⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 915/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 915/2519

ป.พ.พ. ม.118, 349, 351

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาที่ทำขึ้นโดยมีเจตนาลวงเพื่อปิดบังข้อเท็จจริงบางประการ ไม่ถือเป็นสัญญาที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย และไม่อาจบังคับตามสัญญาดังกล่าวได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยซื้อที่ดินจากโจทก์ เป็นที่ดินของโจทก์กับพวก โจทก์ประสงค์จะปกปิดราคาที่ดินส่วนที่เกิดจากราคาไร่ละ 68,000 บาท ไม่ให้พวกของโจทก์ซึ่งถือกรรมสิทธิ์ร่วมรู้ความจริง จึงทำสัญญาจ้างโจทก์เท่ากับจำนวนเงินราคาที่ดินส่วนที่เกินไร่ละ 68,000 บาท โดยโจทก์ประสงค์จะได้เงินจำนวนดังกล่าวไว้เป็นของโจทก์แต่ผู้เดียว ดังนี้ โจทก์จำเลยไม่มีเจตนาจ้างกัน โจทก์จะบังคับให้จำเลยชำระค่าจ้างตามสัญญาจ้างมิได้ และกรณีเช่นนี้มิใช่การแปลงหนี้ใหม่ เพราะหนี้ใหม่คือค่าจ้างมิได้เกิดขึ้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.118 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.349 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.351

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.118 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.349 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.351 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาว่าจ้างโจทก์ให้ชี้ช่องให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินร่วมกับโจทก์ตกลงขายที่ดินให้แก่จำเลย และให้เจรจาให้โจทก์คดีหนึ่งถอนฟ้อง ตกลงค่าจ้าง ๒๕๗,๕๕๐ บาท ขอให้ชำระเงินที่ค้างอยู่ ๘๔,๖๑๗ บาท จำเลยให้การว่า โจทก์ติดต่อขายที่ดินให้จำเลยในราคา ๒,๓๖๕,๕๕๐ บาท โจทก์ต้องการเบียดบังรายได้จากการขายที่ดิน ขอให้จำเลยแจ้งแก่เจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมว่า ตกลงขายกันราคา ๒,๑๐๘,๐๐๐ บาท เงิน ๒๕๗,๕๕๐ บาท ส่วนที่เกิน ได้ทำสัญญาตามฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์ เป็นการแสดงเจตนาลวงและทำขึ้นเพื่ออำพรางนิติกรรมอันแท้จริงคือ นิติกรรมซื้อขายที่ดิน ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยซื้อที่ดินจากโจทก์เป็นที่ดินของโจทก์กับพวก สัญญาจ้างตามฟ้องโจทก์ จำเลยทำขึ้นโดยประสงค์จะปกปิดราคาที่ดินส่วนที่เกินจากไร่ละ ๖๘,๐๐๐ บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๒๕๗,๕๕๐ บาท ไม่ให้พวกของโจทก์ซึ่งถือกรรมสิทธิ์ร่วมรู้ความจริง จึงให้จำเลยทำสัญญาจ้างโจทก์เท่ากับจำนวนเงินราคาที่ดินส่วนที่เกิน โดยโจทก์ประสงค์จะได้เงินจำนวนดังกล่าวไว้เป็นของโจทก์แต่ผู้เดียว แสดงว่าโจทก์จำเลยมิได้เจตนาจ้างกันตามสัญญาที่โจทก์นำมาฟ้อง คดีจึงไม่อาจบังคับจำเลยให้ชำระค่าจ้างตามสัญญาจ้างได้ และวินิจฉัยต่อไปนี้ การแปลงหนี้ใหม่ไม่อาจนำมาบังคับแก่กรณีนี้ได้ กล่าวคือหนี้เดิมคือราคาที่ดินส่วนเกิน ๒๕๗,๕๕๐ บาท ที่ว่าได้แปลงมาเป็นหนี้ค่าจ้าง อันจะทำให้หนี้เดิมระงับไปนั้น หนี้ใหม่คือค่าจ้างจะต้องเกิดมีขึ้นได้ จึงจะเป็นการเปลี่ยนสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งหนี้เดิม เมื่อหนี้ใหม่มิได้เกิดขึ้น เพราะโจทก์กับจำเลยตกลงซื้อขายที่ดินในราคาที่สูงกว่าไร่ละ ๖๘,๐๐๐ บาท กันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพียงแต่โจทก์จำเลยตกลงกันทำสัญญาจ้างดังกล่าวเพื่อปกปิดพวกของโจทก์ผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมเพื่อมิให้รู้ราคาที่แท้จริงเท่านั้น โจทก์จำเลยมิได้มีเจตนาจ้างกันตามสัญญา สัญญาจ้างดังกล่าวใช้บังคับกันตามที่โจทก์ขอไม่ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 915/2519 นายจำเนียร ทดแทน โจทก์ นายสมชัย โคเมท ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายจำเนียร ทดแทน · ล. - นายสมชัย โคเมท
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิทูร เทพพิทักษ์ · ล้วน นิลกำแหง · ประถม วิเชียรเนตร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายสะสม สิริเจริญสุข · ศาลอุทธรณ์ - นายเสมา รัตนมาลัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 435/2501ฎีกา 2923/2525ฎีกา 6631/2568ฎีกา 373/2474ฎีกา 1783/2551ฎีกา 616-617/2490ฎีกา 948/2501ฎีกา 1578/2493ฎีกา 878/2518ฎีกา 790/2497ฎีกา 1490/2538ฎีกา 912/2490ฎีกา 9649/2555ฎีกา 1084/2539ฎีกา 1896/2492ฎีกา 3649/2525ฎีกา 2170/2517ฎีกา 306/2473ฎีกา 848/2534ฎีกา 1275/2482ฎีกา 234/2491ฎีกา 3093-3094/2524ฎีกา 1454/2514ฎีกา 903-906/2484
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา