⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 200/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 200/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บิดามารดาของผู้เยาว์รับขมาด้วยเงินเพื่อล้างอายและให้ได้ตัวบุตรคืนมานั้น เป็นการตกลงกันในทางแพ่ง ไม่ถือว่าเป็นการยอมความในทางอาญาตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยหลอกลวงผู้เยาว์อายุ 16 ปีว่า คู่รักต้องการพบ ผู้เยาว์หลงเชื่อตามจำเลยไปแล้วถูกจำเลยข่มขืนกระทำชำเรากับหน่วงเหนี่ยวกักขังโจทก์และภริยาเป็นบิดามารดาของผู้เยาว์รับขมาด้วยเงิน 2,000 บาท โดยยังไม่ได้ตกลงกันเกี่ยวกับความผิดในทางอาญาและยอมรับขมาเพื่อให้ได้ตัวผู้เสียหายกลับคืนมา และเพื่อล้างอายกับเข้าใจว่าบุตรของตนตามเขาไป ดังนี้ เป็นเรื่องตกลงกันในทางแพ่ง ไม่เกี่ยวกับความผิดในทางอาญา จึงถือไม่ได้ว่ามีการยอมความกันถูกต้องตามกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39((2) จำเลยหลอกลวงผู้เยาว์ว่า คู่รักของผู้เยาว์มาคอยพบ จะถือว่าผู้เยาว์เต็มใจไปกับจำเลยหาได้ไม่ จำเลยหลอกลวงพาผู้เยาว์ไปบังคับขู่เข็ญกระทำชำเรา มิใช่พาไปในฐานชู้สาว จึงเป็นการพรากไปเพื่อการอนาจาร พรากผู้เยาว์ไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจ ผิดตามมาตรา 318 วรรคท้าย เป็นบทหนักกว่ามาตรา 319 ซึ่งศาลอุทธรณ์ปรับมา แต่โจทก์มิได้ฎีกาขึ้นมา ศาลฏีกาจะพิพากษาให้เป็นผลร้ายแก่จำเลยมิได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.212 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.276 ประมวลกฎหมายอาญา ม.310 ประมวลกฎหมายอาญา ม.318 ประมวลกฎหมายอาญา ม.319

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

นายเติม บุญปกครอง บิดาและผู้แทนโดยชอบธรรมของนางสาวสมใจ บุญปกครอง ผู้เยาว์ซึ่งมีอายุ ๑๖ ปี ฟ้องว่า จำเลยใช้อุบายหลอกลวงพานางสาวสมใจออกจากบ้านไปกับจำเลย และบังอาจใช้มีดขู่เข็ญและข่มขืนกระทำชำเรานางสาวสมใจกับหน่วงเหนี่ยวกักขังนางสาวสมใจไม่ให้ออกจากบริเวณบ้านเป็นเวลา ๖ วัน ๖ คืน ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖, ๒๘๔, ๓๐๙, ๓๑๐ และ๓๑๘ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้อง คดีมีมูลและสั่งประทับฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดียังฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้หลอกลวงพานางสาวสมใจไปแล้วขู่เข็ญกระทำชำเรา และเห็นว่าการที่จำเลยพานางสาวสมใจไปอยู่ที่อื่นชั่วระยะเวลาหนึ่งจะถือว่าเป็นการหน่วงเหนี่ยวกักขัง ทำให้เสื่อมเสียอิสระภาพและพรากผู้เยาว์ยังไม่ได้พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๖, ๓๑๐ วรรคแรก และ ๓๑๙ แต่ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๖ ซึ่งเป็นกระทงที่หนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๑ จำคุก ๓ ปี จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยฎีกาและยื่นคำแถลงการณ์ว่า จำเลยได้ให้ผู้ใหญ่ไปขอขมาและบิดามารดาของนางสาวสมใจก็ยอมรับขมาโดยรับเงิน ๒,๐๐๐ บาทแล้ว ถือได้ว่าได้ยอมความกันโดยถูกต้องตามกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙(๒) แล้วสิทธิที่จะนำคดีมาฟ้องร้องย่อมระงับไป ศาลฎีกาเห็นว่า ขณะโจทก์และภริยาซึ่งเป็นบิดามารดาของนางสาวสมใจรับขมานั้น โจทก์และภริยายังไม่ทราบว่าจำเลยได้หลอกลวงพาเอานางสาวสมใจไป แล้วใช้มีดปลายแหลมบังคับขู่เข็ญกระทำชำเราอันเป็นผิดในทางอาญาแต่อย่างใด ทั้งในการขอขมาก็ไม่ได้พูดตกลงกันเกี่ยวกับความผิดในทางอาญาแต่อย่างใด โจทก์เบิกความรับรองว่ายอมรับขมาเพื่อให้ได้ตัวนางสาวสมใจกลับคืนมา และเพื่อล้างอาย โจทก์เข้าใจว่าบุตรีของตนตามเขาไปจึงเห็นว่า การยอมรับขมานั้นเป็นเรื่องตกลงกันในทางแพ่ง ไม่เกี่ยวกับความผิดในทางอาญา เพราะขณะยอมรับขมาบิดามารดาของนางสาวสมใจยังไม่ทราบเรื่องเกี่ยวกับคดีอาญาที่เกิดขึ้น จึงยังถือไม่ได้ว่าได้มีการยอมความกันถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙(๒) จำเลยยื่นคำแถลงว่า จำเลยไม่ผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๑๙ เพราะการพรากผู้เยาว์ไปอันเป็นผิดมาตรา ๓๑๙ นั้นจะต้องพรากเอาไปเพื่อการค้ากำไรหรือเพื่อการอนาจาร ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยหลอกลวงพาเอานางสาวสมใจไปบังคับขู่เข็ญกระทำชำเรา มิใช่พาไปในฐานชู้สาว จึงเป็นการพาไปเพื่อการอนาจาร อย่างไรก็ดี การที่จำเลยหลอกลวงว่า นายประนอมคู่รักของนางสาวสมใจมาคอยพบ นางสาวสมใจได้ลงเรือไปกับจำเลยนั้น จะถือว่านางสาวสมใจไปกับจำเลยด้วยความเต็มใจหาได้ไม่ เพราะนางสาวสมใจมิได้เต็มใจไปกับจำเลย หากแต่หลงเชื่อคำหลอกลวง จึงได้ยอมไปกับจำเลย ถ้าจำเลยไม่หลอกลวงนางสาวสมใจ ๆ ก็คงไม่ยอมไปด้วยแน่นอน การกระทำของจำเลยจึงเป็นเรื่องพรากผู้เยาว์ซึ่งมีอายุไม่เกิน ๑๘ ปีไปจากบิดามารดาเพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจ จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๘ วรรคท้าย เป็นบทหนักกว่ามาตรา ๓๑๙ แต่โจทก์มิได้ฎีกาขึ้นมา ศาลฎีกาจะพิพากษาให้เป็นผลร้ายแก่จำเลยมิได้ จึงพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 200/2508 นายเติม บุญปกครอง ผู้แทนโดยชอบธรรมของนางสาวสมใจ บุญปกครอง ผู้ เยาว์ โจทก์ นายสมพงษ์ ชาวเหลือง จ.ลง

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ - นายเติม บุญปกครอง ผู้แทนโดยชอบธรรมของนางสาวสมใจ บุญปกครอง · โจทก์ - เยาว์ · จ.ลง - นายสมพงษ์ ชาวเหลือง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มณี ชุติวงศ์ · ประกอบ หุตะสิงห์ · พร สุขารมณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายสุมน สมรรถไท · ศาลอุทธรณ์ - นายปันโน สุขทรรศนีย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 1656/2512ฎีกา 7651/2552ฎีกา 7722/2544ฎีกา 19406/2555ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 1124/2496ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 119/2517ฎีกา 628/2493ฎีกา 3814/2549ฎีกา 1979/2521ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 1499/2531ฎีกา 7201/2568
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา