คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 888/2507
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นความผิดที่กระทำต่อเนื่อง ส่วนความผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร เป็นความผิดที่เกิดขึ้นในขณะใดขณะหนึ่ง การกระทำทั้งสองอย่างนี้จึงอาจเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระกันได้
ย่อคำพิพากษา
มีคนร้ายลักอาวุธปืนของผู้เสียหายไปตั้งแต่วันที่12 ต่อมาวันที่ 16 เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมอาวุธปืน พนักงานอัยการโจทก์จึงฟ้องจำเลยฐานมีปืนไว้ในความครอบครองไม่รับอนุญาตเป็นคดีหนึ่ง แล้วฟ้องฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรอีกคดีหนึ่ง ดังนี้เห็นได้ว่าการกระทำผิดฐานมีอาวุธปืนนั้น จำเลยย่อมจะได้กระทำผิดนับแต่วาระแรกที่ได้ปืนนั้นมาไว้ในครอบครอง และเป็นความผิดอยู่เรื่อยไปจนกระทั่งจำเลยถูกจับได้พร้อมอาวุธปืน ส่วนความผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรนั้น เป็นความผิดในขณะใดขณะหนึ่งตามที่โจทก์กล่าวหา ฉะนั้น การกระทำผิดของจำเลยที่โจทก์กล่าวหาทั้งสองคดีจึงอาจเป็นความผิดคนละกระทงต่างกรรมต่างวาระกันได้ ฟ้องของโจทก์ไม่ต้องห้ามตามกฎหมาย
ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 19/2507
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าเมื่อ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๐๖ เวลากลางวัน มีคนร้ายเข้าไปในห้องเรือนของนายสงวน อินเถื่อนแล้วลักอาวุธปืนลูกซองพกขนาด ๑๒ หนึ่งกระบอก ราคา ๓๐๐ บาท ของนายสงวนไป ต่อมาวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๐๖ เวลากลางคืนหลังเที่ยง เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมอาวุธปืนดังกล่าว ทั้งนี้โดยจำเลยบังอาจลักไปหรือมิฉะนั้น ตามวันเวลาดังกล่าวทั้งสองตอน ทั้งกลางวันและกลางคืนตลอดมาจนวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๐๖ เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยบังอาจรับอาวุธปืนลูกซองพกนั้นไว้จากคนร้ายโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นปืนที่ได้มาจากการกระทำผิดลักษณะลักทรัพย์ เหตุเกิดตำบลไผ่สิงห์ ตำบลพันลาน อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ระหว่างสอบสวน จำเลยไม่ถูกควบคุมในคดีนี้แต่ต้องขังอยู่ตามคดีหมายเลขดำ ๑๖๖/๒๕๐๖ และ ๗๖๗/๒๕๐๖ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๕(๘),๓๕๗ คืนอาวุธปืนของกลางแก่ผู้เสียหาย และนับโทษต่อคดีดำที่ ๑๖๖/๒๕๐๖ และ๗๖๗/๒๕๐๖
ก่อนจำเลยให้การ ศาลชั้นต้นสอบโจทก์ โจทก์แถลงว่าจำเลยเป็นคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาดำที่ ๗๖๗/๒๕๐๖ ของศาลจังหวัดนครสวรรค์ เรื่องมีอาวุธปืนไม่รับอนุญาต และแถลงว่าอาวุธปืนที่หาว่าจำเลยมีไว้ในครอบครองไม่รับอนุญาตนั้นเป็นปืนกระบอกเดียวกับที่หาว่าจำเลยลักหรือรับของโจรคดีนี้ โจทก์รับต่อไปว่า จับจำเลยได้พร้อมด้วยอาวุธปืนของกลางคดีนี้ ซึ่งเป็นวันเวลาเดียวกันกับที่หาว่าจำเลยมีอาวุธปืนไม่รับอนุญาตในคดีอาญาดำที่ ๗๖๗/๒๕๐๖ กับโจทก์รับว่าโจทก์ฟ้องคดีดำ ๗๖๗/๒๕๐๖ ก่อนฟ้องคดีนี้ ศาลชั้นต้นสั่งว่า รูปคดีพอวินิจฉัยได้ ให้งดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้วพิพากษาว่า คดีอาญาหมายเลขดำ ๗๖๗/๒๕๐๖ อยู่ระหว่างพิจารณาสืบพยานโจทก์ ฉะนั้น เมื่อโจทก์หาว่าจำเลยลักหรือรับของโจรปืนกระบอกของกลางมา จำเลยก็ต้องมีไว้ในครอบครองในปืนกระบอกของกลางจึงเป็นเรื่องเดียวกัน เพราะถ้าจำเลยลักแล้วก็ต้องมีไว้ในครอบครอง คือ ต้องใช้กิริยาอาการลักหรือรับปืนไว้ก่อนแล้วจึงจะมีปืนไว้ในครอบครอง เมื่อโจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยมีอาวุธปืนของกลางไว้ไม่รับอนุญาตแล้ว โจทก์จะฟ้องเรื่องลักทรัพย์หรือรับของโจรอันเป็นการกระทำอันเดียวกัน
อันเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๓ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ เมื่อกฎหมายห้ามโจทก์มิให้ฟ้องแล้ว ก็ต้องยกฟ้องคดีนี้เสีย พิพากษายกฟ้องโจทก์ปล่อยจำเลยเฉพาะคดีนี้พ้นข้อหาไป
โจทก์อุทธรณ์ว่า ตามข้อเท็จจริงที่ได้ความ ฟ้องของโจทก์ไม่ต้องห้ามขอให้พิพากษาให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษาต่อไป
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จะนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๗๓ มาใช้บังคับมิได้ เพราะสิทธินำคดีอาญามาฟ้องจะระงับหรือไม่ ได้บัญญัติไว้ในประมวลวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๓๙ อยู่แล้วคำฟ้องของโจทก์เรื่องลักทรัพย์หรือรับของโจรอาวุธปืน ไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายนี้ สิทธินำคดีมาฟ้องของโจทก์ยังไม่ระงับ และไม่ต้องห้าม
อนึ่ง ฟ้องของโจทก์คดีนี้เป็นคนละข้อหากับคำฟ้องในคดีอาญาดำที่ ๗๖๗/๒๕๐๖ แม้อาวุธปืนของกลางจะเป็นกระบอกเดียวกัน เกี่ยวข้องเป็นเรื่องเดียวกัน การกระทำอันเดียวกันเป็นความผิดตามกฎหมายหลายบทหลายกระทงหรือไม่อย่างไร ก็ไม่มีบทกฎหมายบัญญัติห้ามไม่ให้โจทก์นำคดีมาฟ้อง ในเมื่อคดีอาญาดำที่ ๗๖๗/๒๕๐๖ ยังอยู่ในระหว่างพิจารณา ส่วนในเรื่องที่จะลงโทษจำเลยคดีนี้ได้หรือไม่เพียงใดเป็นเรื่องที่จะรวมพิจารณาและพิพากษาด้วยกันได้ตามกฎหมายและรูปคดี พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ดำเนินการพิจารณาแล้วพิพากษาใหม่
จำเลยฎีกาว่า คดีนี้เป็นเรื่องฟ้องซ้ำดังศาลชั้นต้นวินิจฉัยไว้ ขอให้พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ศาลฎีกาตรวจสำนวนแล้ว โจทก์รับว่าจำเลยคนเดียวกันนี้ โจทก์ได้ฟ้องเป็นจำเลยในคดีดำที่ ๗๖๗/๒๕๐๖ ในข้อหาว่ามีอาวุธปืนกระบอกเดียวกับที่ฟ้องในคดีนี้ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต คดีดำที่ ๗๖๗/๒๕๐๖ นั้น โจทก์ได้ฟ้องไว้ก่อนคดีนี้ และโจทก์ยังได้แถลงรับต่อไปว่า จับจำเลยได้พร้อมทั้งอาวุธปืนของกลางในคดีนี้ ซึ่งเป็นวันเวลาเดียวกันกับที่โจทก์ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตในคดีอาญาดำที่ ๗๖๗/๒๕๐๖ นั้นเอง ปัญหามีว่า ความผิดฐานมีปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตที่โจทก์ฟ้องกล่าวหาจำเลยในคดีอาญาดำที่ ๗๖๗/๒๕๐๖กับความผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรที่โจทก์ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยคนเดียวกันกระทำผิดในคดีนี้ จะเป็นการกระทำกรรมเดียววาระเดียวกันหรือเป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระกัน ปัญหาข้อนี้ศาลฎีกาได้วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่แล้ว เห็นว่าการกระทำผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น จำเลยย่อมจะได้กระทำผิดนับแต่วาระแรกที่ได้ปืนนั้นมาไว้ในครอบครอง และเป็นความผิดอยู่เรื่อยไปจนกระทั่งจำเลยถูกจับได้พร้อมทั้งอาวุธปืนของกลางนั้น ส่วนความผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรที่โจทก์ฟ้องจำเลยในคดีนี้นั้น
โจทก์ฟ้องว่า
คนร้ายได้ลักปืนของกลางไปเมื่อ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๐๖ เวลากลางวัน ต่อมาวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๐๖ เวลากลางคืนหลังเที่ยงเจ้าพนักงานจึงจับจำเลยได้พร้อมด้วยอาวุธปืนของกลาง ทั้งนี้ โดยจำเลยเป็นคนร้ายลักปืนกระบอกนี้ไปเมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๐๖ หรือจำเลยรับของโจรปืนของกลางนี้ในขณะใดขณะหนึ่งระหว่างวันที่ ๑๒ ถึงวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๐๖ ดังนี้ จึงเห็นได้ว่าความผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรนั้นเป็นความผิดในขณะใดขณะหนึ่งตามที่โจทก์กล่าวหา แต่ความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น เป็นความผิดแต่ขณะแรกที่มีปืนไว้ในครอบครองและเป็นความผิดอยู่เรื่อยไปจนกระทั่งจำเลยถูกจับได้พร้อมอาวุธปืนนั้น ฉะนั้น การกระทำผิดของจำเลยที่โจทก์กล่าวหาทั้งสองคดีนี้ จึงอาจเป็นความผิดคนละกระทงต่างกรรมต่างวาระกันได้ ฟ้องของโจทก์ไม่ต้องห้ามตามกฎหมาย ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ดำเนินการพิจารณาแล้วพิพากษาใหม่ชอบแล้ว
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 888/2507
อัยการจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์
นายเรือง ยิ้มเหม ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดนครสวรรค์ · ล. - นายเรือง ยิ้มเหม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประกอบ หุตะสิงห์ · สนิท สุมาวงศ์ · เพรียง โรจนรัส |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายกิจจา นาญกิจ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงอรรถวุฒิวรวาจก์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา