⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 179/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 179/2507

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยเอาทรัพย์ของผู้เสียหายไปโดยทุจริต ถือเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ แม้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานที่เกิดเหตุจะยังไม่ชัดเจน แต่หากยังคงอยู่ในเรือโดยสารลำเดียวกันและเส้นทางเดินเรือไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ก็ไม่เป็นเหตุให้ยกฟ้องได้

ย่อคำพิพากษา

ผู้เสียหายฝากกระเป๋าถือแก่จำเลยเพื่อเข้าห้องส้วม ขณะผู้เสียหายเข้าห้องส้วม จำเลยได้เปิดกระเป๋าถือเอาสร้อยกับธนบัตรของผู้เสียหายไป เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยลักทรัพย์ของผู้เสียหายซึ่งกำลังโดยสารอยู่ในเรือประจำทาง เหตุเกิดที่ตำบลปากพนัง อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ทางพิจารณาไม่แน่ว่าขณะเกิดเหตุเรือแล่นอยู่ในเขตตำบลปากพนังตามฟ้องหรือแล่นเข้าไปในในเขตตำบลหูล่องกับตำบลบ้านเกิง ซึ่งติดต่อกันแล้ว คงได้ความเพียงว่า เหตุเกิดในเรือโดยสารซึ่งเดินจากอำเภอปากพนังไปอำเภอหัวไทย ดังนี้ ยังไม่พอถือเป็นข้อแตกต่างกับฟ้องจนถึงขนาดจะยกฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๐๔ เวลากลางคืน จำเลยได้บังอาจลักสร้อยข้อมือทองคำหนักหนึ่งบาทราคา ๔๔๐ บาท กับธนบัตร ๔๘ บาท ของนางแดง ปลอดใหม่ ซึ่งกำลังโดยสารอยู่ในเรือประจำทางไป เหตุเกิดที่ตำบลปากพนัง อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช จำเลยให้การปฏิเสธ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ในวันเกิดเหตุ นางแดง ปลอดใหม่ ผู้เสียหายกับจำเลยได้โดยสารเรือยนต์ซึ่งเดินรับส่งคนโดยสารระหว่างอำเภอปากพนังกับอำเภอหัวไทร เรือออกจากปากพนังเมื่อเวลาราวทุ่มครึ่ง เรือแล่นไปประมาณครึ่งชั่วโมง ผู้เสียหายปวดท้องจึงฝากกระเป๋าถือไว้กับจำเลยแล้วไปเข้าส้วมที่ท้ายเรือระหว่างที่ผู้เสียหายเข้าส้วม จำเลยได้หยิบเอาสร้อยข้อมือทองคำและธนบัตรในกระเป๋าของผู้เสียหายไป ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ ให้จำคุก ๖ เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นยักยอกทรัพย์ ไม่ใช่ลักทรัพย์ดังฟ้อง พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ผู้เสียหายฝากให้จำเลยดูแลกระเป๋าถือแทน เป็นการชั่วคราวชั่วระยะเวลาที่ผู้เสียหายเข้าส้วมเท่านั้น ่ผู้เสียหายมิได้เจตนาจะสละการครอบครองให้ จึงถือได้ว่าสร้อยและธนบัตรยังอยู่ในครอบครองของผู้เสียหาย การที่จำเลยลอบเปิดกระเป๋าถือเอาสร้อยกับธนบัตรของผู้เสียหายไป จึงเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ ที่จำเลยแก้ฎีกาว่า เกิดเหตุระหว่างตำบลบ้านเกิงกับตำบลหูล่อง ต่างกับฟ้องที่หาว่าเกิดเหตุที่ตำบลปากพนังนั้น ความปรากฎตามคำจำเลยว่า เลยปากคลองท่าพญาไปทางฝั่งตะวันตกเป็นตำบลหูล่อง ฝั่งตะวันออกเป็นตำบลบ้านเกิง นางแดงรู้ตัวว่าของหายเมื่อเรือแล่นไปถึงปากคลองท่าพญา แสดงว่าเกิดเหตุมาก่อนที่เรื่อจะถึงปากคลองท่าพญา อันไม่แน่ว่าเมื่อขณะเกิดเหตุจะอยู่ในตำบลหูล่องกับตำบลบ้านเกิงดังจำเลยกล่าวอ้าง คงฟังได้เพียงว่าเหตุเกิดในเรือโดยสารซึ่งเดินจากอำเภอปากพนังไปอำเภอหัวโหร อันเป็นสารสำคัญตรงกับฟ้อง แม้จะไม่ปรากฎชัดว่าขณะเกิดเหตุเรือแล่นไปถึงตำบลใดก็ตาม ไม่พอถือเป็นข้อแตกต่างกับฟ้องจนถึงขนาดจะยกฟ้อง ข้ออ้างของจำเลยฟังไม่ขึ้น จึงพิพากษากลัคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 179/2507 อัยการประจำศาลจังหวัดปากพนัง โจทก์ นางเมี้ยน ดิษฐคล้ายหรือสังสิงห์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการประจำศาลจังหวัดปากพนัง · ล. - นางเมี้ยน ดิษฐคล้ายหรือสังสิงห์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุธรรมานุวัตน์ · ประกอบ หุตะสิงห์ · โพยม เลขยานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปากพนัง - นายสาระ เสาวมล · ศาลอุทธรณ์ - นายแถม สิริสาลี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 1303/2568ฎีกา 2292/2540ฎีกา 16889/2555ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา