คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1179/2508
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งศาลที่กำหนดประเด็นหน้าที่นำสืบและงดสืบพยานในประเด็นใด เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่ต้องห้ามอุทธรณ์ทันที เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
การที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยกำหนดประเด็นหน้าที่นำสืบและมีคำสั่งให้งดสืบในประเด็นข้อใดเป็นการสั่งโดยอาศัยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 86 วรรค 2 ก่อนที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดี จึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามมาตรา 226(1) จะอุทธรณ์ในทันทีทันใดมิได้ โจทก์ชอบที่จะโต้แย้งคำสั่งไว้และอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้เมื่อศาลพิพากษาหรือชี้ขาดตัดสินคดี กรณีไม่เข้าข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 228(3)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องเรียกค่าจ้างจากจำเลยทั้งสอง จำเลยให้การว่าไม่เคยจ้างโจทก์ แต่โจทก์มาขอรับจ้างต่อจำเลย และเบิกเงินไปหลายคราวเกินไปจากที่จำเลยตกลงรับจ้างไว้ จึงฟ้องแย้งเรียกเงินคืนจากจำเลย
โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งดังที่ฟ้องไว้เดิมและตัดฟ้องว่าจำเลยไม่มีหลักฐานการรับเงินเป็นหนังสือ และฟ้องแย้งเคลือบคลุม
ชั้นชี้สองสถาน ศาลเห็นว่าฟ้องโจทก์ไม่มีข้อความว่าจำเลยที่ ๒ เป็นตัวแทนของจำเลยที่ ๑ จึงให้งดสืบพยานโจทก์ในประเด็นเรื่องตัวแทน คงให้สืบแต่ประเด็นอื่นตามที่กะ
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า คำสั่งศาลชั้นต้นไม่มีผลเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นเพื่อให้ประเด็นข้อสำคัญแห่งคดีเสร็จไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๒๘(๓) จึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา โจทก์ยังอุทธรณ์คำสั่งนี้ในชั้นนี้ไม่ได้
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยกำหนดประเด็นหน้าที่นำสืบ และมีคำสั่งให้งดสืบในประเด็นข้อใด เป็นการสั่งโดยอาศัยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๖ วรรค ๒ ก่อนที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดี จึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ห้ามมิให้อุทธรณ์ตามมาตรา ๒๒๖(๑) จะอุทธรณ์ในทันทีทันใดมิได้ โจทก์ชอบที่จะโต้แย้งคำสั่งไว้ และอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้ เมื่อศาลพิพากษาหรือชี้ขาดตัดสินคดีตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๒๖(๑) และกรณีไม่เข้าข้อยกเว้นอันจะทำให้โจทก์อุทธรณ์คำสั่งได้ในบัดนี้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๘(๓)
พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1179/2508
นายอินทร์ มาเนียม โจทก์
วัดรายชะโด โดยพระครูประสาทธรรมาภรณ์ เจ้าอาวาส ที่ 1 นายฟุ้ง (ไม่ทราบ
นามสกุล) ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายอินทร์ มาเนียม · (ไม่ทราบ - วัดรายชะโด โดยพระครูประสาทธรรมาภรณ์ เจ้าอาวาส ที่ 1 นายฟุ้ง · จำเลย - นามสกุล) ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สวิง ลัดพลี · สอาด นาวีเจริญ · วิเชียร เศวตรุนทร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพิจิตร - นายยนต์ สวนพุฒ · ศาลอุทธรณ์ - นายจิตติ ติงศภัทิย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา