⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1470/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1470/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอ้างสิทธิหรือความคุ้มครองตามกฎหมายพิเศษต้องยกขึ้นต่อสู้คดีโดยชัดแจ้งในคำให้การ หากมิได้ยกขึ้นต่อสู้ให้เป็นประเด็นไว้ ศาลจะวินิจฉัยคดีตามกฎหมายสามัญ.

ย่อคำพิพากษา

โดยปกติการเช่าทรัพย์ไม่ว่าจะใช้ทรัพย์สินนั้นเพื่ออยู่อาศัยหรือเพื่อทำการค้า ย่อมอยู่ในบังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ลักษณะเช่าทรัพย์ หากจำเลยจะอ้างความคุ้มครองตามกฎหมายพิเศษอย่างไร ก็ต้องยกขึ้นสู้คดี เพราะตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 177 บัญญัติให้จำเลยแสดงโดยชัดแจ้งในคำให้การว่าจำเลยยอมรับหรือปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้นหรือแต่บางส่วน รวมทั้งเหตุแห่งการนั้น เมื่อจำเลยมิได้อ้างสิทธิหรือความคุ้มครองตามกฎหมายพิเศษ ก็ต้องวินิจฉัยคดีตามกฎหมายสามัญ เพราะสิทธิหรือความคุ้มครองตามกฎหมายอื่นนั้น จำเลยมิได้ยกขึ้นต่อสู้ให้เป็นประเด็นไว้ พระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 มิใช่มีกรณีเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนไปเสียทั้งหมด การที่ผู้เช่ายินยอมเลิกใช้ทรัพย์สินที่เช่าหรือไม่อ้างเอาประโยชน์จากพระราชบัญญัตินี้ ก็หาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนแต่อย่างใดไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.1774 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.566

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากห้องเช่าของโจทก์ โดยจำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่า และโจทก์ได้บอกเลิกการเช่ากับจำเลยแล้ว จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ฟ้องซ้ำจำเลยเช่าอยู่อาศัย โจทก์ไม่ไปเก็บค่าเช่าเอง จำเลยมิได้ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่า ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า ฟ้องโจทก์ไม่เป็นฟ้องซ้ำ การเช่าเป็นการเช่าสามัญ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ลักษณะเช่าทรัพย์ เมื่อจำเลยรับว่าได้รับการบอกเลิกการเช่าห้องพิพาทจากโจทก์แล้ว จำเลยก็ต้องออกจากห้องพิพาท จำเลยอุทธรณ์ว่าจำเลยได้ยกความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.๒๕๐๔ ขึ้นต่อสู้แล้ว และพระราชบัญญัตินี้เป็นกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลมีอำนาจยกขึ้นปรับคดีได้ แม้คู่ความจะไม่ได้โต้เถียงกัน ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่า จำเลยมิได้อ้างกฎหมายที่ให้สิทธิพิเศษเพื่อคุ้มครองแก่ผู้เช่าไว้ในคำให้การโดยชัดแจ้ง จึงไม่มีประเด็นที่ศาลจะหยิบยกขึ้นวินิจฉัย พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยมิได้อ้างความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.๒๕๐๔ ขึ้นเป็นข้อต่อสู้ การเช่าทรัพย์ไม่ว่าจะใช้ทรัพย์สินนั้นเพื่ออยู่อาศัยหรือเพื่อทำการค้า โดยปกติย่อมอยู่ในบังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ลักษณะเช่าทรัพย์ หากจำเลยจะอ้างความคุ้มครองตามกฎหมายพิเศษอย่างใด จำเลยก็ต้องยกขึ้นสู้คดี เพราะประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๗๗ บัญญัติให้จำเลยแสดงโดยชัดแจ้งในคำให้การว่าจำเลยยอมรับหรือปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้นหรือแต่บางส่วน รวมทั้งเหตุแห่งการนั้น เมื่อจำเลยมิได้อ้างก็ต้องวินิจฉัยคดีตามกฎหมายสามัญ เพราะสิทธิหรือความคุ้มครองตามกฎหมายอื่นนั้น จำเลยมิได้ยกขึ้นต่อสู้ให้เป็นประเด็นไว้ ข้อที่ว่าศาลมีอำนาจยกพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน ฯ ขึ้นปรับคดีได้เองเพราะเป็นกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ฯ นั้น พระราชบัญญัตินี้มิใช่มีกรณีเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนไปเสียทั้งหมด การที่ผู้เช่ายินยอมเลิกใช้ทรัพย์สินที่เช่าหรือไม่อ้างเอาประโยชน์จากพระราชบัญญัตินี้ ก็หาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนแต่อย่างใดไม่ พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1470/2508 นางบังหอม พัวธรรม โจทก์ นายศิริ วิภาติวนิชย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางบังหอม พัวธรรม · จำเลย - นายศิริ วิภาติวนิชย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พจน์ ปุษปาคม · บุศย์ ขันธวิทย์ · เกษม ทิพยจันทร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลำปาง - นายสมศักดิ์ เกิดลาภผล · ศาลอุทธรณ์ - นายสุทิน เกษคุปต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1798/2506ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 6239/2551ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 1036/2506ฎีกา 3601/2526ฎีกา 888/2511ฎีกา 9188/2538ฎีกา 72/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1061/2511ฎีกา 119/2532ฎีกา 2160/2518ฎีกา 4484/2536ฎีกา 6555/2538ฎีกา 1816/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา