⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 422/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 422/2507

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกักกันตามกฎหมายที่ใช้บังคับก่อนประมวลกฎหมายอาญา ถือเป็นโทษอาญา และการพ้นโทษกักกันไปแล้วก่อนประมวลกฎหมายอาญาใช้บังคับ ย่อมได้รับการล้างมลทินตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง.

ย่อคำพิพากษา

ก่อนใช้ประมวลกฎหมายอาญา พระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2479 มาตรา 5 บัญญัติให้ถือกักกันเป็นโทษอาญาสถานหนึ่ง เมื่อใช้ประมวลกฎหมายอาญาแล้ว ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 15 ให้เปลี่ยนโทษกักกันมาเป็นวิธีการเพื่อความปลอดภัย โทษกักกันจึงไม่ใช่โทษอาญาเสียแล้ว แต่บทบัญญัติมาตรา 15 นี้ย่อมไม่ย้อนหลังไปบังคับถึงโทษกักกันที่ได้เสร็จสิ้นพ้นโทษไปแล้ว จำเลยเคยต้องคำพิพากษาให้กักกันมีกำหนด 3 ปี พ้นโทษไปเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2498 ก่อนใช้พระราชบัญญัติล้างมลทิน ฯ พ.ศ. 2499 และก่อนใช้ประมวลกฎหมายอาญา ดังนี้ โทษกักกันที่จำเลยได้รับเสร็จสิ้นไปแล้วก่อนประมวลกฎหมายอาญาออกใช้ ก็คงถือเป็นโทษอยู่ ย่อมได้รับการล้างมลทินโดยพระราชบัญญัติล้างมลทินฯ พ.ศ.2499 มาตรา 3 จะกักกันจำเลยโดยอาศัยเหตุที่จำเลยเคยถูกกักกันมาแล้วตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 41 อีก หาได้ไม่.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายอาญา ม.18 ประมวลกฎหมายอาญา ม.40 ประมวลกฎหมายอาญา ม.41 พระราชบัญญัติล้างมลทินในโอกาสครบ 25 พุทธศตวรรษ พ.ศ.2499 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร และขอเพิ่มโทษจำเลยที่ ๑ ทั้งขอให้กักกันจำเลยที่ ๑ ด้วย โดยอ้างว่าก่อนคดีนี้จำเลยที่ ๑ เคยต้องคำพิพากษาของศาลอาญาให้กักกันเป็นเวลา ๓ ปี มาแล้ว ซึ่งจำเลยที่ ๑ ได้กระทำผิดอันเป็นมูลให้กักกันในขณะมีอายุเกินกว่า ๑๗ ปีแล้ว ปรากฎในประวัติอาชญากรท้ายฟ้องในรายการครั้งที่ ๔ และภายในระยะเวลา ๑๐ ปีนับแต่วันที่จำเลยที่ ๑ ได้พ้นจากการกักกันดังกล่าว จำเลยที่ ๑ ได้บังอาจมากระทำผิดอันเกี่ยวกับทรัพย์ดังระบุไว้ในมาตรา ๔๑(๘) แห่งประมวลกฎหมายอาญาอีก จำเลยทั้ง ๒ ให้การรับสารภาพฐานรับของโจร ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้ง ๒ ผิดฐานรับของโจรตามมาตรา ๓๕๗,๘๓ ลงโทษจำคุกจำเลยและเพิ่มโทษจำเลยที่ ๑ ลดรับสารภาพให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ ๑ หกเดือน จำเลยที่ ๒ สี่เดือน นับโทษจำเลยที่ ๑ ต่อจากคดีแดงที่ ๑๓๔๑/๒๕๐๖ และให้กักกันจำเลยที่ ๑ อีก ๓ ปี ตามมาตรา ๔๑,๔๒ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ว่า โทษกักกันจำเลยได้รับการลบล้างมลทินโทษไปแล้วตามพระราชบัญญัติล้างมลทิน ฯ พ.ศ.๒๔๙๙ มาตรา ๓ ศาลชั้นต้นยกเหตุนี้มาลงโทษกักกันจำเลยไม่ได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ โดยไม่กักกันจำเลยที่ ๑ โจทก์ฎีกาขอให้กักกันจำเลยที่ ๑ ศาลฏีกาปรึกษาว่า คดีนี้ โจทก์ขอให้กักกันจำเลยที่ ๑ เฉพาะในเหตุที่จำเลยที่ ๑ เคยต้องคำพิพากษาให้กักกันมาแล้วตามรายการในประวัติอาชญากร ครั้งที่ ๔ ท้ายฟ้อง ปรากฏว่าศาลลงโทษจำเลยที่ ๑ ฐานวิ่งราวทรัพย์ ให้จำคุก ๑ ปี และกักกัน ๓ ปี จำเลยที่ ๑ พ้นโทษไปเมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๔๙๘ บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๐๐ และประมวลกฎหมายอาญาก็ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๕๐๐ จำเลยที่ ๑ จึงพ้นโทษไปก่อนใช้พระราชบัญญัติล้างมลทิน ฯ ดังกล่าวและก่อนใช้ประมวลกฎหมายอาญาด้วย ก่อนใช้ประมวลกฎหมายอาญา พระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.๒๔๗๙ มาตรา ๕ ให้ถือกักกันเป็นโทษอาญาสถานหนึ่ง เมื่อใช้ประมวลกฎหมายอาญาแล้ว ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๕ ให้เปลี่ยนโทษกักกันมาเป็นวิธีการเพื่อความปลอดภัย โทษกักกันจึงไม่ใช่โทษอาญาเสียแล้ว แต่ศาลฎีกาเห็นว่า บทบัญญัติประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๕ ที่ให้เปลี่ยนโทษกักกันมาเป็นวิธีการเพื่อความปลอดภัยนั้น ย่อมไม่กระทบกระเทือนโดยย้อนหลังไปบังคับถึงโทษกักกันที่ได้เสร็จสิ้นพ้นโทษไปแล้ว ฉะนั้น โทษกักกันที่จำเลยที่ ๑ ได้รับเสร็จสิ้นไปแล้วก่อนประมวลกฎหมายอาญาออกใช้ ก็คงถือเป็นโทษอยู่ และย่อมได้รับลบล้างมลทินโดยพระราชบัญญัติล้างมลทินฯ พ.ศ.๒๔๙๙ มาตรา ๓, จะกักกันจำเลยที่ ๑ โดยอาศัยเหตุที่จำเลยที่ ๑ ถูกกักกันมาแล้วอีกหาได้ไม่ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 422/2507 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายแก้วหรืออนันต์ เสรียะ ที่ 1 นายชื่น ยิ้มโสดหรือยิ้มปราโมทย์ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายแก้วหรืออนันต์ เสรียะ ที่ 1 นายชื่น ยิ้มโสดหรือยิ้มปราโมทย์ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนิท สุมาวงศ์ · ประกอบ หุตะสิงห์ · มณี ชุติวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายศิริ กลัมพะสุต · ศาลอุทธรณ์ - นายชลัม รุทระวณิช.
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1891/2500ฎีกา 7111/2559ฎีกา 5868/2533ฎีกา 964/2466ฎีกา 413/2466ฎีกา 528/2470ฎีกา 2437/2515ฎีกา 623/2468ฎีกา 1170/2467ฎีกา 431/2472ฎีกา 77/2471ฎีกา 1521/2503ฎีกา 1198/2543ฎีกา 7184/2540ฎีกา 9083/2544ฎีกา 161/2487ฎีกา 621/2468ฎีกา 1154/2482ฎีกา 68/2483ฎีกา 57/2481ฎีกา 151/2506ฎีกา 177/2508ฎีกา 842/2507ฎีกา 1659/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา