⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 179/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 179/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การขอแก้ไขหรือเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดพลาดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 ต้องกระทำก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา * คำขอให้พิจารณาคดีใหม่ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 208 ต้องกล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งถึงเหตุที่ขาดนัดและข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล

ย่อคำพิพากษา

จำเลยขาดนัดพิจารณา และศาลได้อ่านคำพิพากษาแล้ว จำเลยจะมายื่นคำร้องขอแก้ไขหรือเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดพลาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ไม่ได้ เพราะการขอแก้ไขตามมาตรานี้จะต้องกระทำก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา คำขอให้พิจารณาคดีใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 ต้องกล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งเหตุที่คู่ความได้ขาดนัด และข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล หากคำขอของจำเลยมิได้มีข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลโดยละเอียดชัดแจ้ง ก็ไม่ต้องด้วยบทบัญญัติมาตรา 208 อันจะควรรับไว้พิจารณา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.208

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระหนี้เงินกู้ตามสัญญา จำเลยต่อสู้ว่าจำเลยไม่เคยรับเงินจากโจทก์ สัญญากู้นั้นปลอม ศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์ จำเลยเซ็นทราบวันเวลานัดพิจารณาแล้ว ถึงวันนัดจำเลยขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีโจทก์ไปฝ่ายเดียว แล้วพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้เงินกู้ตามฟ้อง จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนและให้โอกาสจำเลยต่อสู้คดี ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกคำร้องของจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาจริง และเห็นว่า การที่จำเลยจะยื่นคำร้องขอแก้ไขหรือเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดพลาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗ นั้น จำเลยจะต้องกระทำก่อน ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จำเลยจะมายื่นคำขอภายหลังที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้วไม่ได้ เพราะเท่ากับขอให้ศาลชั้นต้นสั่งเพิกถอนคำพิพากษาของศาลชั้นต้นเอง ซึ่งศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจจะทำได้ ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า หากจะถือว่าคำขอของจำเลยเป็นคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ตามมาตรา ๒๐๘ แม้จำเลยจะไม่ได้คัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล แต่ปรากฏหลักฐานตามสำนวนแล้วว่าจำเลยมีทางชนะคดีโจทก์ คำขอจำเลยจึงเป็นคำขอที่ควรรับไว้พิจารณา เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๘ คำขอเช่นว่ามานี้ให้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งเหตุที่คู่ความได้ขาดนัดและข้อคัดค้าน คำตัดสินชี้ขาดของศาล คำขอของจำเลยจึงไม่ต้องด้วยบทบัญญัติมาตรา ๒๐๘ อันควรรับไว้พิจารณา พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 179/2508 นางกุหลาบ ส้มแก้ว โจทก์ นายหา ชมภูพื้น จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางกุหลาบ ส้มแก้ว · จำเลย - นายหา ชมภูพื้น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวิง ลัดพลี · สอาด นาวีเจริญ · เจน เวชศิลป์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายกิจจา นาญกิจ · ศาลอุทธรณ์ - นายแถม สิริสาลี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7980/2551ฎีกา 3813/2535ฎีกา 1069/2527ฎีกา 345/2520ฎีกา 1633/2532ฎีกา 280/2530ฎีกา 1460/2515ฎีกา 5146/2537ฎีกา 4637/2567ฎีกา 3909/2535ฎีกา 3290/2525ฎีกา 2521/2540ฎีกา 5105/2528ฎีกา 1572/2511ฎีกา 324/2503ฎีกา 5011/2532ฎีกา 1172/2514ฎีกา 2926-2929/2524ฎีกา 2280/2559ฎีกา 3589/2525ฎีกา 4041/2542ฎีกา 3055/2526ฎีกา 8108/2542ฎีกา 5415/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา