⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1475/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1475/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพยายามกระทำความผิดเป็นความผิดแล้ว เพียงแต่ต้องระวางโทษต่ำกว่าความผิดสำเร็จเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

การพยายามกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 80 นั้น เป็นความผิดแล้ว เพียงแต่ต้องระวางโทษต่ำกว่าความผิดสำเร็จเท่านั้น ฉะนั้น ความผิดที่จำเลยกระทำในคดีนี้ย่อมเป็นความผิดตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 41(8) แล้วถือได้ว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดติดนิสัยและพิพากษาให้กักกันจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.41 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.93 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ลักสร้อยคอทองคำ ๑ สาย ซึ่งสวนอยู่ที่คอของเด็กชายชูเกียรติ พ่วงตระกูล บุตรผู้เสียหาย โดยจำเลยใช้กรรไกรตัดสร้อยนั้น แต่กระทำไปไม่ตลอดเพราะผู้เสียหายขัดขวางไว้ ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุด ให้จำคุกไม่น้อยกว่า ๖ เดือนเกี่ยวกับทรัพย์มาแล้ว พ้นโทษมาไม่เกิน ๓ ปีกระทำความผิดซ้ำในอนุมาตราเดียวกันอีกและจำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์มาแล้วไม่น้อยกว่า ๒ ครั้ง พ้นโทษไม่เกิน ๑๐ ปี กระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์อีก เป็นผู้กระทำผิดติดนิสัย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๕(๙),๘๐,๙๓,๔๑ ขอให้กักกันและริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๕(๙),๘๐ ให้จำคุก ๓ ปี เพิ่มโทษไม่เข็ดหลาบตามมาตรา ๙๓ กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๔ ปี ๖ เดือน ลดรับสารภาพจำคุก ๒ ปี ๓ เดือน ริบของกลางเมื่อรับโทษคดีนี้แล้ว ให้กักกันมีกำหนด ๓ ปี จำเลยอุทธรณ์ว่ายังไม่ได้ลดส่วนโทษฐานพยายามให้จำเลย และความผิดของจำเลยเป็นความผิดฐานพยายามลักทรัพย์ มิได้เข้าข่ายที่จะลงโทษกักกันจำเลยได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาข้อกฎหมายว่า ความผิดของจำเลยเป็นความผิดเพียงฐานพยายามยังไม่เป็นเหตุสมบูรณ์ ซึ่งจะต้องกักกันตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๔๑ ศาลฎีกาเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๐ วรรค ๒ บัญญัติว่า "ผู้ใดพยายามกระทำ ผู้นั้นต้องระวางโทษสองในสามส่วนของโทษที่กฎหมายกำหนดไว้ำสำหรับความผิดนั้น" จึงเห็นได้ว่าการพยายามกระทำผิดเป็นความผิดแล้ว เพียงแต่ต้องระวางโทษต่ำกว่าความผิดสำเร็จเท่านั้น ฉะนั้น ความผิดที่จำเลยกระทำในคดีนี้ย่อมเป็นความผิดตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๔๑(๘) แล้ว จึงถือได้ว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดติดนิสัย และพิพากษาให้กักกันจำเลยได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1475/2508 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายประสงค์หรือเล็ก เหม็งทองหรือหอมนาม หรือนายวิชัย ปลื้มอาภรณ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายประสงค์หรือเล็ก เหม็งทองหรือหอมนาม หรือนายวิชัย ปลื้มอาภรณ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วงษ์ วีระพงศ์ · อรรถไพศาลศรุดี · มณี ชุติวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - ม.ร.ว.อดุลกิติ กิติยากร · ศาลอุทธรณ์ - นายเฉลิม อัจฉะกาญจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2246/2520ฎีกา 1560/2529ฎีกา 180/2554ฎีกา 1331/2479ฎีกา 593/2510ฎีกา 1672/2569ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 3650/2527ฎีกา 1567/2535ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1888/2548ฎีกา 3081/2527ฎีกา 1250/2520ฎีกา 5487/2548ฎีกา 1368/2509ฎีกา 9308/2546ฎีกา 3237/2543ฎีกา 1005/2532ฎีกา 18654/2555ฎีกา 16889/2555ฎีกา 831/2532ฎีกา 1165/2537ฎีกา 3380/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา