⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1538/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1538/2508

ป.พ.พ. ม.491, 492 · ป.วิ.แพ่ง ม.183, 185

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากผู้รับซื้อฝากยินยอมให้ผู้ขายฝากไถ่ทรัพย์สินคืนภายหลังกำหนดเวลาไถ่ถอนแล้ว ถือว่ากรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นกลับเป็นของผู้ขายฝาก และผู้รับซื้อฝากจะฟ้องขับไล่ผู้ขายฝากไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องาขอให้ขับไล่จำเลยออกจากเรือนซึ่งโจทก์รับซื้อฝากจากจำเลยและพ้นกำหนดไถ่ถอนแล้ว จำเลยต่อสู้ว่าได้ติดต่อขอไถ่คืนภายในกำหนดแล้ว แต่โจทก์เบี่ยงบ่ายจนพ้นกำหนดอายุขายฝากทั้งเมื่อพ้นกำหนดแล้วจำเลยขอไถ่ โจทก์ก็ยินยอมและรับเงินสินไถ่บางส่วนไปแล้ว ดังนี้ ถ้าข้อเท็จจริงฟังได้ดังข้อต่อสู้ของจำเลย กรรมสิทธิ์ในเรือนพิพาทก็จะต้องกลับคืนไปเป็นของจำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 492 โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่ คดีจึงต้องฟังข้อเท็จจริงตามข้อต่อสู้ของจำเลยต่อไป จะงดสืบพยานเสียมิชอบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.185 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.491 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.492

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.185 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.491 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.492 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์รับซื้อฝากเรือนจากจำเลย ครบกำหนดแล้วจำเลยไม่ไถ่คืน เรือนจึงตกเป็นของโจทก์ และจำเลยได้ขออาศัยอยู่ในเรือนนี้ โจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยอาศัยต่อไป ได้แจ้งให้ทราบแล้วจำเลยไม่ยอมออก จึงขอให้ขับไล่ จำเลยต่อสู้ว่ ก่อนครบกำหนดอายุขายฝาก จำเลยได้ติดต่อขอไถ่คืนแล้ว โจทก์ตกลง แต่แล้วกลับบ่ายเบี่ยงจนพ้นกำหนดอายุขายฝาก เมื่อพ้นกำหนดโจทก์ยังได้ขอไถ่อีกโจทก์ยินยอมและรับเงินสินไถ่ไปบางส่วนแล้ว แต่กลับไม่ไปจดทะเบียนไถ่ถอนและรับชำระเงินสินไถ่ที่เหลือ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นงดสืบพยานและพิพากษาให้ขับไล่จำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๙๒ ถ้าผู้ขายฝากไถ่คืนภายในกำหนดเวลา ถือว่ากรรมสิทธิ์ไม่เคยตกไปแก่ผู้ซื้อเลย ฉะนั้นถ้าข้อเท็จจริงฟังได้ดังข้อต่อสู้ของจำเลยกรรมสิทธิ์เหนือเรือนพิพาทก็จะต้องกลับคืนไปเป็นของจำเลย และกรรมสิทธิ์นั้นไม่เคยตกเป็นของโจทก์เลย โจทก์ก็ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่ คดีจึงต้องพิจารณาข้อเท็จจริงตามข้อต่อสู้ของจำเลยต่อไป พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาพิพากษาใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1538/2508 นางสาวสมส่วน ด่านตระกูล โจทก์ นายดำหริ สโมสร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวสมส่วน ด่านตระกูล · จำเลย - นายดำหริ สโมสร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพรียง โรจนรัส · จิตติ ติงศภัทิย์ · ไฉน บุญยก
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสนับ คัมภีรยส · ศาลอุทธรณ์ - นายชลัม รุทระวณิช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1811/2515ฎีกา 3051/2533ฎีกา 5032/2538ฎีกา 789/2515ฎีกา 1258/2493ฎีกา 364/2536ฎีกา 4936/2536ฎีกา 734/2526ฎีกา 1619/2512ฎีกา 290/2524ฎีกา 2273/2548ฎีกา 1658/2513ฎีกา 366/2506ฎีกา 583/2558ฎีกา 301/2520ฎีกา 6190/2540ฎีกา 6100/2541ฎีกา 2498/2550ฎีกา 1510/2552ฎีกา 658-660/2505ฎีกา 1584/2522ฎีกา 2074/2529ฎีกา 2958/2538ฎีกา 1545/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา