⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 505/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 505/2507

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การตกลงให้ยึดทรัพย์สินไว้เป็นประกันหนี้เงินกู้ แม้จะไม่ได้ระบุในสัญญาหลัก และไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ถือเป็นสัญญาต่างหากจากสัญญาหลัก และไม่เข้าลักษณะเป็นการจำนอง

ย่อคำพิพากษา

เจ้าหนี้เงินกู้จะนำพยานบุคคลมาสืบว่ามีข้อตกลงว่าผู้ค้ำประกันยอมให้เจ้าหนี้ยึดโฉนดที่นาไว้เป็นประกันหนี้นั้นอีกได้แม้ข้อตกลงนั้นจะไม่ได้ระบุไว้ในสัญญาไม่เป็นการสืบเพิ่มเติมเอกสารสัญญาค้ำประกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 94(ข) เพราะข้อตกลงนั้นเป็นสัญญาซึ่งตกลงต่างหากจากสัญญาค้ำประกัน และไม่มีกฎหมายบังคับว่าต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ การที่ผู้ค้ำประกันตกลงให้เจ้าหนี้เงินกู้ยึดโฉนดไว้จนกว่าจะได้รับชำระหนี้ครบถ้วนดังกล่าวนั้นไม่เข้าลักษณะจำนอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.680 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.702

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กู้เงินจำเลยและมอบโฉนดที่นาให้จำเลยยึดถือเป็นประกัน โจทก์นำต้นเงินและดอกเบี้ยไปชำระให้จำเลย ๆ ไม่ยอมรับชำระและไม่คืนโฉนดให้โจทก์ จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยรับชำระหนี้และคืนโฉนด จำเลยให้การว่า โจทก์กู้เงินจำเลย และมอบโฉนดให้จำเลยยึดถือเป็นประกันหนี้ตามฟ้องจริง แต่ต่อมาโจทก์ได้ทำหนังสือสัญญาเป็นค้ำประกันหนี้เงินกู้ที่นายยนต์กู้จากจำเลยอีก 2 ฉบับ และโจทก์มอบให้จำเลยยึดถือโฉนดดังกล่าวเป็นประกันอีกด้วย คู่ความรับกันว่า สัญญาค้ำประกันทั้ง 2 ฉบับ และสัญญากู้ที่โจทก์ทำให้ไว้กับจำเลย ไม่ได้ระบุว่าโจทก์ได้มอบโฉนดให้จำเลยยึดถือเป็นประกันหนี้ ศาลชั้นต้นงดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้วพิพากษาให้จำเลยรับชำระหนี้และคืนโฉนดให้โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญาค้ำประกันหนี้ที่นายยนต์กู้จากจำเลยเป็นการประกันด้วยบุคคล ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ส่วนข้อตกลงที่ว่าโจทก์ยอมให้จำเลยยึดโฉนดไว้จนกว่าจำเลยจะได้รับชำระหนี้จากนายยนต์ครบถ้วนนั้นเป็นสัญญาที่ตกลงกันเป็นพิเศษอีกอันหนึ่งไม่เกี่ยวกับสัญญาค้ำประกันนั้น และไม่มีกฎหมายบังคับว่าต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ เมื่อเป็นสัญญาซึ่งตกลงกันต่างหากจากสัญญาค้ำประกัน ก็ไม่ต้องเขียนลงในสัญญาค้ำประกัน ฉะนั้น จำเลยจึงนำสืบพยานบุคคลว่าโจทก์ได้ตกลงให้จำเลยยึดโฉนดไว้จนกว่าจะได้รับชำระหนี้ที่นายยนต์กู้ไปจากจำเลยได้ไม่เป็นการสืบเพิ่มเติมสัญญาค้ำประกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(ข) และการที่โจทก์ตกลงให้จำเลยยึดโฉนดไว้จนกว่าจะได้รับชำระหนี้ครบถ้วนนั้น เป็นเรื่องยอมให้ยึดตัวเอกสารหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ในตัวทรัพย์เท่านั้น จำเลยหามีสิทธิพิเศษใด ๆ ในตัวทรัพย์ คือที่ดินตามโฉนดนั้นไม่ ไม่เข้าลักษณะจำนองอันจะต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 505/2507 นางบัวคลี่ ฝอยสุวรรณ์ โจทก์ นางสาวกระแสร์ สุริยมณฑล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางบัวคลี่ ฝอยสุวรรณ์ · จำเลย - นางสาวกระแสร์ สุริยมณฑล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มณี ชุติวงศ์ · ประกอบ หุตะสิงห์ · เพรียง โรจนรัส
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1452/2511ฎีกา 1536/2500ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 1800/2511ฎีกา 1561/2520ฎีกา 272/2490ฎีกา 3219/2534ฎีกา 199/2537ฎีกา 6801/2540ฎีกา 794/2509ฎีกา 1896/2492ฎีกา 3649/2525ฎีกา 2657/2534ฎีกา 7051/2540ฎีกา 306/2506ฎีกา 6848/2540ฎีกา 1808/2512ฎีกา 311/2538ฎีกา 1002/2509ฎีกา 5423/2553ฎีกา 2170/2517ฎีกา 4007/2552ฎีกา 1776/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา