⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1117/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1117/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หลักกฎหมาย: * คำพิพากษาคดีอาญาถึงที่สุดให้ผูกพันศาลในคดีแพ่งที่เกี่ยวกันในส่วนของข้อเท็จจริงที่ศาลได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุแห่งคดีอาญานั้น * การครอบครองปรปักษ์ที่ดินที่ยังไม่ได้ออกโฉนดที่ดินนั้น แม้จะมีการร้องคัดค้านการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3) และเจ้าหน้าที่สั่งให้ผู้ร้องคัดค้านฟ้องคดีต่อศาลภายในกำหนดเวลา หากผู้ร้องคัดค้านเป็นผู้ครอบครองที่ดินอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องฟ้องคดีภายในกำหนดเวลาดังกล่าว

ย่อคำพิพากษา

ในคดีส่วนอาญา ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา จำเลยไปขอออก น.ส.3 สำหรับที่พิพาท โจทก์ร้องคัดค้าน เจ้าหน้าที่เปรียบเทียบไม่ตกลง และสั่งให้โจทก์มาฟ้องภายใน 30 วัน โจทก์ไม่ฟ้อง จนเวลาล่วงเลยเกินกว่าปี เมื่อโจทก์เป็นฝ่ายครอบครองที่พิพาทอยู่โจทก์ก็ไม่จำเป็นต้องฟ้องภายในกำหนดดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.40 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.47 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดิน ๑ แปลง มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดิน คือ น.ส.๓ ขึ้นทะเบียนแล้ว โจทก์ได้ครอบครองเป็นเจ้าของและทำประโยชน์ จำเลยสมคบกันนำรถไถเข้าไปในที่ดินของโจทก์ไถต้นถั่วของโจทก์เสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๘,๓๕๙,๓๖๒,๘๒ ให้ขับไล่จำเลยและบริวารและให้ใช้ค่าเสียหายและค่าที่เสียประโยชน์ จำเลยให้การปฏิเสธ เมื่อประมาณ พ.ศ.๒๕๐๒ โจทก์กับพวกได้ร้องต่ออำเภอว่า จำเลยขอรังวัดที่ดินรวมเอาที่ของโจทก์เข้าไว้ ทางอำเภอให้โจทก์ฟ้องใน ๓๐ วัน แต่โจทก์ไม่ฟ้อง ฟ้องของโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเชื่อว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยเอารถไปไถทำลายต้นถั่วที่โจทก์ปลูกไว้เสียหาย พิพากษา ว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๘,๓๕๙,๓๖๒ แต่ให้ลงโทษตามมาตรา ๓๕๙ ซึ่งเป็นบทหนักปรับจำเลยที่ ๑ เป็นเงิน ๕๐๐ บาท ปรับจำเลยที่ ๒ เป็นเงิน ๑,๐๐๐ บาท ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปพ้นที่ดินของโจทก์ ให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าเสียหาย จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ในคดีอาญา เพราะจำเลยยื่นอุทธรณ์เกิน ๑๕ วัน คงให้รับเฉพาะคดีแพ่ง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องกล่าวหาจำเลยเป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาหาว่าจำเลยบุกรุกที่พิพาทซึ่งเป็นที่ดินของโจทก์ ศาลพิพากษาว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ ลงโทษจำเลยฐานบุกรุกและขับไล่จำเลย คดีส่วนอาญาจำเลยไม่อุทธรณ์ภายใน ๑๕ วัน ศาลจึงสั่งไม่รับอุทธรณ์ คดีส่วนอาญาจึงถึงที่สุดไปแล้ว คงมีประเด็นอุทธรณ์ฎีกาขึ้นมาเฉพาะส่วนแพ่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๔๖ บัญญัติว่า ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา และข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์เป็นผู้ครอบครองที่พิพาทตลอดมา มิได้ละทิ้ง ข้อที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยไปขอออก น.ส.๓ สำหรับที่พิพาท โจทก์ร้องคัดค้านเจ้าหน้าที่เปรียบเทียบไม่ตกลง และสั่งให้โจทก์ไปฟ้องภายใน ๓๐ วัน โจทก์ไม่ฟ้อง จนเวลาล่วงเลยเกินกว่าปี คดีขาดอายุความนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าโจทก์เป็นฝ่ายครอบครองที่พิพาทอยู่มิได้ละทิ้ง โจทก์ก็ไม่จำเป็นต้องไปฟ้องภายในกำหนดเวลาดังกล่าว และคดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกที่พิพาทเมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๐๔ โจทก์ฟ้องเมื่อพฤษภาคม ๒๕๐๔ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์ไม่หมดสิทธิที่จะฟ้องคดีนี้จึงชอบแล้ว พิพากษา ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1117/2508 นางเปลื้อง ทองคำศรี โจทก์ นางทิ้ง ปานช้าง ที่ 1 นางสำเภา ยังดำรงค์ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเปลื้อง ทองคำศรี · จำเลย - นางทิ้ง ปานช้าง ที่ 1 นางสำเภา ยังดำรงค์ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)คร้าม สิวายะวิโรจน์ · บุศย์ ขันธวิทย์ · ชิต บุณยประภัศร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายสุชาติ จิวะชาติ · ศาลอุทธรณ์ - นายกิ่ง ศาลิคุปต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4715/2542ฎีกา 1917/2559ฎีกา 481/2526ฎีกา 915/2566ฎีกา 1308/2533ฎีกา 1000/2505ฎีกา 2938/2519ฎีกา 1982/2519ฎีกา 7201/2568ฎีกา 3119/2558ฎีกา 1131/2502ฎีกา 7214/2538ฎีกา 4282/2536ฎีกา 1948/2520ฎีกา 2290/2535ฎีกา 533/2521ฎีกา 276/2520ฎีกา 7339/2540ฎีกา 17791/2556ฎีกา 1093/2500ฎีกา 5007/2540ฎีกา 6354/2534ฎีกา 4085/2559ฎีกา 1348/2508
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา