คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1407/2508
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลมีคำพิพากษาให้แบ่งทรัพย์มรดกแก่ทายาท โจทก์ร่วมซึ่งเข้ามาในคดีภายหลัง ย่อมมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งตามคำพิพากษา และมีสิทธิร้องขอบังคับคดีให้ผู้ที่ประมูลได้นำเงินค่าผลประโยชน์มาวางศาลได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องจำเลยเรียกทรัพย์มรดกผู้ตาย ระหว่างศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณา ศาลอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเป็นโจทก์ร่วม ขณะคดีอยู่ในระหว่างอุทธรณ์ โจทก์จำเลยตกลงประมูลเก็บผลประโยชน์ทรัพย์มรดกพิพาท ผู้ใดประมูลได้ ให้วางเงินต่อศาลทุกเดือนจนกว่าคดีถึงที่สุด โจทก์ที่ 2 ประมูลได้ จึงวางเงินต่อศาลทุกเดือนเมื่อศาลฎีกาพิพากษาให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยให้แบ่งทรัพย์มรดกของผู้ตายแก่ทายาท โจทก์ร่วมมีสิทธิได้รบส่วนแบ่งตามคำพิพากษาด้วย โจทก์ร่วมย่อมมีสิทธิร้องขอบังคับคดี โดยให้โจทก์ที่ 2 นำเงินค่าผลประโยชน์ดังกล่าวมาวางศาลได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เดิม โจทก์ฟ้องจำเลยเรียกทรัพย์มรดกของนายหลำ ระหว่างศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องทั้งสองเข้าเป็นโจทก์ร่วม ขณะคดีอยู่ในระหว่างอุทธรณ์ โจทก์จำเลยได้ตกลงประมูลการเก็บผลประโยชน์ทรัพย์พิพาทและตกลงกันว่าผู้ใดประมูลได้ ให้วางเงินต่อศาลทุกเดือน เพียงครึ่งหนึ่งของจำนวนที่ประมูลจนกว่าคดีจะถึงที่สุด โจทก์ที่ ๒ ประมูลได้ในราคาเดือนละ ๙๕๐ บาท จึงต้องวางเงินต่อศาลเดือนละ ๔๗๕ บาท ต่อมาศาลฎีกาพิพากษาให้แบ่งทรัพย์มรดกของนายหลำให้แก่ทายาท ศาลชั้นต้นดำเนินการบังคับคดีและให้จ่าศาลคิดแบ่งเงินผลประโยชน์ให้แก่โจทก์จำเลยตามส่วนที่ควรจะได้ เป็นเงินผลประโยชน์ ๒๔ เดือน ๒๒,๘๐๐ บาท ฝ่ายโจทก์ควรได้ ๑๕,๐๔๘ บาท จำเลยควรได้ ๗,๗๕๒ บาท แต่โจทก์ที่ ๒ นำเงินวางศาลเพียง ๑๑,๐๐๐ บาท เมื่อจ่ายให้จำเลยเสีย ๗,๗๕๒ บาท คงเหลือเงิน ๓,๖๔๘ บาท ซึ่งจะต้องคืนให้โจทก์
โจทก์ร่วมทั้งสองยื่นคำร้องว่า เงินผลประโยชน์ดังกล่าว โจทก์ร่วมมีสิทธิจะได้รับส่วนแบ่งเป็นเงิน ๖,๐๑๙ บาท ๒๐ สตางค์ ขอให้ศาลสั่งให้โจทก์ที่ ๒ นำเงินผลประโยชน์ที่โจทก์ที่ ๒ ยังวางไม่ครบมาวางศาลเพื่อแบ่งให้โจกท์ร่วมต่อไป
โจทก์ที่ ๒ ค้านว่า โจทก์ร่วมหามีข้อพิพาทใดๆ กับโจทก์ไม่ หากโจทก์ร่วมจะโต้แย้งสิทธิกับโจทก์ประการใด ก็ชอบที่จะดำเนินคดีกับโจทก์ต่อไปต่างหาก ทั้งจำนวนเงินที่โจทก์ร่วมอ้างว่ามีสิทธิ ก็ยังไม่เป็นที่รับกันแน่นอน
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ร่วมมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งในเงินผลประโยชน์ ๒ ใน ๕ ส่วนจากเงิน ๑๕,๐๔๘ บาท และมีสิทธิขอให้บังคับคดี
โจทก์ที่ ๒ อุทธรณ์ว่า โจทก์ร่วมเป็นบุคคลภายนอก จะขอให้ศาลบังคับคดีอย่างใดก็ต้องดำเนินคดีต่างหาก ไม่มีอำนาจขอให้ศาลสั่งโจทก์นำเงินมาวางศาล
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ที่ ๒ ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ศาลฎีกาพิพากษาให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยให้แบ่งทรัพย์มรดกของนายหลำให้แก่ทายาทของนายหลำ ซึ่งโจทก์ร่วมมีสิทธิได้คนละ ๑ ส่วน เงินผลประโยชน์ในทรัพย์พิพาทจำนวน ๑๕,๐๔๘ บาท จึงตกเป็นมรดกของผู้ตายซึ่งจะต้องแบ่งกัน เมื่อคดีถึงที่สุดและคิดแล้วปรากฏว่า โจทก์ยังวางเงินผลประโยชน์ไม่พอจำนวนที่ศาลจะจัดแบ่งให้แก่ทายาทของผู้ตายตามคำพิพากษาศาลฎีกา และโจทก์ร่วมทั้งสองเป็นผู้มีสิทธิจะได้รับส่วนแบ่งด้วย โจทก์ร่วมย่อมมีสิทธิร้องขอบังคับคดีโดยให้โจทก์ที่ ๒ นำเงินค่าผลประโยชน์ดังกล่าวมาวางศาลได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1407/2508
นางมิน๊ะ เหมสนิท ที่ 1 นางลิม๊ะ สุดาหวัน ที่ 2 โจทก์
นางฟิอะ โสดาหวัง แะนายมีด โสดาหวัง จ.ร่วม
นางมุเหลียม สุดาหวัง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางมิน๊ะ เหมสนิท ที่ 1 นางลิม๊ะ สุดาหวัน ที่ 2 · จ.ร่วม - นางฟิอะ โสดาหวัง แะนายมีด โสดาหวัง · จำเลย - นางมุเหลียม สุดาหวัง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มณี ชุติวงศ์ · โพยม เลขยานนท์ · วงษ์ วีระพงศ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสงขลา - นายศักดิ์ สนองชาติ · ศาลอุทธรณ์ - นายฉลาด ไชยชาญ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา