คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1175/2508
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญากู้ยืมเงินจะสมบูรณ์เมื่อมีมูลหนี้ต่อกัน
ย่อคำพิพากษา
โจทก์มอบเงินจำนวนหนึ่งให้จำเลยนำไปฝากธนาคาร จำเลยกลับเอาไปใช้เสียหมด จำเลยจึงทำสัญญากู้เงินโจทก์มีจำนวนเงินเท่ากับที่จำเลยรับฝากไว้ สัญญากู้จึงสมบูรณ์มีผลใช้บังคับได้ เพราะมีมูลหนี้ต่อกัน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้มอบเงิน ๑๖,๐๐๐ บาทให้จำเลยเป็นผู้รักษา โดยให้นำฝากธนาคาร ต่อมาโจทก์เรียกเงินคืน จำเลยแจ้งว่านำไปใช้ประโยชน์ทางอื่นเสียแล้ว จำเลยจึงได้ทำเป็นหนังสือสัญญากู้ ให้โจทก์ไว้เป็นหลักฐาน ถึงกำหนดแล้วจำเลยไม่ชำระ ขอให้ศาลบังคับ
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินโจทก์ตามฟ้อง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงเชื่อได้ว่าโจทก์ได้มอบเงินให้จำเลยนำไปฝากธนาคารรวม ๑๖,๐๐๐ บาท แต่จำเลยไม่ได้ฝากกลับเอาไปใช้เสียหมด จึงได้ทำสัญญากู้ฉบับที่ฟ้องให้โจทก์ยึดไว้เป็นหลักฐาน สัญญากู้จึงสมบูรณ์มีผลใช้บังคับได้ เพราะมีมูลหนี้ต่อกัน เมื่อสัญญากู้ถึงกำหนดแล้ว จำเลยไม่ชำระต้นเงินและดอกเบี้ย โจทก์มีอำนาจฟ้องขอให้บังคับได้ พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1175/2508
นายทรัพย์ อังคะนาวิน โจทก์
นายเอนก เนื่องจำนงค์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายทรัพย์ อังคะนาวิน · จำเลย - นายเอนก เนื่องจำนงค์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | กิตติ สีหนนทน์ · สอาด นาวีเจริญ · สวิง ลัดพลี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชลบุรี - นายประกอบ วนิคพันธุ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายไสว เสนาขันธ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา