

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ยกกรรมสิทธิ์เฉพาะส่วนของโจทก์ในที่ดินโฉนดที่ ๕๐๐ ให้จำเลย ต่อมาจำเลยและสามีได้สมคบกันแจ้งความต่อตำรวจหาว่าโจทก์ลักหมากในที่ดินดังกล่าว เจ้าพนักงานได้จับกุมคุมขังโจทก์ในข้อหานั้น เป็นการทำให้โจทก์เสียชื่อเสียงอย่างร้ายแรงและเป็นการประพฤติเนรคุณ ขอให้ศาลสั่งถอนคืนการให้ จำเลยให้การว่า โจทก์ขายให้และที่สามีจำเลยแจ้งตำรวจนั้น จำเลยมีเจตนาเพียงจะยุติการที่โจทก์บุกรุกเข้าไปเอาผลอาศัยโดยพละการ หามีเจตนาให้โจทก์ถูกลงโทษทางอาญาไม่ จำเลยมีความชอบธรรมที่จะกระทำเพื่อรักษาทรัพย์สินของจำเลยได้ และไม่ใช่ประพฤติเนรคุณต่อโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ถอนคืนการให้ที่ดินเฉพาะส่วนตามโฉนดที่ ๕๓๐ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์ยกที่พิพาทส่วนของโจทก์ในโฉนดที่ ๕๓๐ ให้จำเลย มิใช่ขาย จำเลยมิได้อุทธรณ์ข้อนี้ ดังนั้น ความข้อนี้จึงฟังเป็นยุติตามนั้น แม้โจทก์จะได้ยกที่พิพาทสวนของโจทก์ให้จำเลยไปแล้ว แต่เมื่อ ม.ร.ว.แจ้ว ผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินโฉนดที่ ๕๓๐ ส่วนหนี่งและเป็นบิดาของโจทก์จำเลยได้ตายลงย่อมมีผลให้โจทก์ผู้เป็นบุตรคนหนึ่งได้รับมรดกส่วนของบิดาในที่ดินโฉนดที่ ๕๓๐ ด้วยตามกฎหมาย แม้จำเลยจะได้คัดค้านถึงกับฟ้องโจทก์เป็นคดีแพ่งมิให้โจทก์ได้รับมรดกของบิดาดังกล่าว ศาลแพ่งกับศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาให้โจทก์ได้รับมรดกด้วยส่วนหนึ่ง ผลของคำพิพากษาถือว่าผูกพันคู่ความ ดังนัน การที่โจทก์เข้าเก็บหมากในที่ดินโฉนดที่ ๕๓๐ ไม่ว่าจะมีผู้ใดห้ามหรือไม่ก็แสดงว่าโจทก์เข้าเก็บโดยสุจริต เพราะโจทก์เชื่อว่าโจทก์เป็นเจ้าของร่วมอยู่ด้วย การที่จำเลยกับสามีห้ามโจทก์มิให้เข้าเก็บ แม้เพียงหมายราคาเล็กน้อยในที่ดินโฉนดที่ ๕๓๐ ซึ่งโจทก์เป็นผู้ให้ที่ดินในโฉนดนี้แก่จำเลยเป็นเนื้อที่ตามคำให้การจำเลยถึง ๓งาน ๗๔ ตารางวา เช่นนี้ ย่อมแสดงอยู่ในตัวว่า จำเลยมีความกตัญญูกตเวทีต่อโจทก์เพียงใดหรือไม่ และเมื่อจำเลยกับสามีได้แจ้งความต่อตำรวจหาว่าโจทก์ลักหมากปรากฎในรายงานเบ็ดเสร็จประจำวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๐๓ จำเลยเองก็รู้อยู่ว่าตามหลักฐานโจทก์ยังไม่เป็นผิด แต่จำเลยก็ได้ตั้งเจตนาไว้ในรายงาน ๆ นั้นว่า ถ้าโจทก์มาเก็บหมากอีกก็จะเอาเรื่องให้ตำรวจจัดการต่อไป และในวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๐๓ จำเลยก็ไปแจ้งความต่อตำรวจตู้ยามหาว่าโจทก์ลักหมาก และมอบให้สามีไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ เป็นผลให้โจทก์ถูกควบคุมตัวไว้เพื่อดำเนินคดีต่อไปสมตามจ่ำเลยตั้งเจตนาไว้ ดังนั้น ที่จำเลยอ้างว่า"หาได้เจตนาจะให้โจทก์ถูกลงโทษทางอาญาไม่" จึงฟังไม่ขึ้น ที่ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยทำให้โจทก์เสียชื่อเสียงอย่างร้ายแรงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๕๑(๒) เป็นการประพฤติเนรคุณต่อโจทก์ และพิพากษาให้ถอนคืนการให้ที่ดิน ฯลฯ จึงมีเหตุสมควร คดีไมจำต้องวินิจฉัยปัญหาข้ออื่นต่อไป พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ถอนคืนการให้ที่ดินโฉนดที่ ๕๐๐ เฉพาะส่วนที่โจทก์ยกให้จำเลยดังโจทก์ขอ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1088/2507 ม.ล.หญิงละมุน สุพัศน์ โจทก์ ม.ล.หญิงสมัย พุ่มวิเชียร ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ม.ล.หญิงละมุน สุพัศน์ · ล. - ม.ล.หญิงสมัย พุ่มวิเชียร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พร สุขารมณ์ · การุณย์นราทร · ยง เหลืองรังษี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายจำรูญ เจริญกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายชลอ บุปผเวส
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2675/2548ฎีกา 4244/2539ฎีกา 1094/2495ฎีกา 2159/2543ฎีกา 4934/2540ฎีกา 1454/2514ฎีกา 6550/2547ฎีกา 4912/2554ฎีกา 4809/2548ฎีกา 9373/2538ฎีกา 6208/2545ฎีกา 1496/2548ฎีกา 586/2487ฎีกา 1196-1218/2546ฎีกา 3085/2544ฎีกา 33/2486ฎีกา 2520/2556ฎีกา 3531/2527ฎีกา 15016/2551ฎีกา 1092/2509ฎีกา 3728/2535ฎีกา 6025/2539ฎีกา 352/2540ฎีกา 5299/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา