⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1514/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1514/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลอุทธรณ์มีอำนาจพิพากษาให้เป็นคุณแก่จำเลยที่ไม่ได้อุทธรณ์ด้วยได้. หากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานใด ศาลจะลงโทษจำเลยในความผิดฐานอื่นที่โจทก์มิได้ฟ้องหาได้ไม่.

ย่อคำพิพากษา

ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งไม่ได้อุทธรณ์ ไม่มีความผิดดังฟ้อง โดยลักษณะคดีศาลอุทธรณ์มีอำนาจพิพากษาให้เป็นคุณรวมไปถึงจำเลยที่ไม่ได้อุทธรณ์ด้วยได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 213 (อ้างฎีกาที่ 1370/2503) จำเลยเข้าไปขอซื้อสบู่ในร้านผู้เสียหาย 1 ก้อน ราคา 3 บาท จำเลยส่งธนบัตรใบละ 100 บาทให้ ผู้เสียหายทอนให้ 97 บาท ต่อมาจำเลยพูดว่าไม่ต้องการสบู่ขอเงินคืน พร้อมกับส่งสบู่และเงินทอนให้ผู้เสียหาย ผู้เสียหายรับเงินทอนโดยไม่นับดู แล้วคืนธนบัตร 100 บาทให้จำเลย จำเลยรับแล้วก็รีบออกจากร้านไป ดังนี้ เจตนาของจำเลยก็เพื่อต้องการเงินจำนวนหนึ่งจากเจ้าทรัพย์ โดยใช้อุบายทำทีว่าจะซื้อสบู่ ด้วยการชำระเงินด้วยธนบัตรใบละ 100 บาท เพื่อเจ้าทรัพย์จะได้ทอนเงินปลีกให้เมื่อได้เงินทอนแล้วก็กลับบอกเลิกไม่ซื้อสบู่ และขอธนบัตรใบละ 100 บาทคืน โดยมอบเงินทอนให้แก่เจ้าทรัพย์ แต่ฉวยโอกาสทำการทุจริตยักเอาเงินไว้เสีย 50 บาท โดยแกล้งทำเป็นซื้อสบู่เป็นฉากบังหน้าอันเป็นเท็จ เพื่อหลอกลวงให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินคือเงินส่วนหนึ่งที่เจ้าทรัพย์ทอนให้ เพราะหลงเชื่อในการหลอกลวงนั้น การกระทำของจำเลยเป็นผิดฐานฉ้อโกง เมื่อความผิดของจำเลยที่ได้ความตามทางพิจารณาเป็นฐานฉ้อโกง โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฐานลักทรัพย์ ไม่ประสงค์ให้ลงโทษฐานฉ้อโกง ศาลจะลงโทษจำเลยหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.213 ประมวลกฎหมายอาญา ม.334 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีก ๑ คนสมคบร่วมกันเป็นคนร้ายลักธนบัตร ๕๐ บาทของนางเซียมเอง แซ่เซียว ไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๕(๗),๙๒ กับให้คืนเงิน ๕๐ บาทแก่เจ้าทรัพย์ จำเลยทุกคนปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่าจำเลยที่ ๑ มีความผิดฐานลักทรัพย์ ส่วนจำเลยอื่นอีก ๓ คน ยังไม่พอฟังว่าได้ร่วมกระทำผิด พิพากษาว่านางสะเลาะจำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๔ ให้จำคุกไว้ ๑ ปี กับใช้เงิน ๕๐ บาทแก่เจ้าทรัพย์ ยกฟ้องโจท์กปล่อยตัวจำเลยอื่น โจทก์อุทธรณ์ ขอให้ลงโทษจำเลยอีก ๓ คนฐานเป็นผู้ร่วมสบคบกระทำผิดกับจำเลยที่ ๑ ด้วย นางสะเลาะจำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ว่าไม่ควรมีผิด แต่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย เพราะยื่นเมื่อขาดอายุความอุทธรณ์แล้ว ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดีโจทก์เป็นที่น่าสงสัยไม่พอฟังลงโทษจำเลยที่ ๑ และแม้จะฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอาญาเชื่อมา การกระทำนั้นก็ไม่ใช่ความผิดฐานลักทรัพย์ แต่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง ข้อเท็จจริงในทางพิจารณาจึงแตกต่างกับฟ้อง จะลงโทษจำเลยไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๙๒ วรรคสอง ที่แก้ไขใหม่ และเมื่อเป็นเหตุในลักษณะคดีเช่นนี้ ย่อมมีผลถึงนางสะเลาะ จำเลยที่ ๑ ด้วย พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ปล่อยจำเลยทุกคนพ้นข้อหา และยกคำขอที่ให้คืนเงินแก่เจ้าทรัพย์ โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ดังคำพิพากษาศาลอาญา ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ไม่ได้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยที่ ๑ ไม่ควรมีความผิดดังฟ้องโดยลักษณะคดีนั้น ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจพิพากษาให้เป็นคุณประโยชน์รวมไปถึงจำเลยที่ไม่ได้อุทธรณ์ด้วยได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๒๑๓ และคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๓๗๐/๒๕๐๓ ส่วนข้อเท็จจริง ศาลฎีกาเชื่อตามที่ศาลชั้นต้นฟังมา ซึ่งได้ความว่า จำเลยที่ ๑ ได้เข้าไปขอซื้อสบู่ในร้านผู้เสียหาย ๑ ก้อน ผู้เสียหายบอกราคา ๓ บาท จำเลยที่ ๑ ส่งธนบัตรใบละ ๑๐๐ บาทให้เป็นค่าสบู่ ผู้เสียหายทอนให้ ๙๗ บาท จำเลยที่ ๑ นับเงินทอนแล้วบอกว่าไม่ถูกเพราะสบู่ราคาก้อนละ ๒.๕๐ บาท ผู้เสียหายว่าขายราคานั้นไม่ได้ จำเลยที่ ๑ จึงว่า อย่างนั้นก็ไม่เอา แล้วส่งเงินที่ทอน ๙๗ บาทให้แก่ผู้เสียหาย ผู้เสียหายคืนธนบัตรฉบับละ ๑๐๐ บาทให้ไป สักครู่หนึ่งจำเลยก็ตกลงจะซื้อสบู่ราคา ๓ บาทอีก ผู้เสียหายจึงหยิบสบู่ให้ใหม่ แต่จำเลยที่ ๑ ยังไม่ให้เงินทันที ได้เดินดูสินค้าอย่างอื่นในร้าน ในที่สุดก็ไม่ซื้อของอื่น จำเลยที่ ๑ ส่งธนบัตรใบละ ๑๐๐ บาทใหผู้เสียหาย แล้วรับเงินทอนมา ๙๗ บาท ระหว่างนั้นมีผู้มาถามซื้อของในร้าน ต่อมาจำเลยที่ ๑ พูดว่าไม่ต้องการสบู่แล้วขอเงินคืน พร้อมด้วยส่งสบู่และเงินทอนให้แก่ผู้เสียหาย ผู้เสียหายรับเงินทอนโดยไม่ได้นับดู แล้วคืนธนบัตรฉบับ ๑๐๐ บาท ให้แก่จำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ รับแล้วก็รีบออกจากร้านไป ต่อมามีคนร้านใกล้เคียงกันทราบเรื่อง จึงแนะนำให้ผู้เสียหายนับเงินทอนดู ก็ปรากฏว่าเงินทอนขาดไป ๕๐ บาท ศาลฎีกาเห็นว่า เจตนาอันแท้จริงของนางสะเลาะจำเลยที่ ๑ ก็เพื่อต้องการเงินจำนวนหนึ่งจากเจ้าทรัพย์ โดยใช้อุบายทำทีว่าจะซื้อสบู่ด้วยการชำระเงินด้วยธนบัตรใบละ ๑๐๐ บาท เพื่อเจ้าทรัพย์จะได้ทอนเงินปลีกให้เป็นสำคัญ เมื่อได้เงินทอนมาแล้วก็กลับบอกเลิกไม่ซื้อสบู่และขอธนบัตรใบละ ๑๐๐ บาทคืน โดยมอบเงินทอนให้แก่เจ้าทรัพย์ แต่ได้ฉวยโอกาสทำการทุจริตยักเอาเงินทอนไว้เสีย ๕๐ บาท คงคืนให้แก่เจ้าทรัพย์ไปเพียง ๔๗ บาท ทั้งนี้ โดยการแกล้งทำซื้อสบูเป็นฉากบังหน้าอันเป็นเท็จ เพื่อหลอกลวงให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินคือเงินส่วนหนึ่งที่เจ้าทรัพย์ทอนให้เพราะหลงเชื่อในการหลอกลวงนั้น การกระทำของนางสะเลาะจำเลยจึงเป็นความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๑ หาใช่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ไม่ เพราะการที่เจ้าทรัพย์ทอนเงินให้แก่นางสะเลาะจำเลยก็โดยที่นางสะเลาะจำเลยใช้อุบายหลอกลวงให้ได้มาซึ่งเงินทอนนั้น เป็นประการสำคัญแห่งเจตนาตน เมื่อความผิดของจำเลยที่ ๑ ที่ได้ความตามทางพิจารณาเป็นฐานฉ้อโกง แต่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฐานลักทรัพย์ ไม่ประสงค์ให้ลงโทษฐานฉ้อโกง ศาลจะลงโทษจำเลยที่ ๑ หาได้ไม่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาที่แก้ไขใหม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1514/2508 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นางสะเลาะ สมานเพชร ที่ 1 นางหยา รื่นพิทักษ์ ที่ 2 นางน้อยหรือวี หมั่นงาน ที่ 3 นายอุดม สังขะวาทิน ที่ 4 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ที่ - นางสะเลาะ สมานเพชร ที่ 1 นางหยา รื่นพิทักษ์ ที่ 2 นางน้อยหรือวี หมั่นงาน · จำเลย - 3 นายอุดม สังขะวาทิน ที่ 4
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสนอ บุณยเกียรติ · เชื้อ คงคากุล · ยง เหลืองรังษี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายกำจร ปัทมานันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายพันธ์ นัยวิฑิต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 2303/2518ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 6196/2534ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 726/2487ฎีกา 901/2480ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา