⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1549/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1549/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากโจทก์ถึงแก่ความตายในระหว่างการพิจารณา ทายาทต้องยื่นคำร้องขอเข้าดำเนินคดีแทนภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่โจทก์ถึงแก่ความตาย มิฉะนั้นศาลต้องมีคำสั่งจำหน่ายคดี.

ย่อคำพิพากษา

คดีที่อยู่ในระหว่างพิจารณาของศาล โจทก์ได้มรณะเสียก่อนศาลพิพากษาคดี ทายาทของโจทก์ยื่นคำร้องขอเข้าดำเนินคดีแทนเมื่อเกิน 1 ปี นับแต่วันที่โจทก์มรณะเช่นนี้ ศาลก็ต้องมีคำสั่งจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 42 วรรค 2 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 42 วรรค 2 นั้น เป็นที่เห็นได้ชัดว่ากฎหมายประสงค์ให้ศาลจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความเท่านั้นมิได้ให้อำนาจศาลใช้ดุลพินิจที่จะสั่งอนุญาตหรือไม่อนญาตอย่างใด (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 18/2508)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.42 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.569

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้เช่าบ้านของนางสุขจิตต์ ค่าเช่าเดือนละ ๑๕๐ บาท ต่อมานางสุขจิตต์ได้ขายบ้านพิพาทให้โจทก์นับแต่นั้นมาจำเลยก็ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าเรื่อยมา ต่อมาจำเลยเพิ่งชำระให้โจทก์เมื่อโจทก์บอกเลิกการเช่าโดยชำระให้ ๓๐ เดือน เป็นเงิน ๔,๖๐๐ บาท เนื่องจากจำเลยผิดนัดชำระค่าเช่าเป็นแรมเดือนโจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยเช่าต่อไป ได้บอกเลิกสัญญากับจำเลย จำเลยก็เพิกเฉยไม่ออกจากบ้าน จึงขอให้ศาลขับไล่จำเลยและบริวารออกจากบ้านพิพาท และให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยไม่ได้ผิดนัดชำระค่าเช่าให้โจทก์ ๒ คราวติด ๆ กันพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าเกินกว่า ๒ คราวติด ๆ กัน เพิ่งชำระให้โจทก์เมื่อโจทก์บอกเลิกการเช่าแล้ว พิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากบ้านพิพาท และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตั้งแต่วันบอกเลิกสัญญาถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๑๑๐ บาท กับอีกเดือนละ ๑๕๐ บาท ตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะออกจากบ้านพิพาท จำเลยฎีกา ในระหว่างฎีกา นายบุญบรรดาล วิทยวิภาต ยื่นคำร้องว่านายสงวน วิทยวิภาต โจทก์ถึงแก่กรรม นายบุญบรรดาลเป็นบุตร ขอเข้าดำเนินคดีในฐานะเป็นโจทก์แทนนายสงวน จำเลยยื่นคำร้องคัดค้าน ศาลฎีกามีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องของนายบุญบรรดาลแล้ว ได้ความว่านายบุญบรรดาล เป็นบุตรนายสงวนโจทก์ นายสงวนโจทก์ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๐๗ แต่นายบุญบรรดาล ยื่นคำร้องขอเข้าดำเนินคดีในฐานะเป็นโจทก์แทนนายสงวนเมื่อวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๐๘ ซึ่งเป็นเวลาเกิน ๑ ปี นับแต่นายสงวนถึงแก่กรรม ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๔๒ วรรค ๒ บัญญัติว่า ถ้าไม่มีคำขอของบุคคลดังกล่าวมาแล้ว หรือไม่มีคำขอของคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งภายในเวลาที่กำหนดไว้ ให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีเรื่องนั้นเสียจากสารบบความเมื่อพิเคราะห์บทบัญญัติดังกล่าวแล้ว เป็นที่เห็นได้ชัดว่า กฎหมายประสงค์ให้ศาลสั่งจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความเท่านั้น มิได้ให้อำนาจศาลใช้ดุลพินิจที่จะสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตแต่อย่างใด ฉะนั้น ในกรณีเรื่องนี้เมื่อนายบุญบรรดาลยื่นคำร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนนายสงวนผู้มรณะเมื่อเกิน ๑ ปีแล้ว ศาลก็ต้องมีคำสั่งจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ จึงให้ยกคำร้องของนายบุญบรรดาลเสีย และให้จำหน่ายคดีคือฟ้องฎีกาของจำเลยเสียจากสารบบความ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1549/2508 นายสงวน วิทยวิภาต โจทก์ นางหมุยยู้ แซ่โค้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสงวน วิทยวิภาต · จำเลย - นางหมุยยู้ แซ่โค้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มณี ชุติวงศ์ · อรรถไพศาลศรุดี · สวิง ลัดพลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายไพฑูรย์ พันธ์ฟัก · ศาลอุทธรณ์ - นายเฉลิม อัจฉะกาญจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 249/2495ฎีกา 608/2491ฎีกา 576/2540ฎีกา 1431/2492ฎีกา 734/2516ฎีกา 1523/2535ฎีกา 1010/2539ฎีกา 2505/2524ฎีกา 422/2535ฎีกา 2763/2551ฎีกา 1798/2506ฎีกา 698/2540ฎีกา 4193/2530ฎีกา 2018/2548ฎีกา 933/2496ฎีกา 2113-2114/2530ฎีกา 6239/2551ฎีกา 948/2501ฎีกา 2725/2532ฎีกา 3785/2545ฎีกา 1114/2549ฎีกา 3496/2535ฎีกา 1390/2506ฎีกา 249/2486
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา