⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 265/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 265/2507

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำผิดต่างกรรมต่างวาระกัน แม้โจทก์ไม่สืบพยาน ศาลก็ลงโทษจำเลยฐานรับของโจรได้ ไม่เป็นฟ้องซ้ำ

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลยคนเดียวเป็น 2 คดี คดีแรกฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรโค จำเลยรับสารภาพฐานรับของโจร ศาลลงโทษไปแล้วคดีหลังฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรกระบือ โดยโจทก์บรรยายฟ้องให้เห็นว่ามีผู้พบเห็นจำเลยครอบครองโคกระบือของกลางทั้งสองคดีอยู่ในขณะเดียวกัน และแถลงรับว่าฟ้องคดีโดยอาศัยข้อเท็จจริงที่มีผู้พบเห็นจำเลยครอบครองของกลางดังกล่าว จำเลยรับสารภาพฐานรับของโจรอีก กับแถลงรับตามที่ศาลสอบถามว่าจำเลยกระทำผิดต่างกรรมต่างวาระกันกับคดีก่อนเช่นนี้ แม้โจทก์ไม่สืบพยาน ศาลก็ลงโทษจำเลยฐานรับของโจรในคดีหลังได้ ไม่เป็นฟ้องซ้ำและการที่ศาลถามจำเลยดังกล่าวก็เป็นการสอบถามในรายละเอียดแห่งข้อเท็จจริงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 235 วรรค 2

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.235 ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยลักหรือรับของโจรกระบือ ๑ ตัว และบรรยายข้อเท็จจริงตอนหนึ่งว่า หลังจากกระบือเจ้าทรัพย์หายไปมีผู้พบเห็นจำเลยกับพวกอีก ๒ คนร่วมกันครอบครองกระบือถูกลักไป ขอให้ลงโทษเพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๕,๓๕๗,๘๓,๙๒ และนับโทษต่อจากคดีอาญาดำที่ ๒๙๗/๒๕๐๕ ชั้นแรกจำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับในข้อเคยต้องโทษและพ้นโทษ ต่อมาจำเลยให้การรับสารภาพฐานรับของโจร และรับว่าศาลพิพากษาลงโทษจำเลยในคดีอาญดำที่ ๒๙๗/๒๕๐๕ (ฐานรับของโจร.โค) แล้ว คือคดีแดงที่ ๓๓๑/๒๕๐๕ ศาลชั้นต้นเรียกสำนวนคดีแดงที่ ๓๓๑/๒๕๐๕ มาดู และสอบโจทก์ โจทก์แถลงว่า กระบือ(ของกลางคดีนี้) กับโค(ของกลางในคดีแดงที่ ๓๓๑/๒๕๐๕) มีผู้พบเห็นคนร้ายรวมทั้งจำเลยจูงไปในขณะเดียวกัน และว่าโจทก์อาศัยเหตุนี้ฟ้องจำเลยว่าลักทรัพย์ รับของโจร กับโจทก์ขอให้ศาลสอบจำเลย จำลยแถลงว่า ได้รับกระบือและโคของกลางของแต่ละคดีไว้ที่ที่ ช คนละวันกัน โจทก์จำเลยแถลงไม่ติดใจสืบพยาน ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยไม่ผิดฐานลักทรัพย์ ส่วนฐานรับของโจรกระบือนั้น โจทก์ไม่สืบว่าจำเลยรับกระบือของกลางคดีนี้กับโคของกลางคดีแดงที่ ๓๓๑/๒๕๐๕ ต่างกรรมต่างวาระกัน จึงต้องฟังว่าจำเลยรับไว้ในเวลาเดียวกัน เป็นกรรมเดียวกัน ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยในคดีแดงดังกล่าวแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยอีก ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๓๙(๔) ส่วนที่จำเลยแถลงรับไว้ จะเอามาลงโทษจำเลยก็ไม่ได้ เพราะเป็นหน้าที่โจทก์ต้องพิสูจน์ความผิดจำเลย ทั้งคำรับเช่นนี้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๒๓๕ วรรค ๒ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องโจทก์ถูกต้องตามกฎหมาย และฟ้องแต่ละสำนวนกล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิดต่างกรรมต่างวาระกัน เมื่อศาลสอบจำเลย ๆ ก็รับว่ากระทำผิดต่างกรรมต่างวาระกัน ทั้งไม่ปรากฎเหตุให้ยกฟ้องโจทก์ แม้ข้อเท็จจริงปรากฎว่าจำเลยครอบครองของกลางทั้ง ๒ คดี ในเวลาเดียวกัน ก็ไม่อาจถือว่าจำเลยกระทำผิดฐานรับของโจรกรรมเดียวและวาระเดียวกัน เพราะความผิดฐานรับของโจรเกิดเป็นความผิดขณะจำเลยรับทรัพย์ไว้โดยรู้ว่าเป็นของได้มาจากการกระทำผิด ไม่ใช่ขณะครอบครองทรัพย์ และการที่โจทก์ฟ้องคดีโดยอาศัยข้อเท็จจริงที่ว่ามีผู้พบจำเลยครอบครองของกลางนั้น ก็ไม่ใช่ข้อผูกพันโจทก์ให้นำสืบได้เฉพาะข้อเท็จจริงนั้น หรือถ้าไม่ได้ข้อเท็จจริงดังกล่าวจะต้องยกฟ้อง โจทก์ย่อมนำสืบข้อเท็จจริงต่าง ๆ อันจะพึงพิสูจน์ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องของโจทก์ได้ ถ้าจำเลยรับสารภาพตามฟ้อง โจทก์ก็ไม่ต้องนำสืบข้อเท็จจริง คดีย่อมรับฟังลงโทษจำเลยได้ เว้นแต่คดีมีอัตราโทษอย่างต่ำจำคุกตั้งแต่ ๕ ปีขึ้นไป หรือสถานหนักกว่านั้น ฉะนั้น การที่โจทก์ฟ้องจำเลยโดยอาศัยเหตุดังกล่าว จึงไม่เป็นเหตุที่จะยกฟ้อง และการที่ศาลสอบถามจำเลยว่ารับกระบือและโคของ ๒ คดีไว้คนละครั้งหรือครั้งเดียวกัน ก็ไม่ใช่เพื่อประโยชน์จะเพื่มเติมคดีโจทก์ซึ่งบกพร่องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๒๓๕ วรรค ๒ เพราะฟ้องโจทก์บรรยายข้อเท็จจริงครบถ้วนถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ทั้งเป็นการสอบถามรายละเอียดแห่งข้อเท็จจริงยิ่งขึ้น เมื่อจำเลยรับสารภาพต่อศาล ก็รับฟังลงโทษจำเลยได้ พิพากษากลับว่าจำเลยผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๕๗ วางโทษจำคุก ๑ ปีเพิ่ม ๑ ใน ๓ ตามมาตรา ๙๒ จำคุก ๑ ปี ๘ เดือน ลดรับสารภาพกึ่งหนึ่งตามมาตรา ๗๘ คงจำคุก ๘ เดือน นับโทษต่อจากคดีแดงที่ ๓๓๑/๒๕๐๕ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 265/2507 อัยการจังหวัดสุรินทร์ โจทก์ นางคง ชอบเพราะหรือจำนงค์รัก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดสุรินทร์ · ล. - นางคง ชอบเพราะหรือจำนงค์รัก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สอาด นาวีเจริญ · เจน เวชศิลป์ · สวิง ลัดพลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุรินทร์ - นายเสรี แสงศิลป์ · ศาลอุทธรณ์ - นายแถม สิริสาลี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 481/2526ฎีกา 98/2537ฎีกา 1656/2512ฎีกา 597/2485ฎีกา 824/2535ฎีกา 19406/2555ฎีกา 913/2538ฎีกา 1124/2496ฎีกา 164/2553ฎีกา 113/2566ฎีกา 1368/2509ฎีกา 7993/2547ฎีกา 1979/2521ฎีกา 848/2545ฎีกา 2766/2546ฎีกา 1499/2531ฎีกา 337/2535ฎีกา 16889/2555ฎีกา 6863/2543ฎีกา 801/2503ฎีกา 70/2489ฎีกา 9076/2558ฎีกา 5702/2533ฎีกา 514/2486
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา